ตอนที่ 242

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋และโถวปาหงร่วมมือกันจัดการเคราแดง แม้ว่าเคราแดงจะอยู่ในระดับสุดยอดของขั้นที่สี่ซึ่งสามารถรับมือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามนับสิบคนได้สบาย หากแต่วันนี้มันกลับต้องเผชิญหน้ากับผู้สามารถสร้างปัญหาให้กับมันถึงสองคนพร้อมกัน เซียวอวี๋มีทักษะที่หลายหลากและยอดเยี่ยมอย่างมาก ขณะที่โถวปาหงซึ่งเป็นศิษย์ของปรมาจารย์อ้าวตู๋ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเซียวอวี๋เลย

ยิ่งไปกว่านั้น ในแต่ละครั้งที่มันมีโอกาสหลบหนี เซียวอวี๋ก็จะดักทางมันได้ทุกครั้งไป

ขณะที่ทางฝั่งพวกโจรก็ค่อยๆถูกฝ่ายป้องกันเมืองไล่ต้อน ปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับพวกมันมากที่สุดก็คือ เหล่าผู้คุ้มกันของขบวนพ่อค้า นับเป็นโอกาสอันดีที่จะล้างแค้นหลังจากที่พวกผู้คุ้มกันต้องกล้ำกลืนฝืนทนมาหลายปี

พวกโจรเคราแดงเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ของเคราแดงกำลังย่ำแย่อย่างยิ่ง พวกมันก็วิ่งเข้าเซียวอวี๋และโถวปาหงเพื่อสร้างโอกาสหลบหนีให้กับเคราแดง

"พี่ใหญ่! ท่านหนีไปเร็ว!" โจรเหล่านั้นทุ่มการโจมตีเข้าใส่เซียวอวี๋และโถวปาหงโดยไม่เสียดายชีวิต เคราแดงไม่แม้จะตอบรับ มันหันหลังวิงหนีไปทันที

อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ใช้ก้าวกระโดดทะยานเข้าหาเคราแดงอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันนั้นเซียวอวี๋ก็ผิวปากเสียงดัง

เคราแดงหันไปมองเซียวอวี๋ที่ติดตามมาอีกครั้ง เจ้าเด็กนรกนี่ทำให้มันต้องอับอายครั้งแล้วครั้งเล่า "ไอ้บัดซบนี่มันผุดมาจากที่ใดกัน? มันช่างแข็งแกร่งนัก....เห็นได้ชัดว่าอยู่เพียงขั้นที่สามแต่กลับมีทักษะเชิงยุทธ์ไม่น้อยเลย....ยิ่งไปกว่านั้นขวานในมือมันยังเป็นอาวุธระดับตำนาน! แต่ละการฟาดออกก็ราวกับมีน้ำหนักนับร้อยชั่งโถมทับเข้ามา...."

นิสัยโจรของเคราแดงเกิดกำเริบขึ้นมา มันมองดูขวานด้วยความโลภ ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นนี้ทำให้มันสูญเสียโอกาสที่จะหลบหนีจากไป

ฮ๊ากกกกกกกกกกก

ในเวลานั้นเองเสียงคำรามก็ดังขึ้นภายในสนามรบ ไม่มีผู้ใดที่ไม่ได้ยินมัน นี่ราวกับสัตว์ป่ากำลังตื่นขึ้นจากการจำศีล ร่างขนาดใหญ่พุ่งไปยังทิศทางที่เซียวอวี๋กำลังยืนอยู่ ร่างของมันปรากฏขึ้นอีกครั้งใกล้กับเคราแดง

เคราแดงตระหนักได้ว่าคนผู้นั้นจะต้องแข็งแกร่งอย่างมากจึงจะมีเสียงคำรามที่ทรงพลังเช่นนั้นได้ มันอดที่จะเสียใจขึ้นมาไม่ได้ที่มันเกิดความลังเลที่จะแย่งชิงอาวุธของเซียวอวี๋ อย่างไรก็ตาม เสียใจไปก็เปล่าประโยชน์ เคราแดงยกดาบขึ้นต้านทานการโจมตีจาก 'สัตว์ป่า' ที่กำลังโจมตีเข้าใส่มัน

เปรี้ยงงง!

เป็นทักษะเดียวกับที่เซียวอวี๋ใช้ต่อมัน(อมนิแสลช) หากแต่ในครั้งนี้กลับทรงพลังและรุนแรงยิ่งกว่า ความแข็งแกร่งของศัตรูที่มาใหม่นี้ไม่ใช่แค่เพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามอีกแล้ว เคราแดงรู้สึกได้ถึงอันตรายขึ้นมาทันที ร่างกายของผู้มาใหม่นี้ถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมสีดำตอลดทั้งร่าง กระทั่งมือก็ยังสวมใส่ชุดเกราะปิดบังเอาไว้

สิ่งเดียวที่เคราแดงสามารถมองเห็นได้ก็คือดวงตาคู่หนึ่ง เคราแดงคงไม่คิดว่ามันเป็นดวงตาของมนุษย์หากว่าศัตรูผู้นี้ไม่ได้กำลังยืนด้วยสองขา นี่คล้ายกับกำลังจ้องมองแววตาอันน่าหวาดหวั่นของสัตว์อสูรที่ทรงพลัง มันเต็มไปด้วยความดุร้ายและดุดัน

แน่นอนว่าผู้มาใหม่นี้ย่อมต้องเป็นกรอม

"มันเป็นใคร? ไฉนจึงดุดันได้เช่นนี้...ข้าเคยพบเห็นเพียงครั้งเดียวจากอ้าวตู๋..."

แม้ว่าเคราแดงจะแข็งแกร่งกว่าเซียวอวี๋และกรอม หากแต่มันก็ไม่ได้มีทักษะทรงพลังไว้ครอบครอง ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากต่อสู้มาเป็นเวลานาน พละกำลังของมันก็เริ่มถดถอย

โถวปาหงกำลังจัดการสมุนโจรและพุ่งเ้ขามาเพื่อช่วยเซียวอวี๋และกรอมจับตัวเคราแดง เขาเป็นศิษย์ผู้สืบทอดของปรมาจารย์อ้าวตู๋ ดังนั้นเขาจึงได้เรียนรู้การควบคุมพลังปราณจากอ้าวตู๋ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถใช้พลังปราณมากมายมหาศาลได้เช่นเดียวกับเซียวอวี๋ หากแต่เชิงยุทธ์ของเขาก็สามารถนำมาใช้กลบข้อด้อยนี้ไปได้

เหล่านักผจญภัยและผู้คุ้มกันยังคงเข่นฆ่าเข้ามาเรื่อยๆจนใกล้เคราแดงเข้ามาแล้ว พวกมันได้เห็นรูปลักษณ์ของเคราแดง เคราแดงเป็นมหาโจรอันลือเลื่องที่ก่อเภทภัยมานานหลายปี แน่นอนว่ามันย่อมเป็นที่เกลียดชังจากเหล่าพ่อค้าและผู้คุ้มกัน

ย๊ากกกกกก

เคราแดงแหงนหน้ากู่ร้อง ปฏิเสธที่จะยอมจำนนแม้วจะรู้ว่าตนจบสิ้นแล้วก็ตาม พรากวิญญาณฟาดฟันลงมา เคราแดงรีบกลิ้งตัวหลบหลีกไปตามพื้น โถวปาหงรีบก้าวออกมาขวางดาบไปที่ลำคอของเคราแดง

"มหาโจรเคราแดงงั้นหรือ? ฮึ่ม! ตอนนี้เจ้าเป็นนักโทษแล้ว!" โถวปาหงกล่าวอย่างเย็นชา

ทุกคนต่างมีความสุขและกล่าวยกย่องโถวปาหง เขาเป็นองค์ชายที่เข้าต่อสู้กับมหาโจรด้วยตนเอง ช่างกล้าหาญอะไรเช่นนี้!

"องค์ชายทรงกล้าหาญยิ่งนัก!"

"หน้าโง่ เจ้าไม่ทราบหรือว่าองค์ชายโถวปาหงทรงเป็นศิษย์ของปรมาจารย์อ้าวตู๋ แล้วพระองค์จะอ่อนแอได้อย่างไร?"

"อ่า...ใช่แล้ว...ว่ากันว่าท่านปรมาจารย์อ้าวตู๋กล่าวว่าความสามารถของพระองค์จะล้ำหน้ายิ่งกว่าตัวท่านปรมาจารย์เองในภายภาคหน้า อนาคตของพระองค์นั้นไร้ขอบเขต น่าสงสารก็แต่เจ้าโง่นั่น เคราแดงช่างโอหังจริงๆที่กล้านำตัวเองไปเปรียบเทียบกับองค์ชาย"

"องค์ชายโถวปาหงจะต้องขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิอย่างแน่นอน!"

"ไฮ๊! อย่าได้กล่าวเสียงดังไป มิเช่นนั้นศีรษะเจ้าจะหลุดจากบ่า"

"ถูกแล้วๆ เจ้าไม่ทราบหรือว่าองค์ชายหลายพระองค์ได้ทรงแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อขึ้นครองบัลลังก์?"

เซียวอวี๋และโถวปาหงจับเคราแดงมัดและนำตัวลับไปยังเมืองรัชเชตเพื่อไต่สวน พวกเขาวางแผนที่จะไปยังรังของมันหลังจากที่ทราบตำแหน่งอันแน่ชัดแล้ว

..................................

..................................

"ฮ่าฮ่าฮ่า....ฮ่า...ฮ่า..." เคราแดงเพียงแค่หัวเราะโดยไม่กลาววาจาแม้แต่ครึ่งคำระหว่างการไต่สวน

เป้าหมายของเซียวอวี๋คือขุมสมบัติของเคราแดงตั้งแต่ต้น ดังนั้นเขาจึงไม่อาจอดทนรอได้อีก ผู้ใต้บังคับบัญชาของโถวปาหงต้องการจะคัดค้านการไต่สวนของเซียวอวี๋ แต่พวกมันก็ทราบว่า ปราศจากเซียวอวี๋และกรอมแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจับเคราแดงมาทั้งมีชีวิต นอกจากนี้โถวปาหงเองก็ไม่ได้เข้าไปห้ามแต่อย่างใด

เซียวอวี๋และคนที่เหลือต้องหัวเสียเมื่อเคราแดงเอาแต่หัวเราะไม่ยอมพูดจา

"บัดซบ มันเสียสติไปแล้ว...ดูเหมือนว่าการถูกจับจะกระทบกระเทือนจิตใจมันมากไป....หรือพวกเราควรรออีกสักสองสามวัน? พวกเราสามารถทำลายความตั้งใจของมันก่อนจะไต่สวนอีกครั้ง" เซียวอวี๋มองไปที่เคราแดง

"ฮ่าฮ่าฮ่า....ข้าไม่ได้เสียสติ แต่ที่ข้าหัวเราะก็เพราะ...หัวเราะในความโง่เขลาของพวกเจ้า" เคราแดงกวาดสายตามองทุกคนในห้องอย่างดูถูก

"โง่เขลา? มารดามันเถอะ!....เจ้าคงไม่ถูกจับมาอยู่ที่นี่หากว่าพวกเราไม่มีสติปัญญา" เซียวอวี๋กำลังถือมีดลนไฟทาบไปยังหนวดเคราของเคราแดง

"ฮึ่ม..เจ้าต้องการตำแหน่งที่ตั้งค่ายของข้าหรือ? เจ้าคิดว่าสมุนของข้าจะหลบหนีไปเพียงเพราะว่าข้าถูกจับตัวหรือ?" เคราแดงกล่าวเสียงแหบพล่าขณะรับการทรมาณจากเซียวอวี๋

เซียวอวี๋ตอบกลับ "หัวหน้าก็ถูกจับตัวแล้ว....เจ้าคิดว่าสมุนของเจ้าจะทำอะไรล่ะ? พวกมันย่อมต้องแบ่งสมบัติและแยกย้ายกันหลบหนีจากไป....หลายปีแล้ว...ทรัพย์สมบัติที่เจ้าสะสมเอาไว้ถูกพวกมันหยิบฉวยไปขณะที่หัวเราะในความโง่เขลาของเจ้า"

เคราแดงแค่นเสียง "เจ้าคิดว่าข้าคือเคราแดงตัวจริง?"