ตอนที่ 282

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"ฮิฟโปกริฟ! ไปได้!" เซียวอวี๋ตะโกนสั่งการ

พลธนูเอลฟ์ที่ขี่ฮิฟโปกริฟอยู่ยังไม่ได้มีส่วนร่วมในสนามรบเลยจนกระทั่งตอนนี้ พวกฮิฟโปกริฟเริ่มกระพือฟีกและบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือเมืองฮัวเหลียน ในเวลาเดียวกนั้นพวกหมาป่าก็เข้าประชิดกำแพงเมือง พวกมันเริ่มกระโดดเหยียบบันไดเพื่อส่งตัวขึ้นมาบนกำแพง

พวกนักรบหมาป่ามีความรวดเร็วที่สูงมาก อันที่จริงแล้ว กระทั่งพวกโรเดอร์ก็ยังไม่รวดเร็วเท่าพวกมัน

อวู๊ววววว

พวกหมาป่าส่งเสียงหอนเมื่อมาถึงด้านบนกำแพง พวกมันกระโจนเข้าโจมตีไพร่พลป้องกันเมือง ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงหอนของหมาป่าจากภายในเมืองก็ดังขึ้น พวกไรเดอร์ควบหมาป่าขึ้นมาที่บนกำแพงและกวัดแกว่งดาบหนักโจมตีเข้าใส่พวกนักรบหมาป่า ถึงเวลาแล้วที่จะได้รับทราบว่านักรบหมาป่าของฝั่งใดจะเข้มแข็งกว่ากัน

พวกนักรบหมาป่าต้องการจะโจมตีเข้าใส่ไพร่พลป้องกันเมือง แต่พวกไรเดอร์ก็เข้าสกัดพวกมันเอาไว้ก่อน เหล่านักรบหมาป่าต่างรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของศัตรูที่พวกมันกำลังเผชิญหน้า เมื่อพวกหมาป่าได้เห็นเผ่าพันธุ์เดียวกันปรากฏตัวขึ้น พวกมันก็ไม่ได้ลดท่าทีที่เป็นศัตรูลงแม้แต้น้อย หากแต่ยิ่งเพิ่มความกระหายเลือดมากขึ้น มีเพียงฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้นที่จะรอด

อวู๊วววว

นักรบหมาป่าและพวกไรเดอร์ได้เข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด เซียวอวี๋รู้ว่าจำนวนของพวกไรเดอร์ยังคงเป็นรองอยู่บ้าง ซึ่งหากว่ามันเป็นการปะทะกันตัวต่อตัว เขาเชื่อว่าไรเดอร์จะต้องชนะอย่างแน่นอน กระนั้นสถานการณ์ในตอนนี้ได้ต่างไปอย่างสิ้นเชิง

โฮกกกกกก!

พวกยักษ์ศิลานับสิบตัวเข้าร่วมการต่อสู้นี้เช่นกัน พวกมันใช้ทักษะยั่วยุเพื่อดึงดูดความสนใจของพวกหมาป่า ทักษะนี้ของพวกมันจะเป็นการดึงดูดความสนใจของศัตรูโดยรอบให้โจมตีไปที่พวกมัน

สถานการณ์ที่ตึงมือของพวกไรเดอร์ได้รับการแก้ไขหลังจากที่พวกยักษ์ศิลาได้เข้าช่วยเหลือ พวกออร์คธรรมดาเองก็ต้องการจะเข้าช่วยพวกไรเดอร์ หากแต่เป้าหมายของเซียวอวี๋คือให้พวกอิฟโปกริฟเข้าร่วมการสังหารนักรบหมาป่า พวกฮิฟโปกริฟได้บินมาถึงเหนือกำแพงเมืองแล้ว จากนั้นเสียงกรีดฝ่าอากาศก็ดังขึ้น ฝนธนูจากบนฟ้าได้พุ่งเข้าใส่กลุ่มนักรบหมาป่าอย่างไร้ปราณี ธนูทุกดอกล้วนเข้าเป้าไม่ผิดพลาด

พวกหมาป่ามีผิวที่หนาอย่างมาก กระทั่งดาบกระบี่ก็ยังยากที่จะสร้างบาดให้กับพวกมัน ทว่าพวกฮิฟโปกริฟนั้นมีระดับถึง 10 แล้ว ลูกธนูของพวกเขาจึงแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก แม้ว่าลูกธนูดอกเดียวจะไม่อาจพรากชีวิตของนักรบหมาป่าได้ แต่หากเป็นห่าธนูที่ยิงปักร่างของพวกมันจนกลายเป็นเม่นนั้นแน่นอนว่าเพียงพอ ดังนั้นกองกำลังที่รับหน้าที่กำจัดพวกนักรบหมาป่าจริงๆก็คือ ฮิฟโปกริฟ

ผลงานของราอูลนั้นโดดเด่นอย่างมาก เมื่อเขาได้ใช้คันธนูเฮอร์ริเคนแล้ว ลูกธนูเพียงสองดอกก็สามารถปลิดปลงชีวิตของนักรบหมาป่าไป

แผนการของปาเทียนหมิงคือทำลายแนวป้องกันของเมืองฮัวเหลียนด้วยกองกำลังนักรบหมาป่าเพื่อตีฝ่าเข้าไปในเมือง ทว่าตอนนี้ของมันถูกทำลายจนไม่มีชิ้นดีเสียแล้ว

เซียวอวี๋ได้เลือกใช้กลยุทธ์ของกองทัพประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยการใช้โจมตีประสานจากทางภาคพื้นดินและการโจมตีจากทางอากาศ พวกมะกันได้ใช้กลยุทธ์นี้กับอิรักในสงครามอ่าวเปอร์เซีย ในเวลานั้นทุกคนต่างคิดว่าอิรักจะสามารถตอบโต้การโจมตีจากอเมริกาด้วยการพึ่งพารถถังของพวกเขา อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศของอเมริกาได้ทำลายทัพอากาศของอิรักและใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีใส่รถถังของอิรัก เครื่องบินทิ้งระเบิดนับเป็นดาวข่มของรถถังอย่างแท้จริง ในทำนองเดียวกัน ทหารราบที่ไม่มีทัพอากาศคอยสนับสนุนก็ไม่แตกต่างกัน

เซียวอวี๋ได้เล่มเกมมามากและได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความจริงข้อนี้ หากว่าปาเทียนหมิงไม่อาจส่งกองทัพอากาศออกมาได้ เช่นนั้นพวกนักรบหมาป่าจะต้องถูกกวาดล้างอย่างแน่นอน

ปาเทียนหมิงทราบอยู่แล้วว่าเซียวอวี๋จะต้องใช้การโจมตีทางอากาศ ดังนั้นมันจึงได้จัดเตรียมเครื่องบาริสต้าเพื่อจัดการกับแบทไรเดอร์ ทว่ามันกลับคิดไม่ถึงว่าเซียวอวี๋จะใช้พวกฮิฟโปกริฟเช่นนี้ บาริสต้าตั้งอยู่ห่างไกลจากกำแพงเมืองเกินไป พวกมันไม่อาจโจมตีถึงฮิฟโปกริฟ

ยิ่งไปกว่านั้น เซียวอวี๋ยังมีเครื่องยิงทำลาย เครื่องยิงจู่โจม เครื่องยิงหินและบาริสต้าอยู่บนกำแพง ด้วยเหตุนั้นพวกฮิฟโปกริฟจึงถือว่าอยู่ในเขตปลอดภัย

ซึ่งที่จริงมีทหารศัตรูบางคนพยายามจะใช้หน้าไม้หนัก แต่ลูกธนูนั้นก็ยังไม่เพียงพอจะสร้างบาดแผลให้กับฮิฟโปกริฟ อย่างไรก็ตาม ในหมู่ศัตรูก็ยังมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่และห้าหลบซ่อนตัวอยู่ พวกมันสามารถโจมตีใส่ฮิฟโปกริฟด้วยการซัดขว้างอาวุธ

ทว่าสุดท้าย มันก็ไม่อาจหยุดยั้งการสังหารอย่างเหี้ยมโหดของพวกฮิฟโปกริฟได้ ปาเทียนหมิงลงจากหลังม้าด้วยโทสะ ในตอนนี้มันสายไปเสียแล้วที่จะออกคำสั่งให้นักรบหมาป่าล่าถอย ที่ด้านล่างของกำแพงมีทหารอัดแน่นอยู่ หากว่าคำสั่งล่าถอยถูกส่งออกไป พวกนักรบหมาป่าก็ยังจะต้องถูกสกัดเอาไว้ที่นั่น

"ทัพนักรบภูติ! โจมตี!" ปาเทียนหมิงตะโกนสั่งการ

เมื่อได้รับคำสั่ง เหล่านักรบภูติที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มทหารก็พลันลงมือ กลิ่นอายชั่วร้ายรอบแผ่กำจายจากร่างกายของพวกมันขณะที่พวกมันรีบปีนป่ายขึ้นบันไดพาด

เซียวอวี๋ประหลาดใจทันทีที่ได้เห็น

"พวกภูติ?" เซียวอวี๋เคยไปที่เมืองใต้พิภพ และมนุษย์พวกนี้ก็คล้ายคลึงกับพวกอันเดดมาก ความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้จากพวกนักรบภูตินั้นเหมือนกันกับพวกอันเดดอย่างไม่ผิดเพี้ยน

"ไฉนมันจึงใช้พวกอันเดด? ปาเทียนหมิงไม่เกรงกลัวว่าจะสร้างความโกรธแค้นให้กับผู้คนทั้งทวีปเลยงั้นหรือ?"

เซียวอวี๋พิจารณาความแข็งแกร่งของพวกนักภูติจากระยะไกล พวกมันอย่างน้อยก็เทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่ นักรบอันเดดขั้นที่สี่นั้นกระทั่งยังแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่ทั่วไป พวกอันเดดไม่มีทั้งความหวาดกลัว ไม่มีความเจ็บปวดหรืออารมณ์ พวกมันนับเป็นหุ่นเชิดสังหารอันสมบูรณ์แบบ

"หลีกเลี่ยงนักรบที่มีกลิ่นอายชั่วร้ายพวกนั้น! พวกมันเป็นอันเดด! ให้โจมตีไปที่ส่วนหัวหรือหัวใจของพวกมัน!" เซียวอวี๋ทราบจุดอ่อนของพวกอันเดดดี

เขานำเอาดาบแอชบิงเกอร์ปลอมออกมา ในครั้งนี้เขาจะไม่ใช้พรากวิญญาณ ดาบแอชบิงเกอร์ปลอมนี้ถูกสลักไว้ด้วยอาคมแห่งแสงซึ่งเป็นดาวข่มของพวกอันเดด

ฉัวะ!

เซียวอวี๋พุ่งเข้าโจมตีใส่นักรบภูิตที่กำลังปีนบันไดขึ้นมา อย่างไรก็ตาม นักรบภูตินั้นสามารถรับการโจมตีของเซียวอวี๋ได้ด้วยแขนของมัน มือของเซียวอวี๋พลันรู้สึกชาขึ้นมาหลังรับแรงปะทะ

"อะไรกัน? ชาไปทั้งมือเลย...ทหารทั่วไปไม่อาจรับมือพวกมันได้แน่....มีเพียงพวกยักษ์ศิลาที่สามารถจัดการพวกมัน!"