ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
หน่วยลาดตระเวนทราบถึงการของเซียวอวี๋ก็ตอนที่เซียวอวี๋อยู่ห่างจากเมืองไลอ้อน 20 ไมล์ พวกเขารีบกลับไปรายงานพ่อบ้านหงส์และหัวหน้าทหารฮุ่ยและทำให้ทั้งหมดรีบออกมาคอยอยู่ที่หน้าประตูเมือง
พวกเขาทั้งหมดกำลังมองหาซีเหวินแทนที่จะเป็นเซียวอวี๋เนื่องเพราะทราบว่านางคือตัวแปรสำคัญที่ก่อให้เกิดการเดินทางครั้งนี้ขึ้น เป้าหมายของเซียวอวี๋ก็คือการนำนางกลับมา บรรดาสะใภ้ของตระกูลรีบตรงเข้าไปหาซีเหวินและเซียวอวี๋เมื่อพวกเขาทั้งสองลงมาจากรถม้า
พ่อบ้านหงส์และหัวหน้าทหารฮุ่ยรู้สึกมีความสุขอย่างมากเมื่อได้เห็นนางกลับมาด้วย นี่หมายความว่าเมืองไลอ้อนกำลังกลับคืนสู่ความรุ่งเรืองและไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนเมืองไลอ้อนอีกซีเหวินจึงสามารถกลับมาได้
เซียวอวี๋กางแขนออกจนกว้างและรอคอยให้บรรดาพี่สะใภ้เข้ามาสวมกอดแต่ก็พบว่าพวกนางวิ่งผ่านเขาไปและสวมกอดซีเหวินแทน ท่าทางของเขาดูราวกับคนโง่ขณะที่ยิ้มเจื่อนออกมา
"เจ้ายอดเยี่ยมมากที่สามารถนำตัวนางกลับมาได้" คามิลล่าหยิกแก้มเซียวอวี๋เป็นรางวัล
"เจ้าเป็นวีรบุรุษ" พี่สะใภ้รองกล่าวกระซิบกับเซียวอวี๋
"ข้าจะจดบัญชีเอาไว้ก่อนในฐานะที่เจ้าสามารถพานางกลับมาได้" เสวี่ยซากล่าวออกมา บัญชีที่นางหมายถึงก็คือพฤติการณ์ที่เซียวอวี๋เคยก่อไว้ในอดีตดังเช่นการถ้ำมอง
"เซียวอวี๋ เจ้านำตัวนางกลับมาแล้วจริงๆ! สมแล้วที่เจ้าเป็นลูกหลานของตระกูลเซียว!" สะใภ้คนโตฉีอิ่นสวมกอดเซียวอวี๋ การได้รับความกระทบกระเทือนใจของเซียวอวี๋ก่อนหน้าได้หายเป็นปลิดทิ้งด้วยการกระทำอันเล็กน้อยนี้
.................................
.................................
ประชาชนต่างออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น เซียวอวี๋โบกมือให้ผู้คนขณะที่รถม้าของเขาเคลื่อนผ่านในเมือง เขายังสังเกตุดูความเปลี่ยนแปลงของเมืองในช่วงที่เขาไม่อยู่อีกด้วย
เมืองไลอ้อนไม่ได้มีประชากรมากนักก่อนที่เขาจะจากไป อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้กระทั่งมีทหารกว่า 1,000 นายออกมาตั้งขบวนรอรับเขาแล้ว เมืองไลอ้อนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
...............................
...............................
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ เซียวอวี๋ก็ส่งตัวซีเหวินให้ไปอยู่กับบรรดาสะใภ้คนอื่นๆขณะที่เขากำลังรับฟังรายงานจากพ่อบ้านหงส์และหัวหน้าทหารฮุ่ยเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองไลอ้อน
ทั้งพ่อบ้านหงส์และหัวหน้าทหารฮุ่ยต่างก็หน้าตาสดใสอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงของเมืองไลอ้อนทำให้พวกเขามีความสุข
ประชากรภายในดินแดนไลอ้อนมีมากกว่า 150,000 คนแล้วและพวกเขามีทหารอยู่ราว 10,000 นาย หัวหน้าทหารฮุ่ยกล่าวว่าเขาไม่กล้าจะรับสมัครทหารมากกว่านี้เพราะพวกเขายังขาดแม่ทัพที่สามารถควบคุมกองกำลังขนาดใหญ่ได้ ไม่เช่นนั้นแล้วพวกเขาจะสามารถรับสมัครทหารได้มากกว่า 30,000 คนเสียอีก เนื่องเพราะนโยบายของเซียวอวี๋ นั่นทำให้มีผู้ชายจำนวนมากที่ต้องการเกียรติยศและแสวงหาความมั่งคั่งเพื่อวงศ์ตระกูลต้องการจะเข้าร่วมกับกองทัพ พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับครอบครัวอีกต่อไปแม้ว่าพวกเขาจะตกตายในสนามรบ
ดินแดนไลอ้อนนั้นดีกว่าดินแดนอื่นๆทั้งด้านสวัสดิการทางทหารและชาวนา เจ้าหน้าที่ภาษีจะไม่มาเคาะที่หน้าประตูบ้านของผู้คนในทุกวันเพื่อเรียกเก็บภาษี
นอกจากนี้พวกเขายังไม่ต้องกังวลเรื่องการเช่าที่ดินอีกด้วย ที่ชาวนาต้องทำก็แค่เพียงต้องจ่ายค่าแรงงานและพวกเขายังสามารถขายผลผลิตของตนได้อีกด้วย นอกจากนี้ ชาวนายังสามารถใช้ที่ดินที่รกร้างได้โดยไม่ต้องเสียภาษีเป็นเวลาหลายปี แรงงานจากดินแดนอื่นที่มาอยู่ภายในดินแดนไลอ้อนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับที่อยู่เดิมของพวกเขา
ในตอนแรกเริ่มนั้น พ่อบ้านหงส์ได้คัดค้านหัวชนฝาและต่อต้านนโยบายดังกล่าว แต่เขาก็รู้สึกโล่งใจเมื่อได้เห็นว่าดินแดนไลอ้อนได้พัฒนาและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในความคิดของเขาแล้ว ดินแดนไลอ้อนจะฟื้นตัวขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี ดังนั้นพวกเขาจะไม่ย่ำแย่จากการที่ไม่ได้เก็บภาษีเป็นเวลาไม่กี่ปี สิ่งนี้ราวกับเป็นการลงทุนในมุมมองของเขา
เซียวอวี๋ไม่ได้วางแผนที่จะมอบฐานะเจ้าของที่ดินแก่ชาวนาจนกว่าดินแดนของเขาจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่านี้ ในตอนนี้เขาทำเพียงงดเว้นภาษี เซียวอวี๋กำลังวางแผนที่จะเพิ่มนโยบายใหม่ที่จะมอบรางวัลต่อทหารที่ปฏบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ ทหารจะได้รับสิทธิในที่ดินเพื่อใช้เป็นเวลาห้าถึงสิบปีได้โดยไม่ต้องจ่ายภาษีหากพวกเขามีการแสดงออกอย่างโดดเด่นในสนามรบ เขากำลังเปลี่ยนกองทัพของเมืองไลอ้อนให้คล้ายคลึงกับของรัฐฉินในช่วงสงครามเจ็ดรัฐ
เหล่าทหารของกองทัพฉินกลายเป็นดุร้ายกระหายเลือดในสงครามหลังจากที่ชางหยางมีนโยบายสวัสดิการตอบแทนไพร่พลทหาร
เซียวอวี๋ทราบว่าเขาจะกลายเป็นไร้ผู้ต่อกรหากว่าเขามอบรางวัลแก่ชาวนาและไพร่พลทหาร ชาวนาและทหารเหล่านี้จะยินยอมตายเพื่อเขา ถ้าพวกเขาต้องการที่จะรักษาแผ่นดินและครอบครัวของพวกเขา นี่คือผลกระทบของแนวความคิดในโลกยุคหลัง
นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังได้สอบถามถึงสถานการณ์ในดินแดนของบิดาแคร์รี่ เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายยังจับตาดูดินแดนของเขาอยู่ สถานการณ์ของอีกฝ่ายกำลังย่ำแย่หลังจากที่สูญเสียทหารไปกว่า 20,000 นายในสงครามเมืองไลอ้อน ดังนั้นการจะทำสงครามขนาดใหญ่จึงเป็นเรื่องยากอย่างมากในอนาคตอันใกล้ ยิ่งไปกว่านั้นดินแดนของเขายังไม่ได้ใหญ่เท่าประเทศคาห์น มันยังไม่ได้เป็นรัฐเสียด้วยซ้ำ มันยังคงเป็นเพียงแค่ดินแดน
เซียวอวี๋เชื่อว่าในตอนนี้ทหารส่วนใหญ่ของเขาล้วนแล้วแต่เพิ่งเรียกระดมมาเป็นการชั่วคราวหรือเป็นทหารรับจ้าง ดังนั้นเซียวอวี๋จึงไม่จำเป็นต้องกังวลการโจมตีจากบิดาของแคร์รี่อีก
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้ส่งอาร์ทัสไปคอยก่อกวนอีกฝ่าย!
หัวหน้าทหารฮุ่ยรายงานอันเดดพวกนั้นก่อปัญหาให้กับดินแดนพวกเขาอย่างมาก ผู้คนต่างหลบหนีและเกิดความรำส่ำระส่ายไปทั่วทุกหนแห่ง เซียวอวี๋รู้สึกภาคภูมิใจในตัวอาร์ทัสอย่างมาก! เยี่ยมมากอาร์ทัส!
หัวหน้าทหารฮุ่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูกังวล "ดินแดนนั้นยังไม่ใช่ภัยคุกคามที่ใหญ่อะไร หากแต่เป็นพวกโจรร้าย! พวกมันจะเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ต่อเมืองไลอ้อนในไม่ช้า..."
เซียวอวี๋จึงสอบถามเรื่องราวในทันที
เซียวอวี๋ได้มอบหมายให้ทอร์ลคุมกำลังทหารออกกวาดล้างค่ายโจรเล็กๆที่เขาเหลือทิ้งเอาไว้ และเป็นเพราะการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากพวกออร์คนี้เองได้ทำให้พวกโจรกลุ่มเล็กๆได้ริเริ่มรวมตัวกันเพื่อต้านทานเมืองไลอ้อน
หนึ่งในผู้นำโจรเรียกว่า สุบารุ ผู้ที่มีความสามารถได้ใช้โอกาศนี้รวบรวมเหล่าโจรเล็กโจรน้อยเข้ามาสังกัดภายใต้ร่มธงของตนเอง เขารวบรวมพวกโจรได้ราวเจ็ดถึงแปดหมื่นคน
เซียวอวี๋มีกองทัพของเขาเพียง 2,000 นาย และทหารอีกราว 10,000 นายจากเมืองไลอ้อนเท่านั้น คุณภาพของทหารของเมืองไลอ้อนเหล่านี้จัดได้ว่าอยู่ในขั้นที่ต่ำอย่างมากเนื่องจากเป็นทหารที่สมัครเข้ามาใหม่ นั่นเป็นผลให้พันธมิตรกองโจรกว่า 70,000 นายเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อพวกเขา
นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าแคร์รี่และบิดาของเขาได้ส่งคนไปติดต่อกับพวกโจรและทำข้อตกลงกันเพื่อที่จะจัดการกับเมืองไลอ้อน
เซียวอวี๋ไม่คาดคิดว่าเขาจะก่อให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้โดยบังเอิญ อย่างไรก็ตาม แบบนี้กลับเป็นการดี พวกโจรได้ถูกรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันและการจะจัดการกับพวกมันก็ง่ายกว่าการจะต้องค้นหาทีละกลุ่มตลอดทั้งฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของดินแดน แน่นอนว่ามันยากที่จะจัดการกับพวกโจร 70,000 หรือ 80,000 คน แต่หากเลือกแผนการได้เหมาะสม การจะกำจัดพวกมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากมากมายอะไร
"ข้าจะกำจัดพวกโจรชั่วออกไปภายในเวลาหนึ่งปีและผนวกดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือในสองปี!" เซียวอวี๋ตั้งเป้าหมายขึ้นใหม่
เขาทราบว่ายุคแห่งความวุ่นวายใกล้เข้ามาแล้วและเขาจะต้องมีฐานที่มั่นคง ด้วยเหตุนี้ จึงต้องควบรวบดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือก่อนแล้วจึงจะขยับขยายไปพิชิตสถานที่แห่งอื่นๆ
เมืองไลอ้อนไม่ได้ถูกพิจารณาเป็นศัตรูเสียด้วยซ้ำในสายตาของขุมอำนาจฝ่ายต่างๆเช่น ประเทศคาห์น พวกเขามีทหารนับแสนนายและสามารถยกมาทำลายดินแดนอันเล็กจ้อยเช่นดินแดนไลอ้อนได้เพียงชั่วข้ามคืน
ยิ่งไปกว่านั้น ดินแดนขนาดใหญ่เหล่านั้นยังมีผู้ใช้มนตรา ไอเทมเวทมนตร์ อาวุธชั้นสูงและอื่นๆอีกมากมายที่ศัตรูอย่างบิดาของแคร์รี่ไม่มี!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved