ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
สถานการณ์ของเมืองไลอ้อนถูกแก้ไขด้วยความช่วยเหลือจากเหล่าผู้พิทักษ์แห่งพงไพร ส่วนสำคัญที่สุดของพวกมันไม่ใช่ขนาดร่างกายที่ใหญ่โตหรือพลังโจมตีอันรุนแรง หากแต่เป็นความสามารถในการขว้างหินของพวกมัน พวกมันมีพลังมากเสียยิ่งกว่าเครื่องยิงทำลายหรือเครื่องยิงหิน ยามที่หินที่ถูกขว้างออกไปจากมือของพวกมัน พวกมันยังกระทั่งสามารถโจมตีศัตรูทางอากาศได้
เซียวอวี๋สั่งให้เหล่าคนงานลำเลียงหินมาไว้เป็นจำนวนมากสำหรับให้เหล่าผู้พิทักษ์แห่งพงไพรและเครื่องยิงทำลายใช้ได้อย่างเพียงพอ
ในตอนนี้ เครื่องยิงทำลาย 50 เครื่องและผู้พิทักษ์แห่งพงไพรทั้ง 5 ตนสามารถกำจัดกองทัพโจรออกไปได้เป็นจำนวนมาก
ทางฝั่งพันธมิตรกองโจรต้องเผชิญกับการสูญเสียเกือบจะสี่หมื่นคนเข้าไปแล้ว แม้ว่าพวกมันจะมีกำลังคนมากกว่าหนึ่งแสนคนก็ตาม นี่ก็ยังเป็นจำนวนมหาศาลอยู่ดี ถึงกระนั้นมันก็ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่สุบารุสามารถรับได้ เป้าหมายของเขาก็คือการดูดกลืนกองโจรทั้งหมดเข้ามา ดังนั้นเขาจึงจำเป็นจะต้องทำให้แน่ใจว่าหัวหน้าโจรกลุ่มอื่นๆจะสูญเสียกำลังคนจนเหลือต่ำกว่าหนึ่งในห้าของกองกำลังเขาเสียก่อน สถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อพวกเขาถอนกำลังกลับไปที่ค่ายเหยี่ยว
นอกจากนี้เขายังได้ลอบสังหารหัวหน้าโจรบางส่วนเป็นการลับเพื่อให้สามารถกลืนกองกำลังโจรที่ยังเหลือได้โดยง่าย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแล้ว ตอนแรกเขาคิดว่าเมืองไลอ้อนนั้นอ่อนแอ เขาเชื่อว่าตนจะสามารถกำจัดเมืองไลอ้อนได้โดยง่ายหลังจากที่เขาสามารถรวบรวมเหล่าโจรเข้ามาเป็นกองกำลังของเขาได้แล้ว มาตอนนี้ ดูเหมือนว่ามันจะยังคงเป็นเรื่องยากลำบากอย่างมากแม้ว่าจะรวบรวมกลุ่มโจรทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ สุบารุจึงต้องพิจารณาแผนการของเขาเกี่ยวกับกลยุทธ์การเข้าโจมตีอีกครั้ง เขาจะต้องคิดหากลยุทธ์อีกอย่างหนึ่งเพื่อทำให้เมืองไลอ้อนอ่อนแอลงจนเปิดเผยจุดอ่อนออกมา
คำถามก็คือ หลังจากควบคุมสมุนโจรทั้งหมดได้แล้ว เขาจะสามารถกำจัดเมืองไลอ้อนได้หรือไม่?
การโจมตียังคงดำเนินต่อไป สุบารุยังไม่มีความคิดที่จะเรียกกองหนุนจากค่ายเหยี่ยวมา ขณะที่เขายังคิดแผนการของตนเองไม่ตก ทว่าปัญหาก็คือ สุบารุไม่อาจทราบได้เลยว่านี่เป็นการมอบโอกาศทองให้กับเซียวอวี๋ได้สร้างนักรบชุดใหม่
เซียวอวี๋พร้อมแล้วที่จะใช้เหล่าชาแมนเป็นหน่วยโจมตีระยะไกลเพื่อช่วยสนับสนุน ชาแมนนั้นสามารถยิงสายฟ้าออกไปได้ แต่มันจะมีประสิทธิภาพอย่างมากยามที่พวกมันทั้ง 300 ตนยิงออกไปพร้อมกัน นอกจากนี้ การมาถึงของเหล่าชามแมนจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับพลธนูเอลฟ์ไปได้มาก
ชาแมนสามารถใช้ทักษะโล่อสนี กระชากเลือดและชำระล้าง อย่างไรก็ตาม พวกมันยังมีระดับต่ำ ดังนั้นจึงทำได้แค่เพียงยิงสายฟ้า
วิชดอกเตอร์เองก็ถูกจัดเข้าไปในกองกำลังด้วยเช่นกัน พลังโจมตีของพวกมันนั้นมีไม่มาก หากแต่การรักษาของพวกมันนั้นเป็นเลิศ ชีวิตของพวกออร์คจะมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเมื่อมีการรักษาจากวิชดอกเตอร์และน้ำยาฟื้นพลัง
พวกออร์คทั่วไปนั้นปลดปล่อยความตื่นเต้นออกมาทันทีที่ได้เห็นวิชดอกเตอร์และชาแมน พวกมันได้เห็นการฟื้นตัวของเผ่าพันธ์ุออร์คแล้วหลังจากที่เกือบจะล่มสลายไปในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา จำนวนวิชดอกเตอร์และชาแมนในโลกใบนี้นั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย
ยังมีบาทิเดอร์อีก 1,000 ตนที่ยังอยู่ภายในฐานทัพออร์คซึ่งยังไม่ได้เข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ เซียวอวี๋รู้ว่าการใช้กองกำลังทางอากาศขนาดใหญ่เป็นครั้งแรกจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและทำลายขวัญกำลังใจของพวกโจรลงได้อย่างมาก แต่หลังจากนั้นไม่นาน อีกฝ่ายก็จะค่อยๆปรับตัวได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดเขาเก็บบาทิเดอร์เอาไว้เป็นไพ่ตายเพื่อใช้ในการปิดฉากสงครามอย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ยังมีหน่วยไรเดอร์อยู่อีก เขาวางแผนที่จะให้หน่วยรบนี้ออกรบในศึกสุดท้าย พวกมันจะเป็นราวกับสายลมที่ม้วนกวาดเอาชีวิตของพวกโจรไป
เซียวอวี๋นั้นสูญเสียอสูรโคโดไปในสนามรบแล้ว 20 ตัว อย่างไรก็ตามพวกมันได้มีส่วนช่วยในสนามรบอย่างมาก
การใช้งานอสูรโคโด เสาสลักและเสียงคำรามของเหล่าฮีโร่นั้นได้เพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้กับเหล่านักรบออร์คเกือบสองเท่าตัว เดิมทีความแข็งแกร่งของพวกออร์คก็มีมากมายมหาศาลอยู่แล้ว และตอนนี้ ความแข็งแกร่งของพวกมันก็เกือบจะเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สองเลยทีดียว จะเป็นเช่นไรหากออร์ค 1,000 ตนมีพลังเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สองน่ะหรือ?
ซากศพของพวกโจรทั้งกองสุมและกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดอยู่รอบเมืองไลอ้อน
คาร์นเลื่อนระดับมาอยู่ที่ 11 แล้ว เซียวอวี๋จึงมอบชุดเกราะเซ็ตที-หนึ่งให้กับเขา นี่จะทำให้คาร์นกลายเป็นป้อมปราการเคลื่อนที่ เขาจะสามารถพุ่งฝ่าทัพกองโจรได้โดยที่ไม่ต้องใช้การคิดไตร่ตรองใดๆ
อันที่จริงแล้ว คาร์นนั้นเฝ้ารักษาประตูเมืองพร้อมกับกรอมและผู้พิทักษ์แห่งพงไพรทั้งสองอยู่ในตอนต้น อย่างไรก็ตาม เขาได้พุ่งเข้าไปในกองทัพโจรใช้ทักษะคลื่นปฐพี กระทืบปฐพีและเหวี่ยงขวานไปรอบตัวเพื่อสังหารศัตรู จากนั้นคาร์นก็จะถอยกลับไปยังด้านข้างผู้พิทักษ์แห่งพงไพรหากว่าศัตรูกำลังพยายามล้อมกรอบเขา
คาร์นนั้นจะกระหายเลือดและรุนแรงมากยิ่งกว่า หากเทียบกับรูปแบบการต่อสู้ของกรอม
คาร์นได้รับทักษะเพิ่มเข้ามาอีก 3 ทักษะเมื่อเขามีระดับถึง 10
เหวี่ยงกวาด(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ทัวเรนชีฟเทนจะเหวี่ยงอาวุธออกไปฟาดฟันเหล่าศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้น 20% ในแต่ละระดับ
พุ่งทะลวง(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 2): ทัวเรนชีฟเทนจะพุ่งอย่างรวดเร็วไปยังเป้าหมายเพื่อสร้างความมึนงงและความเสียหายให้กับศัตรู ระยะทางและความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 20% ในแต่ละระดับ
เชี่ยวชาญด้านอาวุธ(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 5): พลังโจมตีและความคล่องแคล่วในการใช้อาวุธของทัวเรนชีฟเทนจะเพิ่มขึ้น 20% ในแต่ละระดับ
ทักษะโจมตีของทัวเรนชีฟเทนล้วนเป็นการโจมตีในระยะประชิด
ตอนนี้ ทักษะที่คาร์นเรียนรู้แล้วคือ คลื่นปฐพี(ระดับที่ 3),กระทืบปฐพี(ระดับที่ 3),กู่ร้อง(ระดับที่ 3),พุ่งทะลวง(ระดับที่ 1),เหวี่ยงกวาด(ระดับที่ 1)
...............................
...............................
เซียวอวี๋จะคอยหาโอกาศปลอมตัวเป็นโจรและเข้าไปเก็บข้อมูลภายในค่าย เขาตามหาตัวเหล่ยเป่าเพื่อเตือนเขาเกี่ยวกับแผนการของสุบารุ เซียวอวี๋ได้กำชับต่อเขาหลายครั้งว่าจงอย่าได้เข้าร่วมสงครามด้วยตนเอง มิเช่นนั้นสุบารุจะฉวยโอกาศฆ่าเขาในสนามรบ
เหล่ยเป่าเล่าให้เซียวอวี๋ฟังว่ามีหัวหน้าโจรหลายคนที่ตกตายในสนามรบ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีผู้ใดทราบเรื่องการตายของพวกเขาเลย
เหล่ยเป่ามีสมุนโจรที่ชำนาญในการชันสูตรศพอยู่ เขาจึงได้ส่งคนผู้นั้นไปแอบตรวจสอบศพเหล่านั้นเป็นการลับ ผลที่ได้ก็คือ คนเหล่านั้นต่างถูกสังหารจากทางด้านหลังในขณะที่สภาพศพถูกทำให้เหมือนกับว่าถูกศัตรูโจมตีจากเบื้องหน้า
เซียวอวี๋ทราบว่าหากเขาให้เวลากับสุบารุ ไม่ช้าก็เร็วสุบารุจะต้องกลืนกลุ่มโจรทั้งหมดได้สำเร็จ ซึ่งนั่นไม่ใช่สถานการณ์ที่เขาต้องการ ดังนั้นเซียวอวี๋จึงต้องการให้เหล่าหัวหน้าโจรมีชีวิตอยู่ เซียวอวี๋จะยังคงมีโอกาศชนะได้ตราบใดที่พวกโจรไม่ถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน
อาจกล่าวได้ว่าทั้งเซียวอวี๋และสุบารุต่างก็กำลังเดินเกมของตนอยู่ ของสุบารุนั้นกำลังดำเนินอยู่ในที่แจ้ง ขณะที่เซียวอวี๋นั้นดำเนินการอยู่ในที่มืด
เหล่ยเป่าเริ่มออกเตือนเหล่าหัวหน้าโจรที่สนิทกับเขาเกี่ยวกับผลการรบและบอกให้พวกเขาวางตัวให้ห่างจากสนามรบมากที่สุด ในขณะเดียวกัน เหล่ยเป่ายังได้กระจายข่าวลือว่าสุบารุนั้นจงใจสังหารเหล่าบรรดาหัวหน้าโจรกลุ่มต่างๆในสนามรบ
ความรุนแรงของข่าวลือนั้นช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง การตายของบรรดาหัวหน้าโจรกลุ่มต่างๆเริ่มแพร่กระจายไปทั่ว สุบารุรู้สึกหงุดหงิดอย่างมากเมื่อข่าวลือนี้มาถึงหูเขา คนเหล่านี้รู้ความเคลื่อนไหวที่ดำเนินเป็นการลับของเขาได้อย่างไร?
เวลาครึ่งเดือนหมุนผ่านไป สุบารุก็ยังคงให้พวกโจรโจมตีต่อไป การหมดสิ้นเรี่ยวแรงของทั้งสองฝ่ายนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อเขา ถึงกระนั้น ตอนนี้ก็มีโจรครึ่งหนึ่งตกตายไปแล้ว
สุบารุไม่ได้ใส่ใจต่อตัวเลขนี้มากนักเพราะเชื่อว่าทางฝั่งเซียวอวี๋เองก็ไม่ได้ดีกว่ากันไปสักเท่าใด แน่นอนว่าเขาจะต้องสูญเสียอย่างหนักหากต้องการจะครอบครองเมืองไลอ้อน เขาจะต้องกลับไปรวบรวมไพร่พลชั้นยอดมาเพื่อทำลายเมืองไลอ้อนให้ได้ในครั้งเดียว
ซึ่งความจริงแล้ว การคาดคำนวณของสุบารุนั้นผิดถนัด ทหารของเมืองไลอ้อนนั้นล้มตายเป็นจำนวนมากก็จริง แต่ส่วนใหญ่แล้วที่ตายไปก็เป็นเพียงทหารใหม่ ในขณะที่กองกำลังนักรบอัญเชิญนั้นยังไม่ได้รับความกระทบกระเทือน เหล่าออร์คนั้นได้รับการอวยพรจากเสาสลักและอื่นๆ ขณะที่วิชดอกเตอร์ยังช่วยในด้านการรักษาเยียวยาบาดแผล ซึ่งนี่ได้ช่วยลดการสูญเสียไปมาก พวกเอลฟ์นั้นอยู่ในแนวหลัง ดังนั้นจึงไม่เกิดการบาดเจ็บล้มตายเลย พลเดินเท้าที่มีโล่ใบใหญ่และแข็งแกร่งนั้นก็มีอัตราการเสียชีวิตน้อยมากเช่นกัน
นอกจากนี้พวกโจรยังตัดศีรษะพวกเดียวกันเองและนำกลับไปยังค่ายเพื่อรับค่าชดเชยอยู่อีก ดังนั้นการคาดคะเนของสุบารุจึงคาดเคลื่อนด้วยประการฉะนี้ สุบารุนั้นยึดติดอยู่กับความคิดที่ว่าไม่ควรมีโจรคนใดตัดศีรษะของสหายร่วมรบเพื่อรับเงินรางวัล จะมีก็แต่เพียงโจรจำนวนมากต่างกระหายฟันศีรษะของศัตรูเพื่อรับเอารางวัลไป
เซียวอวี๋กำลังคิดหาแผนการตอบโต้ครั้งสุดท้ายขณะที่ประเมินสถานการณ์ต่างๆไปด้วย เขาทราบดีว่า หากพึ่งพากำลังของเมืองไลอ้อน เช่นนั้นเขาก็คงได้แค่รอความตาย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขายังมีหน่วยรบทางอากาศอยู่ถึง 1,000 ตน ดังนั้นสถานการณ์จึงแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง พวกโจรกลุ่มนี้ยังไม่เคยพบกับความน่ากลัวของการโจมตีจากทางอากาศ ดังนั้นพวกมันจะไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น.....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved