ตอนที่ 261

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

โถวปาหงที่ได้รับข่าวนั้นก็ประกาศออกมา "เตรียมตัวทำศึก"

การจัดระเบียบกองทัพเป็นสิ่งที่ต้องกระทำก่อนสงครามจะเริ่ม อย่างไรก็ตาม หากสงครามมาถึงแล้วก็มีแต่ต้องเตรียมการรับมือกับมัน อื่นๆล้วนวางเอาไว้ก่อน เซียวอวี๋หรี่ตาลงและหัวเราะออกมาเมื่อได้ทราบข่าว กองทัพของเซียวอวี๋กำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางมายังเมืองฮัวเหลียน ดังนั้นโถวปาหงจำต้องพึ่งพาตนเองไปก่อน มิเช่นนั้นเมืองฮัวเหลียนจะกลายเป็นที่ฝังศพของพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นกองทัพเสริมของเซียวอวี๋ยังมีจำนวนไม่มาก ไม่เพียงพอที่จะเข้าปะทะด้วยซึ่งหน้า

ทั้งเซียวอวี๋และโถวปาหงเริ่มจัดกำลังพลวางแนวป้องกัน พวกเขาต่างทราบดีว่าจะต้องยืนหยัดรอทัพเสริมของเซียวอวี๋ให้ได้ มิเช่นนั้นผลที่ตามมาคงเลวร้ายยิ่ง

อ้าวตู๋เองก็อยู่ในเมือง แต่เขาจะไม่ได้เข้าร่วมในสนามรบ เหตุผลสำคัญที่เขาต้องอยู่ภายในเมืองก็เพื่อคอยดูแลไม่ให้จอมยุทธ์ขั้นที่หกลอบเร้นเข้ามาสังหารโถวปาหงได้

มันมีกฏที่ไม่ได้เขียนเอาไว้ภายในทวีปว่า จอมยุทธ์ขั้นที่หกไม่อาจเข้าร่วมทำสงครามได้ มิเช่นนั้นจอมยุทธ์ขั้นที่หกคนอื่นๆจะรวมตัวลงโทษคนผู้นั้น จอมยุทธ์ขั้นที่หกนั้นแข็งแกร่งเกินไป ตัวตนของพวกเขาสามารถก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

ระยะทางหนึ่งร้อยไมล์จากตัวเมืองหมายความว่า พวกมันจะมาถึงได้ในเวลาครึ่งวัน ในยามพลบค่ำ กองทัพที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนของโถวปากุ้ยก็อยู่ห่างจากทางตะวันตกของเมืองฮัวเหลียนเพียงไม่กี่ไมล์

ทางฝั่งศัตรูได้ส่งหน่วยสอดแนมมาสังเกตเมือง พวกหน่วยสอดแนมต่างตกตะลึงเมื่อได้เห็นกำแพงอันสูงใหญ่ที่ล้อมอยู่รอบเมืองฮัวเหลียน แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างกำแพงเมืองเช่นนี้ พวกมันทราบการป้องกันของเมืองฮัวเหลียนเป็นอย่างดี มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างมากที่โถวปาหงสามารถก่อสร้างกำแพงเช่นนี้ได้ในเวลาเพียงครึ่งเดือน

"ให้ปิดล้อมหรือไม่?" ปาเทียนหมิง ผู้นำทัพของโถวปากุ้ยรู้สึกลำบากใจเล็กน้อยเมื่อมองไปยังกำแพงสูงที่เบื้องหน้า ภายในเขตทุ่งหญ้าแล้ว มันมีเมืองอยู่ไม่มากมายเท่าใด เมืองที่มีกำแพงสูงชันก็น้อยยิ่งน้อย นอกจากนี้ ไพร่พลส่วนใหญ่ของมันยังเป็นทัพม้าที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการล้อมตีเมืองนัก

พวกมันคิดว่าโถวปาหงจะหลบหนีออกจากเมืองฮัวเหลียนด้วยความกลัว แต่มันกลับกลายเป็นว่าเขาเลือกที่จะรั้งอยู่

"โถวปาหงช่างกล้าหาญนัก" อันที่จริงแล้ว ปาเทียนหมิงรู้สึกดูถูกโถวปาหงเพราะความต่างด้านอายุ โถวปาหงยังเป็นเพียงทารกอยู่เลยยามที่ปาเทียนหมิงกลายเป็นแม่ทัพเลื่องชื่อ แม้จะเป็นจริงที่โถวปาหงนั้นเป็นศิษย์ของปรมาจารย์อ้าวตู๋ โถวปาหงได้แสดงออกถึงความกล้าหาญมากมาย อย่างไรก็ตาม ปาเทียนหมิงยังคงคิดว่าโถวปาหงยังไม่อาจเทียบกับเขาได้ด้วยทักษะเชิงยุทธ์ไม่กี่ทักษะ

ปาเทียนหมิงหัวเราะออกมาเมื่อได้รับรายงานจากหน่วยสอดแนมว่าโถวปาหงไม่ได้หลบหนี แต่เลือกที่จะอยู่ป้องกันเมือง ในสงครามบนทุ่งหญ้ากลับเลือกที่จะป้องกันงั้นหรือ?

ปาเทียนหมิงคิดว่ามันเป็นเพียงความหวังลมๆแล้งๆของโถวปาหงที่คิดจะสร้างกำแพงสูงใหญ่ล้อมรอบเมืองฮัวเหลียนในเวลาอันสั้น กระนั้นเมื่อได้มาเห็นกำแพงที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าแล้ว มันก็อดรู้สึกชื่นชมโถวปาหงไม่ได้

ปาเทียนหมิงมั่นใจอย่างยิ่งว่ากำแพงเมืองนี้ก็ยังไม่อาจต้านทานการบุกโจมตีจากไพร่พลของมันได้ ทั้งมันยังเชื่อว่าตนส้รางบุกเข้าเมืองไปจับตัวโถวปาหงออกมาแบบมีชีวิต

โถวปาหงต้องการจะจัดกำลังคนลาดตระเวนตลอดทั้งคืน หากแต่เซียวอวี๋ได้เข้ามาห้ามไว้เสียก่อน เซียวอวี๋กล่าวว่า "ให้ทั้งหมดพักผ่อนเถอะ...ศัตรูจะไม่โจมตีกำแพงสูงในวันแรก...พวกมันก็อ่อนล้าจากการเดินทางเช่นกัน"

เพื่อที่จะก่อสร้างกำแพงเมืองให้ทันการณ์แล้ว โถวปาหงได้ใช้ผู้คนทั้งหมดในการขุดดิน ทำโคลนและอีกหลายอย่าง ดังนั้นในหลายวันมานี้ผู้คนจึงไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม นอกจากนั้นกำแพงอย่างส่วนยังไม่สมบูรณ์ มันยังมีช่องโหว่อยู่ อีกทั้งอิฐโคลนก็ยังไม่แห้งสนิทดี

คืนแรกผ่านพ้นไปอย่างเงียบเชียบ ไม่มีการโจมตีแต่อย่างใด

ในวันถัดมา เซียวอวี๋ได้จัดคนไปต่อเติมกำแพงด้านในส่วนที่เหลือ ขณะที่ทางฝั่งปาเทียนหมิงเองก็ไม่ได้ส่งคนมาโจมตี มันส่งคนออกไปรวบรวมวัสดุเพื่อจัดสร้างบันไดสำหรับตีเมือง ทั้งยังส่งกำลังบางส่วนปิดล้อมเมืองเอาไว้ป้องกันไม่ให้โถวปาหงหลบหนีออกไป

ปาเทียนหมิงได้นำทัพม้ามาด้วยหนึ่งหมื่นนาย เพราะคิดที่จะจบสงครามโดยเร็ว กระนั้น เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็ไม่อาจเร่งรีบได้แล้ว มันทราบว่าโถวปาหงต้องไม่อาจรวบรวมไพร่พลได้มากนักในเวลาอันสั้น ดังนั้นมันจึงคิดที่จะแบ่งการโจมตีเป็นหลายระลอกเพื่อตัดทอนกำลังของโถวปาหง

เซียวอวี๋ไม่ได้กังวลอะไรมากนักเมื่อเห็นว่าทางฝั่งศัตรูก็ไม่ได้มีทีท่าจะบุกโจมตี เขายังคนควบคุมคนเสริมแนวป้องกันของกำแพงต่อไป เขาได้สั่งให้เสริมตัวกำแพงให้หนามากขึ้น

"กองทัพของเจ้าจะสามารถช่วยพวกเราจากสถานการณ์เช่นนี้ได้จริงๆ?" มีความเคลือบแคลงอยู่ในน้ำเสียงของโถวปาหง

เซียวอวี๋มักตอบอยู่เสมอว่ากำลังที่ส่งมาเป็นกองกำลังสามพัน ตอนนี้ กองทัพของปาเทียนหมิงเป็นทัพม้าชั้นยอดหนึ่งหมื่นนาย และเป็นไปได้มากว่าในอีกไม่กี่วันให้หลังจำนวนของมันจะเพิ่มขึ้นอีก โถวปาหงคิดว่ามันยากที่จะรักษาเมืองฮัวเหลียนเอาไว้ได้จริงๆ

เซียวอวี๋ยิ้มออกมา "เจ้าทราบหรือไม่ว่ามีพวกโจรเท่าใดที่สุบารุส่งมาโจมตีเมืองไลอ้อน?"

โถวปาหงหันมาถาม "เท่าใด?"

เซียวอวี๋ยังคงยิ้ม "มากกว่าหนึ่งแสนคน"

โถวปาหงถามต่อ "มากกว่าหนึ่งแสน...แล้วทางฝั่งเจ้าเล่า?"

เซียวอวี๋ตอบกลับ "หมื่นต้นๆ ทั้งพวกเรายังได้กวาดล้างพวกมันจนสิ้นซาก..."

โถวปาหงเลิกคิ้วขึ้นมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น มีอยู่ไม่มากนักในประวัติศาสตร์กับความสำเร็จเช่นนี้ โถวปาหงคิดว่ามันเป็นคำกล่าวเกินจริงเสียมากกว่า

กองกำลังของปาเทียนหมิงได้จัดสร้างบันไดอยู่ตลอดทั้งวัน ยิ่งไปกว่านั้นปาเทียนหมิงยังมีทัพเสริมเข้ามาเพิ่มอีกกว่าสองหมื่นคน

"ท่านแม่ทัพ! องค์จักรพรรดิได้ส่งชาแมนและนักรบหมาป่าสองพันคนมาสนับสนุนท่าน พระองค์ทรงหวังให้ท่านจับตัวโถวปาหงกลับไปทั้งมีชีวิต!" ผู้บัญชาการทัพได้เข้ามารายงานต่อปาเทียนหมิง

"ชาแมนและนักรบหมาป่าสองพันนายงั้นหรือ? ฝ่าบาทต้องการให้ข้าจัดการโถวปาหงได้ในการบุกครั้งเดียว....ตกลง พวกเราจะจับตัวโถวปาหงมาแบบเป็นๆ" ปาเทียนหมิงรู้สึกยินดีเมื่อจักรพรรดิได้ส่งชาแมนและนักรบหมาป่ามาช่วยเขา หน่วยรบทั้งสองนี้เป็นหน่วยลับของจักรวรรดิ ไม่อาจเคลื่อนได้ย้ายได้โดยง่าย พลังสู้รบของทั้งสองหน่วยน่าหวาดหวั่นอย่างมากยามเมื่อพวกมันลงมือ

อวู๊วววววว~

โถวปาหงลุกขึ้นจากที่นั่งทันทีที่ได้ยินเสียงหอนของหมาป่าในยามราตรี "ไม่ดีแล้ว! พวกมันมีนักรบหมาป่า!"

เซียวอวี๋นอนพักผ่อนอยู่ไม่ไกลจากโถวปาหงนัก เขาขยี้ตาอย่างงัวเงียเมื่อได้ยินเสียงของโถวปาหง "นักรบหมาป่า? พวกมันเป็นมนุษย์หมาป่าหรือ?"

โถวปาหงส่ายหน้า "พวกมันไม่ใช่มนุษย์หมาป่า...เจ้าควรทราบว่าสัญลักษณ์ของจักรวรรดิเมฆาก็คือหมาป่า พวกมันเป็นกลุ่มคนที่อยู่กับหมาป่า พวกมันใช้ตัวยาทำให้พวกหมาป่าเชื่องเชื่อและเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นหุ่นเชิดสังหาร

จิตใจของหมาป่าและคนเหล่านั้นเชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นพวกมันจึงสามารถบงการหมาป่า ยิ่งไปกว่านั้นพละกำลังและขนาดตัวของหมาป่าที่ได้รับยายังสูงกว่าหมาป่าทั่วไป นักรบหมาป่าเพียงหนึ่งนายสามารถสังหารทหารม้ามือดีได้นับสิบ พวกมันหนึ่งหมื่นคนก็เทียบได้กับทัพม้าชั้นยอดหนึ่งหมื่นนาย"

ใบหน้าของโถวปาหงเต็มไปด้วยความกังวลเมื่อกล่าวถึงนักรบหมาป่า

"โอ้? หน่วยรบพิเศษงั้นหรือ? ค่อนข้างน่าสนใจดี เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปตรวจสอบดูแล้วกัน" เซียวอวี๋ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลแต่อย่างใดต่อการมาถึงของทัพเสริมศัตรูกลุ่มนี้

โถวปาหงส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ "เจ้ายังไม่เคยเห็นความแข็งแกร่งของพวกมัน...เจ้าจะไม่อาจสงบใจลงได้หากได้เห็นพวกมันต่อสู้ในสนามรบ ตอนที่ข้ายังเด็ก ข้าเคยเห็นพวกมันต่อสู้ พวกมันได้สร้างความทรงจำที่ลึกล้ำประทับอยู่ในใจข้า ข้าคิดว่ากระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สองก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน....มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถ"

"เก่งงั้นเชียว?" เซียวอวี๋เกาจมูก เขาเองก็ต้องการทราบแล้วว่าผู้ใดจะแข็งแกร่งกว่ากัน ระหว่างนักรบหมาป่ากับพวกไรเดอร์ของเขา!