ตอนที่ 336

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

โฟเรอร์ชื่นชมเซียวอวี๋อยู่ในใจขณะมองเขาจากไป เขารู้ว่านี่เป็นบทลงโทษที่ถือว่าเบามากเมื่อเทียบกำับมูลค่าของวัตถุดิบเหล่านี้ ในอดีตเขาต้องถูกฟาดโบยปานตายเพียงเพราะความผิดเล็กน้อย ดังนั้นการอดอาหารย่อมไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา

ปัญหาของพวกก๊อบลินคือความอยากรู้อยากเห็นของพวกมัน มันอยู่ในระดับที่แทบจะไม่อาจควบคุมตนเอง คล้ายคนติดสุราพบพานสุราชั้นเลิศ! ดังนั้นในบันทึกประวัติศาสตร์ พวกก๊อบลินจึงถูกบรรยายว่าเป็นโจรขโมย ซึ่งความจริงพวกมันหลงใหลในการวิจัยและประดิษฐ์สิ่งของ

วัตถุดิบส่วนใหญ่ของเมืองไลอ้อนถูกจัดเก็บที่คลังเก็บของรวม กระนั้นก็ยังมีบางส่วนที่ถูกเก็บแยกเนื่องเพราะมูลค่าของมัน เส้นเอ็นมังกรคือหนึ่งในวัตถุดิบเหล่านั้น เซียวอวี๋ได้ส่งมอบพวกมันให้กับฮิกกิ้นและพวกก๊อบลินสามารถนำไปใช้ พวกมันจะกลายเป็นวัตถุดิบที่มีค่า หากตกอยุ่ในมือของผู้ที่ใช้มันเป็น มิเช่นนั้นพวกมันก็เป็นได้เพียงกองสิ่งของระเกะระกะ ที่เซียวอวี๋มีโทสะก็เนื่องเพราะมันมีค่ามากเกินไป เขาวางแผนที่จะจัดสร้างธนูโดยใช้พวกมัน แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าพวกก๊อบลินจะต้องใช้มันกับหุ่นกล

กระนั้นเซียวอวี๋ก็ค่อนข้างมีความสุข เพราะเหล่านักรบอัญเชิญแข็งแกร่งขึ้น พวกอันเดดเกือบทั้งหมดมีระดับอยู่ที่ 10 แม้พวกมันจะมีจำนวนเพียง 5,000 ตัว แต่มันก็เกินพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักหน่วงแก่กองทัพตระกูลเคเนดี้

พวกกูลสามารถข่วนใส่ผู้คนทั่วไปและทำให้พวกเขาติดเช้อได้แล้วหลังจากที่พวกมันมีระดับถึง10 ผู้ที่ถูกพวกมันข่วนทำร้ายจะตกตายหากไม่ได้รับการชำระล้างจากเวทแห่งแสงได้ทันท่วงที

พวกเนโครแมนเซอร์มีระดับถึง 10 แล้วเช่นกัน ปัจจุบันเนโครแมนเซอร์ 250 ตน สามารถอันเชิญนักรบซากศพได้ 2,500 ตัว ทั้ง 2,500 ตัวนี้สามารถใช้เป็นเหยื่อลื่อเพื่อดึงดูดความสนใจของตระกูลเคเนดี้ และด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นนี้ พวกเนโครแมนเซอร์จะสามารถเพิ่มกองทัพอันเดดได้ราว 7,000 ถึง 8,000 ตัว

พวกวิญญาณร้ายอยู่ที่ระดับ 10 และสามารถสิงร่างผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขั้นที่ห้าลงไป พวกมันสามารถสิงร่างผู้ที่อยู่ในขั้นที่สี่และเข้าเข่นฆ่ากองทัพอีกฝ่าย ซึ่งผู้ที่อยู่สูงกว่าขั้นที่สี่ขึ้นไปก็มีโอกาสถูกสิงสู่ได้เมื่อได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป้าหมายหลักของพวกวิญญาณร้ายก็คือเหล่าผู้ใช้มนตรา ซึ่งตอนนี้มีผู้ฝึกยุทธ์ถึง 30 คนที่ถูกสิงสู่และกลายเป็นหุ่นเชิดของเซียวอวี๋ ด้วยเหตุนี้พวกผู้ฝึกยุทธ์ของฝ่ายศัตรูจึงหวาดหวั่นวิญญาณร้าย กระทั่งไม่กล้าเข้าใกล้พวกอันเดดเนื่องเพราะพวกมัน

พวกอสุรกายยิ่งน่าหวาดหวั่นเมื่อมาถึงระดับที่ 10 พวกมันสามารถใช้ตะขอและขวานยักษ์จามร่างศัตรู กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงก็ยังไม่อาจหลุดรอดจากพวกมัน กระนั้นพวกมันจะไม่สังหารผู้ฝึกยุทธ์ หากแต่ปล่อยให้พวกวิญญาณร้ายเข้ายึดครองร่าง

พวกแมงมุมปีศาจสามารถดำดิน พ่นหนามพิษและใยพิษออกมา ร่างกายของมันมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว ซึ่งพวกการ์กอยเองก็มีความเร็วที่เพิ่มขึ้น เซียวอวี๋มุ่งเน้นให้พวกมันเข้าโจมตีกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์หรือผู้ใช้มนตราอันแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นการต่อสู้จนตัวตาย กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าก็ยังอาจถูกแยกเป็นชิ้นๆหากถูกพวกมันกลุ้มรุม

เริ่มแรกพวกแมงมุมปีศาจจะมุดดินลงไปและโผล่ขึ้นมาโจมตีผู้ใช้มนตรา ขณะเดียวกันพวกการ์กอยก็จะพุ่งเข้าไปโจมตีผู้ฝึกยุทธ์หรือผู้ใช้มนตราระดับสูง อันที่จริงเซียวอวี๋ได้ซื้อพวกมันใหม่มาหลายครั้งแล้ว พวกมันเป็นยูนิตที่ล้มตายมากที่สุดในกองทัพ

อาร์ทัสมีระดับถึง 34 แล้ว ตอนนี้เขาไม่ได้ด้อยไปกว่าฮีโร่คนอื่นๆเลย เขาสามารถปลุกซากศพได้ 1,000 ตัว ฟรอสต์มัวร์จะกวัดแกว่งไปทั่วสนามรบขณะที่เขานำพากองทัพซากศพเข้าต่อสู้ เซียวอวี๋กระทั่งจินตนาการไปถึงฉากที่อาร์ทัสจะก่อกบฏเพื่อคิดหาหนทางรับมือไว้ล่วงหน้า

กระนั้นอาร์ทัสก็ยังมีระดับเพียง 30 จะเกิดอะไรขึ้นหากเขามีระดับถึง 40 หรือ 50? เดธไนท์และลิซคิงเป็นคลาสที่ไร้เทียมทาน!

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะกลายเป็นฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่อฮีโร่ทุกคนมีระดับถึง 60 เขาจะไร้ผู้ต่อกรหากจำนวนไพร่พลทั่วไปในสนามรบมีมากพอ

อานูบอารักมีระดับถึง 28 ขณะที่เคลธูซาร์ดมีระดับ 30 เซียวอวี๋เชื่อว่าอีกไม่นานเขาจะไม่ต้องคอยสั่งการพวกอันเดดอีกแล้ว แต่เขาจะให้พวกฮีโร่ควคุมการโจมตีเอง

เซียวอวี๋กระทั่งต้องการให้อาร์ทัสขึ้นนำกองทัพอันเดดและขัดอุปสรรคต่างๆก่อนที่เขาจะเคลื่อนกำลังเข้าโจมตีดินแดนต่างๆในอนาคต

เดิมทีเซียวอวี๋ตั้งใจจะใช้กองทัพอันเดดลดทอนความแข็งแกร่งของตระกูลเคเนดี้ จากนั้นจึงเปิดฉากการโจมตีสวนกลับด้วยกองทัพเมืองไลอ้อน อย่างไรก็ตาม แผนของเขาจำต้องเปลี่ยนไปเมื่อได้รับข่าวการเคลื่อนกำลังของศาสนจักร ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะตัดทอนกำลังทหารของตระกูลเคเนดีให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เขาจะสามารถกำจัดกองทัพของตระกูลเคเนดี้ไปได้กว่า 10,000 คน หากว่าเขาสามารถสังหารอีกฝ่ายได้คืนละ 1,000 คน

แน่นอนว่าเขาไม่อาจใช้พวกอันเดดได้อย่างโจ่งแจ้งทุกคืน นั่นจะทำให้ฝ่ายศัตรูเกิดความสงสัยขึ้นได้ เขาจะส่งกองทัพอันเดดไปโจมตีหมู่บ้านภายในดินแดนไลอ้อนเพื่ออำพราง บางครั้งก็อาจจะส่งไปยังดินแดนโซโลมอน กระนั้นเขาก็สั่งไม่ให้พวกอันเดดสังหารคนธรรมดา เป้าหมายหลักของพวกมันคือ สร้างความหวาดกลัว จากนั้นจึงค่อยปล่อยข่าวลือว่ามีผู้คนนับพันที่ล้มตายจากการเข้าโจมตีของพวกอันเดด

หลังจากเกิดการโจมตีขึ้น ชาวบ้านและชาวนาก็อพยพเข้าสู่เมืองไลอ้อน สุดท้ายแล้วตัวเมืองก็ยังมีกำแพงที่สูง พวกอันเดดย่อมไม่อาจเข้าโจมตีได้โดยง่าย ด้วยเหตุนั้นมันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกอันเดดจึงเข้าโจมตีค่ายของกองทัพตระกูลเคเนดี้

โรเบิร์ตและซาเน่แทบจะเสียสติอยู่รอมร่อ พวกเขาต้องการจะถอยทัพกลับไปเนื่องเพราะไม่อาจรับมือกับพวกอันเดด นอกจากนี้ยังมีกองทัพอากาศของเมืองไลอ้อนคอยบุกโจมตีค่ายของพวกเขา เหล่านักรบกริฟฟ่อนจะใช้สายฟ้าฟาด ขณะที่พวกแบทไรเดอร์จะขวางระเบิดเพลิงเผาค่าย มีหลายครั้งที่พวกเขาสามารถกำจัดพวกอันเดดไปได้เกือบครึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกที่ตายก็เป็นเพียงพวกซากศพ ซึ่งอีกไม่กี่วันถัดมา พวกมันก็จะกลับมาพร้อมกองทัพที่พรักพร้อมอีกครั้ง

โชคดีที่มีข่าวลือว่าศาสนจักรกำลังเคลื่อนพลมาโจมตีดินแดนไลอ้อน ซึ่งนั่นทำให้ขวัญกำลังใจของฝ่ายโรเบิร์ตเกิดความสเถียรขึ้นมา พวกเขากำลังรอคอยการมาของกองทัพจากศาสนจักร แต่พวกเขาก็จำต้องถอยทัพไปอีกราว 20 กิโลเมตรเพื่อตั้งค่าย แม้กระนั้นโรเบิร์ตก็ยังเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถตีชิงเมืองไลอ้อนได้ยามที่กองทัพของศาสนจักรเดินทางมาสมทบ!