ตอนที่ 194

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เขาออกมาเพื่อเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในโลกกว้าง กระนั้นพวกเชาก็ยังเป็นผู้ใช้มนตราขั้นที่สอง พลังโจมตีของผู้ใช้มนตรานั้นมากกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สอง นี่เป็นเหตุผลที่เซียวอวี๋นำตัวพวกเขามายังนครทมิฬด้วย พวกเขาจะมีบทบาทอย่างมากในสถานการณ์ที่พวกพลธนูเอลฟ์และออร์คไม่อาจทำอย่างไรได้ ยากอย่างยิ่งที่จะสังหารพวกอันเดดหรือพวกโครงกระดูกยักษ์หากไม่มีผู้ใช้มนตรา

อัลม่าบอกว่าแก่นเวทที่พื้นดินเป็นละอองเวทของเนโครแมนเซอร์ ทุกคนต่างตกตะลึง เซียวอวี๋เป็นคนแรกที่เอ่ยปากถาม "แก่นเวทของเนโครแมนเซอร์? มันคืออะไร?"

อัลม่ากล่าวตอบ "ว่ากันว่าแก่นเวทของเนโครแมนเซอร์จะปรากฏขึ้นในสถานที่ที่มีอันเดดจำนวนมาก แก่นเวทพวกนี้จะถูกทิ้งไว้หลังจากพวกมันตาย มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับนักเล่นแร่แปรธาตุ แต่พวกมันก็หายากมากเช่นกัน"

"ว้าว นี่มันโครตเจ๋ง....ครั้งนี้พวกเราทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่แล้วสินะ!" เซียวอวี๋กล่าวออกมา

หลินมู่เสวี่ยหยิกหลังเขาทันที

เซียวอวี๋รีบเปลี่ยนวิธีพูด "พวกเราโชคดีอย่างยิ่งที่ได้รับไอเทมล้ำค่าเช่นนี้ ท่านอาจารย์อัลม่า ท่านช่วยสอนวิธีใช้งานแก่นเวทพวกนี้ได้หรือไม่?"

อัลม่าสูดหายใจเข้าลึกขณะมองแก่วคริสตัลขนาดเล็กที่เปล่งประกาย "พวกมันสามารถใช้สร้างศรเวทระเบิดได้..."

"ศรระเบิด?" เซียวอวี๋โพล่งออกมา

เขาเข้าใจถึงแนวคิดของศรระเบิดอย่างแจ่มแจ้ง อานุภาพของมันเทียบได้กับมิสไซส์ขนาดเล็ก ศรเวทระเบิดดอกใหญ่สามารถยิงจากบาริสต้าและทำลายประตูเมืองที่ห่างออกไป 2,000 เมตรได้

นับได้ว่าเป็นอาวุธที่น่าใช้ แม้ว่าเซียวอวี๋จะไม่สามารถผลิตศรระเบิดดอกใหญ่ได้ แต่เขาก็ยังสามารถสร้างศรระเบิดดอกเล็กจำนวนมากได้

จะเกิดอะไรขึ้นหากเขาให้ทิรันด้าใช้พวกมัน?

"ยังยืนเฉยอยู่ทำอะไร? ลงมือสิ!" เซียวอวี๋หันไปสั่งการพวกออร์คผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกวาดสนามรบ พวกมันเริ่มเก็บแก่นเวทขึ้นมาบรรจุลงขวดเปล่าก่อนที่จะเก็บเข้าแหวนมิติ

"ท่านอาจารย์อัลม่า ท่านก็ทราบว่าดินแดนของข้าค่อนข้างอ่อนแอยิ่ง ข้าต้องการอาวุธที่ทรงพลังเพื่อป้องกันตัว....ดังนั้นแก่นเวทพวกนี้ข้าจะขอเก็บไว้ แต่ข้าจะจ่ายชดเชยให้" เซียวอวี๋กล่าวออกมา

เขาจะปล่อยให้สมบัติเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือผู้อื่นได้อย่างไร?

อัลม่ายิ้ม "โอ้...แม้ว่าท่านจะมีแก่นเวท แต่ท่านยังไม่มีนักแปรธาตุที่แข็งแกร่งกลั่นพวกมันให้กับท่าน"

เซียวอวี๋ตกตะลึง เขาไม่ทราบว่าต้องใช้นักแปรธาตุมากลั่นพวกมันด้วย เขามาจากโลกยุคใหม่ ดังนั้นเขาจึงทราบว่า ต่อให้เขามีวัตถุดิบเพียงพอจะสร้างระเบิดไฮโดรเจนหรือระเบิดอะตอม เขาก็ไม่สามารถสร้างพวกมันได้หากไม่มีนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็คือนักแปรธาตุในโลกใบนี้

"ไม่ต้องกังวล แม้ว่าข้าจะไม่เชี่ยวชาญในเรื่องเล่นแร่แปรธาตุ แต่ข้าก็ยังสามารถแนะนำสหายให้ท่านได้ นี่ถือเป็นการตอบแทนที่ท่านได้ทำให้ขาหลายอย่างๆ เขาเป็นนักแปรธาตุที่ยอดเยี่ยม แต่ข้าไม่อาจรับรองได้ว่าเขาจะช่วยท่าน นี่ขึ้นอยู่กับท่านแล้ว" อัลม่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซียวอวี๋รู้สึกตื่นเต้น เขาวางแผนจะใช้สิ่งของทุกอย่างเพื่อชักจูงคนเหล่านี้มาเข้าร่วมกับดินแดนไลอ้อน

ในเวลาเดียวกัน พวกออร์คก็เก็บกวาดพื้นที่เสร็จสิ้น พวกมันไม่เหลือแก่นเวทไว้แม้แต่ชิ้นเดียว

"แก่นเวทพวกนี้สมควรดรอปจากพวกอันเดดที่เราฆ่าไป แม้ว่าจะอันตรายอยู่บ้าง แต่นั่นก็หมายความว่าพวกเราสามารถได้รับพวกมันมากขึ้น....ยิ่งเข้าไปลึกยิ่งมีอันเดดมากขึ้น ดังนั้นพวกเราไม่อาจถอยกลับ เอาล่ะ ออกเดินทางกันต่อ!" เซียวอวี๋กล่าวออกมา ศิษย์จากทั้งสองสถาบันต่างปรารถนาที่จะเดินทางต่อ

เซียวอวี๋มีความสามารถและความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะปกป้องพวกเขา นอกจากนี้พวกเขายังทราบว่าเซียวอวี๋จะไม่ทอดทิ้งพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกปลอดภัย พวกเขาผ่านประสบการณ์การต่อสู้มามาก กระนั้นก็ยังไม่มีใครเสียชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น ผู้คนในโลกใบนี้ยึดกับเกียรติยศมากกว่าชีวิต

พวกเขาสังหารสัตว์อสูรขั้นที่สี่แฃะกระทั่งบุกเข้าไปในรังของราชสีห์หางแมงป่อง พวกเขาได้ต่อสู้กับอันเดดนับไม่ถ้วน พวกเขาสามารถนำสิ่งเหล่านี้กลับไปคุยโตโอ้อวดกับคนที่บ้านได้เมื่อกลับไป

"พวกเราจะสามารถเข้าไปด้านในได้อย่างไรในเมื่อประตูถูกฝังอยู่ใต้ดิน?" หลินมู่เสวี่ยถามอย่างสงสัย

เซียวอวี๋อมยิ้ม "แม้ว่าประตูนี้จะเข้าไม่ได้ แต่ข้ารู้เส้นทางที่จะพาพวกเราเข้าไป!"

คนอื่นๆที่ได้ฟังต่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดเซียวอวี๋จึงมั่นใจนัก

"เมื่อข้ามีแผนที่ของนครทมิฬที่อธิบายทางเข้า ข้ารู้ว่ามีเส้นทางทางอากาศที่เชื่อมต่อนครทมิฬกับภายนอกอยู่"

"เส้นทางทางอากาศ?" พวกเขางุนงง ทั้งหมดไม่เข้าใจคำนี้

เซียวอวี๋กล่าวอธิบาย "ในยุคโบราณ พวกนักผจญภัยไม่ได้ใช้การเดินเท้า แต่พวกเขาใช้กริฟฟิน อินทรีเขาแหลม ค้างคาวและสัตว์อสูรบินได้ต่างๆ นครทมิฬมีเส้นทางที่สัตว์อสุรเหล่านี้สามารถใช้เข้าออก"

ทุกคนตกตะลึงเมื่อได้ยินคำตอบของเซียวอวี๋ พวกเขาเริ่มจินตนาการถึงยุคโบราณในตำนานที่ผู้คนอาศัยสัตว์พาหนะบินได้ในการเดินทาง ปัจจุบันมีสถานที่เพียงไม่กี่แห่งที่สามารถฝึกสัตว์อสูรบิน กระนั้นจำนวนของมันก็สามารถนับได้ด้วยมือข้างเดียว

เซียวอวี๋คุ้นเคยกับทางเข้านี้เพราะเกม! เขาเคยเล่นเกมและขี่ค้างคาวเข้าไป เขาเดินทางไปที่เมืองใต้ดิน(พื้นที่แห่งหนึ่งใต้ลอร์เดเลน)กับสมาชิกกิลด์ของเขา

พวกเขาได้เผชิญหน้ากับพวกอันเดดไปตลอดทาง สกำจัดวิญญาณ โครงกระดูก โครงกระดูกยักษ์ กระนั้นจำนวนพวกมันก็ไม่ได้ลดลงเลย พวกออร์ควิ่งรวบรวมแก่นเวทที่พวกมันดรอปออกมาจนยุ่งวุ่นวาย

ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงทางเข้านั้น มันเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่เซียวอวี๋รู้จักมัน เขามองไปที่หลุมที่ยุบตัวนั้น......