ตอนที่ 281

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เวทมนตร์ของพวกหมอผีนั้นแตกต่างจากของผู้ใช้มนตราอยู่บ้าง แม้ว่าผลลัพธ์จะคล้ายคลึงกัน แต่พวกหมอผีนั้นพึ่งพาเจตจำนงของสวรรค์ ขณะที่ผู้ใช้มนตราใช้การรวบรวมพลังธาตุจากโดยรอบเพื่อเปลี่ยนพวกมันให้การเป็นสิ่งที่ต้องการ

พวกหมอผีจะอัญเชิญพลังของสวรรค์เพื่อเชื่อมโยงจิตวิญญาณเข้าด้วยกัน ด้วยวิธีนี้พลังธาตุจะเปลี่ยนรูปกลายเป็นน้ำแข็งหรือสายฟ้า

อันที่จริงแล้ว เวทมนตร์ของพวกหมอผีอาจเรียกได้ว่าคล้ายคลึงกับพวกนักบวชมากกว่าผู้ใช้มนตราเสียอีก ทั้งหมอผีและนักบวชล้วนก็พึ่งพาอำนาจแห่งสวรรค์เหมือนกัน พลังธาตุของพวกมันล้วนขึ้นอยู่กับพลังศรัทธา

ฝุ่นทรายเริ่มลอยขึ้นปกคลุมท้องฟ้าเหนือเมืองฮัวเหลียนเอาไว้ การมองเห็นของไพร่พลป้องกันเมืองการเป็นลดต่ำลงขณะที่พายุและสายฟ้าเข้าปะทะกับกำแพงเมือง

"แบทไรเดอร์! ออกไปโจมตีอีกครั้ง!" เซียวอวี๋ทราบว่าการโจมตีด้วยระเบิดจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ตอนนี้ได้

พับ พับ พับ

ค้างคาวตัวใหญ่กระพือปีกโผบินออกจากเมืองและเคลื่อนตัวไปโจมตีพวกหมอผีและผู้ใช้มนตรา เปลวเพลิงลุกโหมทั่วสนามรบ พวกทหาร หมอผีและผู้ใช้มนตราฝ่ายศัตรูเริ่มล้มตายทีละส่วน

"ยิงมัน! บาริสต้าและผู้ใช้มนตรา! ฆ่าไอ้พวกค้างคาวผีนั่น!" ปาเทียนหมิงตะโกนอย่างเหลืออด

พวกทหารศัตรูเคยเห็นพวกแบทไรเดอร์แล้วจากการโจมตีระลอกแรก ดังนั้นพวกมันจึงลดความกลัวไป พวกมันเร่งมือปรับเปลี่ยนองศาการยิงในทันที

อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ได้สั่งเอาไว้ล่วงหน้าไม่ให้พวกแบทไรเดอร์เข้าล่วงลึกเข้าไปมากนัก พวกมันจะถอนตัวทันทีที่เสร็จสิ้นการทิ้งระเบิด แม้กระนั้นก็ยังมีแบทไรเดอร์ถึงสองตัวที่ถูกยิงร่วงลงไป

เหล่าแบทไรเดอร์เมื่อเห็นว่าค้างคาวของพวกมันถูกยิง พวกมันก็ทราบแล้วว่าคงไม่รอด ดังนั้นพวกมันจึงบังคับค้างคาวพุ่งเข้าใส่พวกกลุ่มหมอผีและผู้ใช้มนตราเพื่อระเบิดพลีชีพไปพร้อมกัน ซึ่งวิธีการที่พวกมันใช้ก็คล้ายกับคามิคาเซ่ มันเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายที่จะใช้โจมตีเข้าใส่ศัตรู

ฆ่ามัน!

พวกแบทไรเดอร์สามารถยับยั้งการโจมตีของเหล่าผู้ใช้มนตรา หากแต่พวกทหารของฝ่ายศัตรูเองก็สามารถใช้ช่วงเวลานี้ปีนขึ้นกำแพงมาได้แล้ว

กระนั้นพวกมันก็ต้องรู้สึกประหลาดใจที่ไม่ถูกขัดขวางระหว่างการปีนขึ้นมาเท่าใด ปกติแล้วพวกทหารบนกำแพงเมืองจะยิงธนูหรือทุ่มอิฐใส่พวกมัน หากแต่ครั้งนี้พวกมันกลับสามารถปีนขึ้นมาได้โดยง่าย นี่ดูเหมือนจะผิดปกติไปแล้ว

พวกมันพลันเข้าใจในทันทีที่เหยียบลงบนกำแพงและได้เห็นพวกออร์คยืนคอยท่าอยู่ด้านบน พวกออร์คคำรามออกมาขณะโถมเข้าใส่ทหารฝ่ายศัตรูที่หน้าซีดเผือด

ฮ๊ากกกกกกก

พวกออร์คไม่ได้สังหารพวกมันด้วยขวานยักษ์หากแต่ใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งพุ่งชนพวกมันให้ตกจากกำแพงเมืองไป ทหารที่ร่วงลงไปได้กระแทกเข้ากับกลุ่มที่กำลังปีนขึ้นมาจนก่อเป็นภูเขาซากศพที่ฐานของกำแพงเมือง

สุดท้ายเหล่าทหารที่สามารถปีนขึ้นมาถึงด้านบนก็ไม่สามารถรั้งอยู่ได้นานนัก พวกมันต้องขาหักหรือกระดูกหักจากการตกกำแพงและตกตายจากการถูกทับ

ในการรบ จำนวนของไพร่พลที่บาดเจ็บยังส่งผลร้ายเสียมากกว่าตกตายอีก ไพร่พลที่บาดเจ็บไม่อาจต่อสู้ได้ กระนั้นพวกเขาก็ยังต้องกินเสบียง พวกมันเหล่านี้จะกลายเป็นภาระชิ้นใหญ่ต่อปาเทียนหมิง

เซียวอวี๋ทราบว่าปาเทียนหมิงจะเลือกใช้ทหารมือดีหรือผู้ฝึกยุทธ์ในอีกไม่ช้า พวกออร์คไม่อาจรับมือกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงได้โดยลำพัง แต่พวกออร์คนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่งมาโดยกำเนิด ดังนั้นพวกออร์คทั่วไปจึงสามารถรับมือกับทหารทั่วไปได้สองถึงสามคนในคราเดียว

วิธีที่เซียวอวี๋ใช้นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่แยบยล พวกออร์คสามารถพึ่งพาร่างกายอันแข็งแกร่งเพื่อผลักดันศัตรูกลับไป อันที่จริงแล้ว เซียวอวี๋ยังได้จัดเตรียมท่อนซุงนับพันเอาไว้ด้วย ด้วยวิธีนั้นพวกออร์คจะสามารถทุบตีหรือกระแทกทหารข้าศึกลงไปได้มากกว่าเดิม

แม้ว่าจะมีทหารมากมายที่ต้องถอนตัวไป กระนั้นจำนวนทหารที่ปีนกำแพงก็ยังไม่ลดลง

ปาเทียนหมิงได้ส่งผู้ฝึกยุทธ์ไปที่ประตูเมืองหวังจะใช้ช่องว่างระหว่างยักษ์ศิลาเล็ดรอดผ่านไป

พวกยักษ์ศิลาไม่ได้ฉลาดนัก อีกทั้งยังเคลื่อนไหวเชื่องช้า ดังนั้นเพียงช่องว่างนี้พวกมันก็จะสามารถลอดผ่านไปได้ อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ได้เตรียมการเผื่อในกรณเช่นนี้เอาไว้แล้ว เขาได้ส่งนักรบออร์คหนึ่งร้อยตน นักล่าห้าสิบตนและพลธนูเอลฟ์อีกห้าสิบตนไปตั้งแนวป้องกันที่ด้านหลังของพวกยักษ์ศิลา

พวกเอลฟ์นักล่านั้นมีความว่องไวสูง พวกเขาสามารถสู้รบได้ทั้งในระยะไกลและในระยะประชิด พวกนักรบออร์คจะเป็นแนวป้องกันแรกต่อจากยักษ์ศิลา ขณะที่พวกพลธนูเอลฟ์จะตั้วแถวอยู่ที่ด้านหลังอีกทีเพื่อคอยยิงใส่ศัตรูที่เล็ดรอดมาได้

พวกฮีโร่เองก็เข้าร่วมสงครามครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงกรอมและคาร์นที่บ้าสงคราม พวกเขาจะบุกตะลุยไปทุกที่ที่มีศัตรูด้วยการพึ่งพาร่างกายอันแข็งแกร่งและทักษะที่หลากหลาย

แอนโทนีดาสจะคอยสนับสนุนด้วยเวทมนตร์ของเขาควบคู่กับกับดื่มน้ำยาฟื้นฟูมานา แท่งน้ำแข็งจะพุ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรูและสังหารพวกมันไปเป็นวงกว้าง ขณะที่ทางฝั่งของเมอีฟนั้นจะเคลื่อนร่างวูบวาบอยู่ในสนามรบ ทุกมีดที่แทงออกจะปลิดปลงชีวิตของศัตรูในทันที

ตอนนั้นเอง ผู้ฝึกยุทธ์กลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้าหากรอม พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่และแน่นอนว่าพวกมันย่อมแข็งแกร่งกว่ากรอมในยามปกติ อย่างไรก็ตาม กรอมที่ได้รับการบัฟจากอสูรโคโด เสาสลักของเซียวอวี๋ กู่ร้องของคาร์น และกระหายเลือดของพวกชาแมนนั้นต่างออกไปจากเดิมมาก กล่าวโดยสรุปก็คือ กรอม คาร์นและพวกออร์คทั้งหมดได้แข็งแกร่งขึ้นเป็นเท่าตัว ดังนั้นผู้ฝึกยุทธ์กลุ่มนี้ย่อมไม่อาจเป็นคู่มือของกรอม

เซียวอวี๋ได้พึ่งพาชัยภูมิที่ดีกว่าและการบัญชาการรบอย่างชาญฉลาดสร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับกองทัพของปาเทียนหมิง

ปาเทียนหมิงกลายเป็นคลุ้มคลั่งเมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น "ได้เวลาแล้ว...ต้องให้ไอ้เด็กพวกนั้นฝันร้ายไปตลอดชีวิตของพวกมัน...นักรบภูติห้าร้อยนายและนักรบหมาป่าทั้งหมด โจมตีได้!"

ปาเทียนหมิงมีนักภูติอยู่หนึ่งพันนาย ในครั้งนี้มันได้ส่งออกไปถึงครึ่งหนึ่ง ในความคิดของมันแล้ว เพียงจำนวนนี้ก็พอจะกวาดล้างเมืองฮัวเหลียนได้แล้ว ส่วนนักรบภูติอีกห้าร้อยนายนั้นจะถูกสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉิน

อวู๊ววววว

พวกหมาป่าหอนออกมาขณะที่วิ่งตะบึงไปทางเมืองฮัวเหลียน

"นักรบหมาป่า?" ดวงตาของเซียวอวี๋สว่างวูบ เขาได้ประจักษ์ในความแข็งแกร่งของพวกมันมาแล้ว กระทั่งพวกออร์คทั่วไปก็ยังไม่อาจต่อกรกับพวกมันได้...ทว่า ผู้ใดบอกว่าเขาจะใช้พวกออร์คต่อสู้กับกับพวกมันเล่า?