ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
ยังเหนือโควต้านักรบอีก 350 ยูนิต เซียวอวี๋ตัดสินใจสร้างทหารม้า 200 นาย ส่วนที่เหลือใช้สร้างไรเดอร์
เซียวอวี๋ไม่ได้มีทหารม้าใต้บัญการการมากนัก แต่เขารู้ว่าทหารม้าเป็นสิ่งจำเป็นในสนามรบ ทหารม้าเพียงหนึ่งนายสามารถจัดการไพร่พลทั่วไปได้สามคน ตอนนี้เซียวอวี๋มีทัพม้า 700 นายแล้ว
เซียวอวี๋จะเริ่มโจมตีหลังจากรวบรวมกำลังทหารเสร็จ ตอนนี้ดินแดนไลอ้อนมีกองทัพทหาร 30,000 นายแล้ว เซียวอวี๋ได้อาวุธและชุดเกราะมากมายจากค่ายเหยี่ยว ไพร่พลทุกนายต่างมีอุปกรณ์สวมใส่ มีราว 1,000 นายที่เป็นทหารม้าเกราะหนัก ทหารม้าเกราะเบา 3,000 นาย ส่วนที่เหลือเป็นไพร่พลทหารราบ
กองกำลังของเซียวอวี๋ยังมีไม่เท่ากับโซโลมอน อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมกับเหล่านักรบอัญเชิญแล้วก็สามารถถมช่องว่างในด้านปริมาณไป นอกจากนี้เขายังจ่ายเงินจำนวนมากซื้อหาบาริสต้าหนัก 100 เครื่อง เครื่องยิงหินขนาดกลาง 500 เครื่องและ 1,000 เครื่องยิงหินและบาริสต้าขนาดเล็กจากกลุ่มการค้าวอร์แฮมเมอร์สำหรับให้พวกออร์คใช้ในสงคราม
เซียวอวี๋พาออร์คกลับมาจากเทือกเขาอัลคาเกนมากกว่า 3,000 ตน แต่เขาย่อมไม่ส่งออร์คเพศเมียและเด็กออกไปรบ หลังจากจัดระเบียบแล้วก็มีออร์คราว 2,000 ตนที่สามารถเข้าสู่สนามรบ
เขามีนักรบออร์คจากระบบ 600 ตน ออร์คจากเมืองเบงกอล 500 ตน ดังนั้นตอนนี้เซียวอวี๋จึงมีกองทัพออร์คใต้บัญชาการ 3,000 ตน
พวกออร์คทั่วไปด้อยกว่านักรบออร์คจากระบบในด้านพละกำลัง อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับการฝึกและบริโภคอาหารดีๆแล้วพวกเขาก็มีพละกำลังที่ดีขึ้นมาก
นอกจากนี้ยังมีพวกออร์คชนเผ่าที่แข็งแกร่งเทียบเท่าพวกนักรบออร์ค ยกตัวอย่างเช่น ซีซาร์จากเมืองเบงกอล ในด้านพละกำลังเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าโอนีลเลย ดังนั้นเซียวอวี๋จึงมอบโทมาฮอค 2 เล่มและชุดเกราะเซ็ตที-หนึ่งให้เขา ซีซาร์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้นำออร์ค 1,000 ตน
ยังมีออร์คอีกตนที่ชื่อซามูซึ่งเป็นหัวหน้าชนเผ่าออร์คจากเทือกเขาอัลคาเกน เขายังคงหนุ่มแน่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เขากระทั่งยังแข็งแกร่งกว่าซีซาร์ เซียวอวี๋ได้มอบโทมาฮอค 2 เล่มและชุดเกราะเซ็ตที-หนึ่งให้เขาเช่นกัน ซามูได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำออร์คกองพลที่สอง ซึ่งมีออร์ค 1,000 ตนอยุู่ใต้บัญชา
ออร์คกองพลที่สามอยู่ภายใต้การนำของโอนีล ในแต่ละกองพลจะมีอสูรโคโด ชาแมนและวิชดอกเตอร์เข้าร่วมด้วยเพื่อสนับสนุนการรบ
ทั้งสามกองพลขึ้นตรงกับทอร์ลและกรอม คาร์นจะเป็นผู้นำเหล่านักรบอัญเชิญ ส่วนหน่วยไรเดอร์จะขึ้นตรงกับเซียวอวี๋เพียงผู้เดียว
พวกเอลฟ์เองก็มีนักรับชั้นยอดเช่นกัน เอลฟ์หญิงชื่อว่าอันนาเป็นผู้นำชนเผ่าเอลฟ์ในเทือกเขาอัลคาเกน เซียวอวี๋ได้มอบธนูเฮอร์ริเคนและแต่งตั้งให้นางเป็นผู้นำพลธนูชั้นยอด 1,000 นาย
ในส่วนของเหล่านักรบพลธนูจากระบบ เหล่านักล่าและดรูอิดแห่งทารอนจะอยู่ภายใต้การนำของราอูล
เหล่าพลธนูจากระบบจะมีฮิปโปกริฟเป็นสัตว์พาหนะซึ่งนั่นทำให้บรรดาเอลฟ์ที่เหลือต่างรู้สึกอิจฉา
พวกเอลฟ์จากเทือกเขาอัลคาเกนยิงธนูได้ไม่แม่นยำเท่าเหล่าพลธนูจากระบบ กระนั้นในด้านการต่อสู้ระยะประชิดพวกเขาก็ทำได้ดี ความแข็งแรงทางด้านร่างกายของพวกเขายังเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ร่างกายของพวกเขาทั้งแข็งแกร่งและคล่องตัว นักรบจากชนเผ่าเอลฟ์เพียงหนึ่งตนสามารถรับมือกับทหารชาวมนุษย์สี่ถึงห้าคนได้โดยไม่มีปัญหา กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่ใช่คู่มือของผู้ฝึกยุทธ์ ในยุคโบราณ พวกเอลฟ์มีทักษะและอาวุธที่ทรงพลังอย่างมาก อย่างไรก็ตามทั้งหมดล้วนค่อยๆสูญหายไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลาหลังจากผ่านมานับหมื่นปี
พวกเอลฟ์จะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้หลังจากเซียวอวี๋อัญเชิญยูนิตเผ่าเอลฟ์ที่แข็งแกร่งออกมาในอนาคต
หลังจากเตรียมการเสร็จสิ้นกองทัพของเซียวอวี๋ก็เคลื่อนทัพมุ่งหน้าไปยังดินแดนของโซโลมอน ไพร่พลทั่วไป 10,000 นายและเหล่าผู้พิทักษ์แห่งพงไพรถูกทิ้งไว้รักษาเมือง
เซียวอวี๋ไม่ค่อยกังวลมากนักเนื่องเพราะดินแดนโดยรอบไม่ได้เป็นศัตรูกับเขา เขาเชื่อว่าตระกูลเคนเนดี้ย่อมไม่อาจโจมตีเข้ามาระยะเวลาอันสั้นนี้ได้
เซียวอวี๋เรียกรวมประชาชนของเขาก่อนจะเริ่มสงคราม เขาแจกแจงความชั่วร้ายของแคร์รี่และโซโลมอนไปมากมาย เขาบอกกับประชาชนของเขาว่า โซโลมอน เลือกปฏิบัติ ทั้งกดขี่ข่มเหงประชาชนตาดำๆและเรื่องชั่วร้ายอื่นๆอีกมาก
หน่วยฮิปโปกริฟจะคอยบินสำรวจตรวจสอบพื้นที่ล่วงหน้าให้กับทัพใหญ่ ในยุคสมัยนี้ การมีกองทัพทางอากาศในครอบครองถือว่าสิ้นเปลืองอย่างมาก มีเพียงขุมกำลังที่ทรงอำนาจมากเท่านั้นที่สามารถมีหน่วยรบทางอากาศ
หน่วยรบทางอากาศมีความคล่องตัวสูงและโจมตีได้ยาก นอกจากนี้พวกเขาสามารถสืบเสาะหาข้อมูลและกลับมารายงานได้ง่ายกว่าหน่วยสอดแนมทางภาคพื้นดิน
เซียวอวี๋จัดให้พวกโทลล์ผู้ขี่แบทไรเดอร์ไม่กี่ตนคอยติดต่อกับทัพใหญ่
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้ปรากฏตัวในตอนกลางวัน ด้วยเหตุนี้จึงมีคนไม่มากที่ทราบการดำรงอยู่ของพวกเขา
จะเกิดความตื่นตระหนกเพียงใดหากแบทไรเดอร์นับพันทิ้งระเบิดใส่เมืองในยามค่ำคืน?
เซียวอวี๋มั่นใจอย่างยิ่งว่าสงครามครั้งนี้ขาจะเป็นฝ่ายกุมชัยชนะก็เพราะหน่วยแบทไรเดอร์และไพ่ลับใบอื่นๆ
ทัพหลักหยุดทัพห่างจากตัวเมืองแรกในดินแดนของโซโลมอนราวสิบไมล์ เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในสามเมืองของโซโลมอนเรียกว่า กิสโก้
ดินแดนของโซโลมอนไม่เล็กเลย เขามีเมืองอยู่ภายใต้การปกครองถึงสามเมือง อย่างไรก็ตาม เมืองแห่งนี้กำลังจะตกเป็นของเซียวอวี๋ในไม่ช้า.....
..........................................
..........................................
แน่นอนว่าโซโลมอนย่อมทราบการบุกรุกของเซียวอวี๋อยู่ก่อนแล้ว ขุมกำลังลึกลับได้แจ้งข่าวล่วงหน้าเกี่ยวกับการโจมตี มันคงน่าแปลกใจหากพวกเขาไม่ทราบถึงการบุกรุกของเซียวอวี๋ในขณะที่กองทัพของเซียวอวี๋เดินส่ายอาดๆภายในดินแดนของเขา
โซโลมอนเองก็ได้ส่งหน่วยสอดแนมออกมาสืบข่าว แต่หน่วยสอดแนมเหล่านั้นก็ถูกหน่วยฮิปโปกริฟสังหารทั้งหมด ดังนั้นเขาจึงไม่ทราบรายละเอียดเบื้องลึก
ยามที่โซโลมอนทราบตำแหน่งที่ตั้งกองทัพของเซียวอวี๋ ก็ตอนที่ทัพของเซียวอวี๋ก็อยู่ห่างจากเมืองกิสโก้เพียงสิบไมล์
"ไอ้เด็กนี่ลงมือรวดเร็วนัก.....หากเป็นเมื่อข้าคงรู้สึกหวาดวั่นอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เจ้าจะต้องพ่ายแพ้!" โซโลมอนฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู
ขุมกำลังลึกลับได้จัดหาอาวุธและผู้ใช้มนตรามาให้กับเขาเป็นจำนวนมาก ที่เขาไม่รู้สึกหวั่นเกรงเซียวอวี๋ก็เพราะการสนับสนุนพวกนี้ โซโลมอนมั่นใจอย่างยิ่งว่าเขาจะเป็นได้รับชัยชนะไม่ว่าเซียวอวี๋จะมีกองทัพที่เข้มแข็งมากมายเพียงใดก็ตาม ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่รั้งอยู่ที่เมืองด้านหลัง หากแต่เดินทางมาที่เมืองกิสโก้เพื่อรอชมความพ่ายแพ้ของเซียวอวี๋ด้วยตาตนเอง
โซโลมอนได้นำแคร์รี่และบุตรชายของเขาอีกสองคนร่วมทางมาด้วยเพื่อให้ทั้งหมดรับชมตอนที่เขามีชัยเหนือกองทัพของเซียวอวี๋ แคร์รี่เคยพ่ายแพ้มาแล้วถึงสองครั้งซึ่งนั่นทำให้โซโลมอนโมโหอย่างมาก กระนั้นเขาก็ไม่ได้ตำหนิแคร์รี่เพราะทราบความแข็งแกร่งของกองทัพเซียวอวี๋ดี อย่างไรก็ตาม ในฐานะบิดาที่ 'ยุติธรรม' แล้ว เขาย่อมต้องลงโทษแคร์รี่เพื่อไม่ใ้บุตรชายอีกสองคนตัดพ้อเอาได้
โซโ,มอนมีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นเพราะได้รับการหนุนหลังจากขุมกำลังลึกลับ เขานำพาบุตรชายทั้งหมดมาร่วมประจักษ์ถึงความสำเร็จของเขา
"พวกเจ้าทุกคนดูให้ดี....ดูว่าบิดาจะจัดการกับเซียวอวี๋อย่างไร ข้าจะแสดงให้ลอร์ดต่ำต้อยผู้นี้ตระหนักได้ว่ามันไม่ควรทำตัวโอหังเกินไป.....ข้าจะมอบบทเรียนให้มันอย่างสาสม!" โซโลมอนยืนอยู่บนกำแพงขณะกล่าวอบรมบุตรทั้งสาม
บุตรชายทั้งสามต่างผงกศีรษะรับอย่างเชื่อฟัง
แคร์รี่รู้สึกขัดแย้งอยู่ในใจ เขารู้สึกทั้งผิดหวังและอารมณ์เสียหลังจากที่โจมตีเซียวอวี๋สองครั้งไม่ประสบผล ตอนนี้เจ้าสารเลวนี่กำลังเป็นฝ่ายโจมตีบิดาของเขา! กระนั้นเขากลับไม่ได้บัญชาการรบในครั้งนี้ด้วยตนเอง
"บาริสต้า เครื่องยิงหินและผู้ใช้มนตราจำนวนมาก.....หากยังไม่สามารถรักษาเมืองไว้ได้ก็ไร้ความสามารถไปแล้ว...." แคร์รี่ดูเหมือนจะเคารพรักบิดาอย่างยิ่ง แต่ภายในใจของเขากลับรู้สึกรังเกียจอยู่ไม่น้อย เขาคิดมาเสมอว่าตัวเขามีพรสวรรค์เหนือล้ำบิดาไปไกล นอกจากนี้เขายังคิดว่าตนเองจะได้ปกครองโลกใบนี้ในสักวันหนึ่ง
พี่น้องอีกสองคนของแคร์รี่เองก็รู้สึกริษยาเขาตั้งแต่เด็ก พวกเขาต่างมีความสุขกับความพ่ายแพ้ของแคร์รี่ทั้งสองครั้ง ตอนนี้พวกเขาต่างมุ่งประจบเอาใจบิดาเพื่อหวังว่าตนจะได้รับสืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา
ทั้งโซโลมอนและบุตรชายต่างคิดว่าพวกเขาจะต้องชนะอย่างแน่นอน พวกเขามีบาิรสต้า เครื่องยิงหินและผู้ใช้มนตราเป็นจำนวนมาก ต่อให้คนปัญญาอ่อนมาบัญชาการรบก็ยังชนะหากได้รับการสนับสนุนเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจของพวกเขาเริ่มสั่นคลอนเมื่อกองทัพของเซียวอวี๋ปรากฏขึ้นในสายตา เกิดการสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองกิสโก้เมื่อพวกยักษ์ศิลาเคลื่อนตัวเข้าใกล้เมือง......
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved