ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เป้าหมายของเซียวอวี๋คือการสร้างความประทับใจที่ดีให้กับศิษย์จากสถาบันเวทมนตร์และอัศวิน แม้ว่าจะไม่ทราบว่าในภายภาคหน้าพวกเขาจะเข้าร่วมกับเซียวอวี๋หรือไม่ก็ตาม ซึ่งอันที่จริง หากดินแดนของเขาเข้มแข็งขึ้นมาก พวกเขาก็ย่อมที่จะเลือกเข้าร่วมด้วยตนเอง มีสัตว์อสูรจำนวนมากที่พยายามเข้าโจมตีในระหว่างทาง ทว่าพวกมันก็ทำได้เพียงคว้าน้ำเหลว ในทางตรงกันข้ามแหวนมิติของเซียวอวี๋ต่างถูกบรรจุไปด้วยซากสัตว์อสูรและมอนสเตอร์ เขาว่าซากร่างของพวกมันสามารถขายได้ราคาดีหรืออาจจะใช้สร้างเวทอาวุธหรืออุปกรณ์เวทมนตร์ได้
ความแข็งแกร่งของอุปกรณ์เวทมนตร์จะเพิ่มขึ้นหากวัตถุดิบที่ใช้นั้นมีคุณภาพดี
ดูจากแผนที่ พวกเขาสมควรอยู่ห่างจากนครทมิฬอีกไม่มาก อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าแผนที่จะไม่ค่อยแม่นยำนัก อาจบางทีภูมิประเทศได้เปลี่ยนไปหลังจากผ่านกาลเวลาที่ยาวนาน พวกเขาเผชิญกับสัตว์อสูรและมอนสเตอร์ระดับสูงมากขึ้นเมื่อเดินทางเข้าสู่ส่วนลึกของภูเขา ขณะที่ยิ่งเวลาผ่านไป นักผจญภัยกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าต่างค่อยๆมาพึ่งพิงกลุ่มของเซียวอวี๋ เซียวอวี๋ไม่ต้องการให้กลุ่มคนเหล่านี้มาเป็นภาระของกลุ่มเขา ดังนั้นเซียวอวี๋จึงสั่งให้พวกเขาจับกลุ่มติดตามอยู่ทางด้านหลัง กระนั้นเขาก็ยินดีต้นรับผู้ใช้มนตราที่ต้องการจะช่วยเหลือตลอดเวลา
เซียวอวี๋สอบถามผู้ใช้มนตราถึงเวทที่ถนัดก่อนจะจัดเข้ารูปขบวน ผู้ใช้มนตราเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญในกรณีที่ต้องเผชิญกับสัตว์อสูรระดับสูง โดยปกติผู้ใช้มนตราจะอ่อนแอหากอยู่เพียงลำพัง แต่การโจมตีของพวกเขาจะมีอานุภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อโจมตีร่วมประสานกับผู้ใช้มนตราคนอื่นๆ ผู้ใช้มนตราเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นศิษย์จากสถาบันเวทมนตร์ ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อฟังวาจาของเซียวอวี๋โดยปราศจากคำถาม ทางศิษย์ของสถาบันอัศวินเซียวอวี๋ก็รับตัวเอาไว้เช่นกัน หากแต่เซียวอวี๋ได้สั่งให้พวกเขาคอยปกป้องคุ้มครองกลุ่มผู้ใช้มนตราแทนการไปสู้รบที่แนวหน้า คนเหล่านี้ยังมีความคลางแคลงใจในคราแรกแต่พวกเขาก็ต้องปิดปากลงเมื่อได้เห็นความแข็งแกร่งของพวกนักรบออร์ค
ศิษย์เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วต่างเฝ้าฝันว่าชีวิตนี้จะต้องสังหารออร์คให้ได้สักตนหนึ่งเพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับตนเอง ซึ่งอันที่จริงก็มีบางคนที่คิดจะกระทำเรื่องดังกล่าวหลังจากที่เดินทางออกจากเมืองไลอ้อนเข้าสู่เทือกเขาอัลคาเกน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาพลันรู้สึกโชคดีที่ไม่ได้ทำเช่นนั้นหลังจากได้ชมการต่อสู้ของพวกออร์ค การที่พวกออร์คจะสังหารพวกตนสักหลายคนนั้นนับว่าง่ายดายยิ่ง
ออร์คระดับที่สิบนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากมายอะไร แต่ว่าทั้งหมดต่างได้บัฟจากเสาสลักและเวทมนตร์ของชาแมนช่วยเสริม ดังนั้นความแข็งแกร่งของพวกมันจึงเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า พวกมันราวกับเป็นเครื่องจักรสังหาร
.......................................
.......................................
"อย่าได้ไปทางนั้น! ที่นั่นมีสัตว์อสูรขนาดใหญ่! ร่างของมันใหญ่โตราวขุนเขา ยามเมื่อมันก้าวเดินจะเกิดแผ่นดินสั่นสะเทือนเลือนลั่น!" นักผจญภัยหลายคนวิ่งสวนทางมาขณะที่ตะโกนอย่างแตกตื่น
เซียวอวี๋ออกคำสั่งให้พวกออร์ครั้งตัวนักผจญภัยเอาไว้เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์อสูรตนนั้น
มีนักผจญภัยหลายคนล่วงหน้าไปสอบแนม พวกเขาจะออกสำรวจพื้นที่ด้านหน้าก่อนคนอื่นๆ เซียวอวี๋ได้รับข้อมูลจากคนเหล่านี้ เขาต้องการที่จะไปชมดูสัตว์อสูรตัวนั้นด้วยตาของตนเอง หากว่ามันแข็งแกร่งมาก เช่นนั้นพวกเขาก็จะเดินทางอ้อมผ่านไป แต่หากไม่ใช่เขาก็ย่อมจะไม่ปล่อยโอกาศอันดีหลุดมือไป
เซียวอวี๋และกรอมมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่นักผจญภัยกลุ่มนั้นหลบหนีจากมา ไม่นานพวกเขาก็มาถึงถ้ำแห่งหนึ่ง มีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งนอนอยู่ด้านในขณะที่มันจามออกมา
"เป็นแรดที่ใหญ่โตอะไรเช่นนี้!" ดวงตาของเซียวอวี๋แทบจะถลนออกจากเบ้า ร่างของแรดตัวนี้มีความยาวนับสิบเมตรขณะที่ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยผิวหนังหยาบหนา
มันสามารถสังหารสิ่งมีชีวิตได้โดยการพุ่งชนเพียงครั้งเดียว ไม่แปลกที่เหล่านักผจญจะหลบหนีทันทีที่เห็นมัน
"แรดตัวนี้สมควรเป็นสัตว์อสูรขั้นที่สี่ ร่างกายของมันสมควรมีเวทมนตร์ห่อหุ้มอยู่หากเป็นสัตว์อสูรขั้นที่ห้า ช่างเขย่าขวัญผู้คนนัก....การสังหารมันย่อมยากเย็นยิ่งเนื่องเพราะผิวที่หนาของมัน" เซียวอวี๋ขบคิดหาวิธีจัดการกับแรดตัวนี้ หากเชื่อว่าหากที่ข้างกายตอนนี้มีผู้ใช้มนตราที่ทรงพลังอยู่เช่นนั้นก็สมควรจะสังหารมันได้ไม่ยาก พวกออร์คนั้นแข็งแกร่ง แต่พวกมันก็ยังไม่อาจเทียบได้กับสัตว์อสูรตัวนี้
บางทีคาร์นอาจจะสังหารมันได้หากเขามีระดับ 30 และสวมใส่ชุดเกราะเซ็จที-สาม อย่างไรก็ตามตอนนี้เขายังมีระดับน้อยเกินไป เขาอยู่ที่ระดับ 16 หลังจบศึกที่ค่ายเหยี่ยว ทว่านับแต่นั้นก็ไม่มีสงครามขนาดใหญ่เกิดขึ้นอีก ดังนั้นระดับของเขาจึงไม่ได้เพิ่มอีกเลย
เซียวอวี๋มีแผนที่จะกำจัดแคร์รี่และบิดาของเขาก่อนที่จะเข้ามายังหุบเขาอัลคาเกนเพื่อยกระดับกองทัพของเขา แต่ด้วยเหตุผลหลายประการเขาจึงจำต้องเลื่อนออกไป ด้วยเหตุนี้เขาจึงสั่งให้อาร์ทัสคอยโจมตีก่อกวนดินแดนแห่งนั้น ขณะเดียวกันเขาก็ได้ส่งหน่วยไรเดอร์ออกไปปล้นสะดมภ์ตามหมู่บ้านแห่งต่างๆเพื่อเป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจของประชาชนในดินแดน
ตอนนี้สถานการณ์ของทั้งสองเรียกได้ว่าเป็นศัตรูกัน เซียวอวี๋ไม่อาจปล่อยให้พวกเขาสะสมกำลังพลขึ้นได้แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่มีโอกาศไปโจมตีก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นบิดาของแคร์รี่จะไม่โจมตีเข้ามาเมื่อทราบข่าวการล่มสลายของพันธมิตรกองโจร
กระทั่งสุบารุยังไม่อาจตีหักเมืองไลอ้อนด้วยกำลังพลนับแสนได้ นับประสาอะไรกับกองทัพของเขาที่กำลังคนเพียงไม่กี่หมื่น
หลังจากสำรวจตรวจสอบแล้วเขาก็ย้อนกลับไปรวมกลุ่ม ตัวเขาต้องการที่จะสังหารแรดตัวนี้เนื่องเพราะการสังหารมันได้ยังคุ้มค่ากว่าสังหารสัตว์อสูรขั้นที่สามได้หลายสิบตัว เมื่อกลับมาถึงเขาก็พบว่าเหล่าศิษย์และอาจารย์จากสถาบันเวทมนตร์ของหลินมู่เสวี่ยได้เดินทางมาเข้าร่วมกับกลุ่มของเขาแล้ว อาจารญือัลม่าต้องคอยดูแลศิษย์จำนวนมาก ดังนั้นจึงเกิดการบาดเจ็บล้มตายขึ้น ภัยซ่อนเร้นที่อยู่ภายในเทือกเขาอัลคาเกนแห่งนี้นับว่าเหนือความคาดหมายของพวกเขาไปมาก
บรรดาศิษย์ต่างอดอิจฉาขึ้นมาไม่ได้เมื่อได้เห็นหลินมู่เสวี่ยและมู่หานนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ขณะที่มีอาหารและคอยดื่มอย่างครบครัน ทว่าพวกเขากลับทำได้เพียงมองตาละห้อย!
"ท่านอาจารย์อัลม่า การผจญภัยเป็นอย่างไรบ้าง? ใช่จับสัตว์อสูรได้บ้างแล้วหรือไม่?" เซียวอวี๋เปลี่ยนเป็นมีความสุขเมื่อได้เห็นอาจารย์อัลม่า การฆ่าแรดตัวนั้นสมควรง่ายดายเมื่อมีผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุอัคคีเช่นอาจารย์อัลม่า บอลเพลิงที่ยิงโดยอัลม่านั้นหาได้ด้อยไปกว่าจรวดมิสไซส์ขนาดเล็กในโลกยุคใหม่
"ตามรายทางนั้นมีสัตว์อสูรมากเกินไป...มันยากที่จะจัดการกับวกมันได้ทั้งหมด" อัลม่าตอบคำ เขาอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องเหล่าศิษย์จากอันตรายไม่ใช่เพื่อล่าสังหารสัตว์อสูรด้วยประโยชน์ส่วนตน สถานการณ์สมควรดีกว่าตอนนี้มากหากเขามาที่นี่พร้อมกับกลุ่มผู้คุ้มกันของเขา
เซียวอวี๋นำโต๊ะ เก้าอี้ อาหารและเครื่องดื่มออกมาจัดเลี้ยงอาจารย์อัลม่าและคนอื่นๆ บรรดาศิษย์ต่างกัดฟันกรอดด้วยความโกรธเมื่อได้เห็นเซียวอวี๋และคนอื่นๆพักผ่อนอย่างสุขสบายในเทือกเขาแห่งนี้ในขณะที่พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมาณราวกับตกนรก! นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังมีกระโจมที่พัก เตียงนอนหรือกระทั่งอ่างอาบน้ำ! หลินมู่เสวี่ยและมู่หานยังคงได้อาบน้ำทุกวัน!
มีเพียงไม่กี่คนจากผู้คนนับหมื่นที่ครอบครองแหวนมิติ ส่วนมากแล้วพวกเขาจะพกพาเพียงสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันติดตัวมาเพียงไม่กี่ชิ้น
อัลม่าตัดสินใจที่จะติดตามเซียวอวี๋ไประยะหนึ่งเมื่อพิเคราะห์สถานการณ์ดูแล้ว อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่ต้องทนลำบากมากนักระหว่างเดินทาง เขาจะปล่อยให้เหล่าศิษย์จากสถาบันสังหารสัตว์อสูรตามรายทางเพื่อให้พวกเขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ยังมีศิษย์บางคนที่ถูกสังหารระหว่างการเดินทาง เป็นเรื่องยากสำหรับอาจารย์อัลม่าและอาจารย์คนอื่นๆที่จะอธิบายต่อผู้คนเมื่อมีศิษย์เสียชีวิต
หลังจากอัลม่ารับประทานอาหารเสร็จสิ้นเซียวอวี๋ก็กล่าวขึ้นมา "ท่านอาจารย์อัลม่า ที่ข้างหน้านั้นมีสัตว์อสูรขั้นที่สี่อยู่ พวกเราสมควรสังหารมันหรือไม่? ท่านสามารถนำชิ้นส่วนของมันไปได้ทั้งหมด"
อัลม่ามองไปที่เซียวอวี๋ทันทีที่ได้ยิน เขาทราบความสำคัญของสัตว์อสูรขั้นที่สี่ดี อุปกรณ์เวทมนตร์ที่สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนของมันแน่นอนว่าย่อมต้องมีคุณภาพดี เขาตอบรับ "ตกลง"
อัลม่าคงไม่กล้าปะทะกับสัตว์อสูรขั้นที่สี่หากเขาต้องคอยดูแลศิษย์จากสถาบัน เขาทราบดีว่าสัตว์อสูรขั้นที่สี่นั้นแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ชาวมนุษย์ขั้นที่สี่เสียอีก ทว่าตอนนี้มีเซียวอวี๋อยู่ด้วย สถานการณ์ย่อมแตกต่างออกไป
เซียวอวี๋หรี่ตาลงขณะที่ประกายตาไม่น่าไว้วางใจฉายผ่านแววตาของเขา....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved