ตอนที่ 293

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ต้องการจะอัญเชิญคาเอลออกมาก่อน จากนั้นจึงค่อยกระทำเรื่องอื่น เขาต้องการจอมมนตราที่ทรงพลังเพื่อมาร่วมมือกับแอนโทนีดาส ซึ่งทางฝั่งเขานั้นขาดแคลนผู้ใช้มนตราอย่างมาก นอกจากนี้ คาเอลยังเป็นผู้ใช้เวทเพลิงซึ่งมันมีประสิทธิภาพและรุนแรงอย่างมากในการทำลายศัตรู เวทมนตร์ธาตุน้ำแข้งจะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมการเคลื่อนไหวของศัตรู ขณะที่เวทเพลิงนั้นจะเน้นไปที่การทำลายล้าง

เหนือแท่นบูชาได้เกิดพายุสีแดงพัดหมุนอยู่กว่าครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็มีบุรุษที่หล่อเหลาปรากฏตัวขึ้นก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของเซียวอวี๋ เขาเป็นบลัดเอลฟ์ที่มีบอลเพลิงสีเขียวสี่ลูกหมุนวนอยู่รอบกาย รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อนข้างแปลกประหลาด แม้จะดูชั่วร้าย หากแต่มันกลับเป็นเสน่ห์ของบลัดเอลฟ์ คนผู้นี้ก้คือเจ้าชายแห่งบลัดเอลฟ์ คาเอลธาส!

"คาเอลธาสคำนับนายท่าน" คาเอลธาสโค้งคำนับต่อเซียวอวี๋ เขามีส่วนสูงที่มากกว่าเซียวอวี๋ แม้ขณะที่เขากำลังโค้งตัวลง เขาก็ยังสูงกว่าเซียวอวี๋อยู่เล็กน้อย ดังนั้นเซียวอวี๋จึงรู้สึกย่ำแย่อยู่ภายใน

"ข้านั้นขาดแคลนผู้มีความสามารถ...เจ้าหนุ่ม ข้าหวังว่าเจ้าจะยอดเยี่ยม" เซียวอวี๋ไพร่มือทั้งสองไว้ทางด้าน แสดงท่าทีที่ราวกับเป็นผู้อาวุโสออกมา

"ผู้น้อยจะกระทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าจะขจัดปัญหาไป" คาเอลยิ้ม

เซียวอวี๋ผงกศีรษะ "ดี...ข้ามีชาวบลัดเอลฟ์เช่นเดียวกับเจ้าอยู่ที่นี่ด้วย...เจ้าต้องไปพบกับนาง...ตอนนี้มาตรวจสอบทักษะของเจ้ากัน"

ตอนนี้คาเอลมีทักษะอยู่สี่ทักษะ

บอลเพลิง(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ผู้ใช้มนตราชาวบลัดเอลฟ์สามารถใช้เพลิงโ๗มตีศัตรู บอลเพลิงจะเกิดการระเบิดทันทีที่ปะทะกับศัตรู

ระเบิดเพลิง(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ผู้ใช้มนตราชาวบลัดเอลฟ์สามารถปลดปล่อยเปลวเพลิงไปคลอกร่างศัตรูและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

ฟีนิกซ์เพลิง(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ผู้ใช้จะสามารถเปลี่ยนเพลิงให้กลายเป็นนกฟีนิกซ์เพื่อโจมตีเป็นกลุ่ม

เพลิงพิรุณ(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ผู้ใช้สามารถอัญเชิญฝนเพลิงมายังพื้นที่ที่กำหนดเพื่อสังหารศัตรู

"ทักษะโครตดี! ตอนนี้พวกเรายังไม่ต้องการบอลเพลิง...เอาล่ะ เจ้าต้องเรียนทักษะเพลิงพิรุณเพื่อที่จะเพิ่มระดับได้ง่ายหน่อย...." เซียวอวี๋ให้คาเอลเรียนทักษะเพลิงพิรุณและเพื่อใช้มันเพิ่มระดับโดยเร็ว

ตอนนี้ถึงเวลาอัญเชิญนักรบคนอื่นๆแล้ว เซียวอวี๋ได้สะสมค่าผลงานเอาไว้มากมายหลังจากที่เอาชนะปาเทียนหมิงในจักรวรรดิ ตอนนี้เขาสามารถสร้างสิ่งก่อสร้าง อาวุธและยูนิตใหม่ๆได้ อย่างแรกเขาต้องการจะเรียกดรูอิดแห่งคมเขี้ยว พวกเขาสามารถแปลงกายเป็นหมีได้ ซึ่งนั่นจะมีประโยชน์อย่างมากในสนามรบ

เขาสามารถเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นแกะเพื่อให้ดรูอิดแห่งคมเขี้ยวเข้าขย้ำอีกฝ่าย นี่ช่างเป็นไอเดียที่บรรเจิด!

เซียวอวี๋ยังขาดแคลนนายทหาร ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะพึ่งพานักรบประเภทต่างๆตามกลยุทธ์ เป็นความจริงที่ว่าหากวัดหนึ่งต่อหนึ่งแล้ว นักรบของเขาอาจจะสู้กับนักรบที่แข็งแกร่งของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่พวกเขาจะสามารถกำจัดศัตรูระดับสูงได้หากใช้ให้ถูกทาง นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังขาดแคลนทหารชั้นยอด ตอนนี้ที่เขาก็เป็นเพียงไพร่พลทหารทั่วไป

ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะเรียกนักรบฟริฟฟ่อนและนักรบดราก้อนฮอร์คมา เขามีที่ว่างอยู่ 4,000 ยูนิตที่สามารถใช้งาน หากแต่เขานั้นมีนิสัยที่จะต้องตรวจสอบความสามารถก่อน

"อัญเชิญผู้ลบล้างมนตรา 100 นาย นักเวทย์ 100 นาย นักบวช 100 คน นักรบฟริฟฟ่อน 100 นาย นักรบดราก้อนฮอร์ค 100 นาย" เขาต้องการจะตรวจสอบความสามารถของยูนิตก่อนที่จะเรียกออกมาทีละมากๆ จะอย่างไรพวกเขาก็ยังมีความแตกต่างจากภายในเกม เขาต้องการจะตรวจสอบความสามารถของพวกเขาก่อน

เซียอวี๋ต้องรออยู่หนึ่งวันเต็มเพื่อที่จะรอให้ทั้งหมดปรากฏตัวออกมา ในเวลาเดียวกันเขาก็เดินทางไปยังฐานทัพเอลฟ์และสร้างดรูอิดแห่งคมเขี้ยวออกมา 100 ตน

พวกดรูอิดนั้นไม่ได้สร้างความผิดหวังให้กับเซียวอวี๋เลย ทักษะทั่วไปของพวกเขาคือการแปลงกายเป็นหมี นอกจากนี้พวกเขายังแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรขั้นที่หนึ่งเสียอีก เซียอวี๋แทบไม่อาจจินตนาการได้ว่า เมื่อพวกเขาไปถึงระดับที่ 10 พวกเขาจะเป็นเช่นไร

ในตอนแรกนั้น เซียวอวี๋คิดว่าพวกดรูอิดจะไม่คล่องตัวดังเช่นพวกนักรบออร์ค แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าตนเองนั้นเข้าใจผิดไปไกลโข

นักรบแต่ละประเภทนั้นมีทักษะเฉพาะตัวซึ่งทรงพลังอย่างมาก เซียวอวี๋ต้องการจะอัญเชิญวิญญาณร้ายออกมา แต่โชคร้ายที่เขามีค่าผลงานไม่เพียงพอ

ทักษะของดรูอิดแห่งคมเขี้ยวมีดังนี้

ระดับที่ 3: ฟื้นฟู ดรูจะสามารถเยียวยาสหายร่วมรบได้

ระดับที่ 6: กู่ร้อง เพิ่มพลังโจมตีให้กับพันธมิตร ขณะที่ลดความเร็วในการเคลื่อนที่และการโจมตีของศัตรู

ระดับที่ 10: ร่างหมีคลุ้มคลั่ง แปลงกายเป็นหมีที่ทรงพลังด้วยพลังโจมตีและป้องกันอันไร้เทียมทาน

"ยอดเยี่ยม! ฮ่าฮ่าฮ่า" เซียวอวี๋ตื่นเต้นอย่างมากเพราะไม่คาดคิดว่าดรูอิดแห่งคมเขี้ยวจะแข็งแกร่งเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ดรูอิดเพียงหนึ่งตนต้องใช้ตำแหน่งยุนิตถึงสองที่ แม้กระนั้นเซียวอวี๋ก็ไม่ลังเลที่จะอัญเชิญดรูอิดออกมาอีกสองร้อยตนทันที

หลังจากนั้นเขาก็หันไปตรวจสอบทักษะของนักเวทย์และนักรบกริฟฟ่อน

นักเวทย์เองก็ใช้ตำแหน่งถึงสองที่เช่นเดียวกัน ซึ่งก็ไม่ประหลาดใจเท่าใดนักเพราะพวกเขาเป็นผู้ใช้มนตรา เซียวอวี๋ไม่มีผู้ใช้มนตราอยู่ ดังนั้นนักเวทย์จึงเทียบได้กับกองกำลังผู้ใช้มนตราของเขา พวกเขาไม่ได้มีระยะการโจมตีที่ไกลนัก แต่พวกเขามีทักษะอยู่มากมาย พวกเขาสามารถสนับสนุนเหล่าดรูอิดแห่งคมเขี้ยวได้จากระยะไกล

ทักษะทั่วไปของนักเวทย์คือใช้เพลิงโจมตี แม้ว่ามันจะไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่ความเร็วและความถี่นั้นถือว่าสูงทีเดียว ไพร่พลทหารทั่วไปแทบจะไม่อาจเข้าใกล้พวกเขาได้ทัน

นอกจากทักษะทั่วไปของนักเวทย์แล้ว พวกเขาก็ยังมีทักษะดังนี้

ระดับ 3: สโลว์ นักเวทย์จะโจมตีศัตรูด้วยเพลิง ขณะที่ลดค่าสถานะความเร็วของอีกฝ่ายลงชั่วคราว

ระดับ 6: ล่องหน นักเวทย์สามารถทำให้ยูนิตฝ่ายเดียวกันกลายเป็นล่องหนได้ ยูนิตจะหลุดจากสถานะเมื่อโจมตี

ระดับ10: เสกร่าง นักเวทย์จะสามารถเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นแกะ ยูนิตทางอากาศจะถูกเปลี่ยนเป็นแกะมีปีก ผลของเวทมนตร์จะขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของศัตรู

ทักษะของพวกกริฟฟ่อนไม่ได้หวือหวามากนัก พวกอัศวินผู้ขี่พวกมันต่างเป็นคนแคระ พวกเขามีความแข็งแรงอย่างมากและที่ใช้ค้อนเป็นอาวุธ อย่างไรก็ตาม พวกกริฟฟ่อนเป็นสัตว์ที่ดุร้ายอยู่แล้ว พวกมันสามารถฉีกร่างของคนธรรมดาออกเป็นชิ้นๆอย่างง่ายดาย ซึ่งอัศวินที่ขี่มันก็สามารถใช้ได้เพียงทักษะเดียวคือ ทักษะแฮมเมอร์สตรอม อย่างไรก็ตาม ทักษะนี้สามารถอัพเกรดได้เมื่อไปถึงระดับสาม หกและสิบ

ที่ระดับสาม อัศวินจะสามารถขว้างค้อนติดต่อกันได้สามครั้ง ที่ระดับหกก็จะเป็นหกครั้ง ที่ระดับสิบก็จะเป็นสิบครั้ง แม้ว่าพวกกริฟฟ่อนจะดูราบเรียบกว่ายูนิตอื่นๆ แต่เขารู้ดีว่าการโจมตีแต่ละครั้งของพวกเขานั้นรุนแรงอย่างมาก

นักรบกริฟฟ่อนที่เขาเคยใช้ในเกมนั้นมีจำนวนไม่มาก อย่างไรก็ตาม นั่นต้องเป็นกรณีที่ศัตรูไม่มีกองทัพป้องกันทางอากาศ เขาแทบจะทนรอให้พวกเขาไปถึงระดับที่สิบไม่ไหว เขาจะส่งนักรบกริฟฟ่อนพร้อมด้วยกองกำลังฮิฟโปกริฟและดราก้อนฮอร์คออกไปโจมตีศัตรู....

หากว่าพวกแบทไรเดอร์เปรียบได้ดั่งเครื่องบินทิ้งระเบิดแล้วล่ะก็ เช่นนั้นพวกกริฟฟ่อนก็เปรียบได้กับฝูงบินขับไล่...