ตอนที่ 85

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ในรุ่งเช้าวันต่อมาก็มีคนถูกส่งมาเชิญเซียวอวี๋ไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับเขา

โดยปกติแล้วหวังเทียนหู่ย่อมไม่จัดงานเลี้ยงต้อนรับให้ลอร์ดที่กำลังตกต่ำเช่นเซียวอวี๋ อย่างไรก็ตาม หวังเทียนหู่นั้นสนใจและต้องการที่จะทราบข้อมูลของเซียวอวี๋

เซียวอวี๋เองก็รู้ว่างานเลี้ยงในวันนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น ดังนั้นเขาจึงเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ เขาพาแอนโทนีดาส กรอมและออร์คอีก 10 ตนไปกับเขา พวกออร์คไม่ได้สวมใส่ผ้าคลุมอีกต่อไปหากแต่เป็นชุดเกราะเต็มยศ พวกมันถือขวานขนาดยักษ์ขณะเคลื่อนที่ไปยังสถานที่จัดงาน

หวังเทียนหู่เลือกจวนเจ้าเมืองเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงแทนที่จะเป็นคฤหาสน์ของตระกูลหวังเพื่อแสดงให้เห็นว่าดยุคเซียวอวี๋จะได้รับการปฏิบัติอย่างดีในดินแดนของเขา เมื่อวานนี้เซียวอวี๋โกรธขึ้นมา ดังนั้นวันนี้หวังเทียนหู่จึงต้องทำให้แน่ใจว่าเขาได้ให้การต้อนรับเซียวอวี๋อย่างดีสมกับตำแหน่งแกรนดยุคของเขา

การทะนงในศักดิ์ศรีของขุนนางนั้นมีสูงมาก กระทั่งขุนนางที่กำลังตกต่ำก็ยังรักในศักดิ์ศรีของพวกเขา

เรือนรับรองของเจ้าเมืองห่างจากที่พักของเซียวอวี๋ไม่ไกล แต่เซียวอวี๋ก็ยังคงเลือกนั่งรถม้าที่หรูหราในการเดินทางมา

เซียวอวี๋ได้ยินพวกโจรกล่าวว่ารถม้าเช่นนี้นั้นใช้สำหรับจักรพรรดิของบางอาณาจักร เซียวอวี๋ไม่สามารถยืนยำคำกล่าวนี้ได้แต่เขาก็เชื่อว่าขุนนางโดยทั่วไปจะต้องไม่มีรถม้าเช่นนี้

ม้าเปกาซัสแปดตัวฉุดดึงรถม้าพร้อมด้วยพวกออร์คที่ขนาบอยู่ทั้งสองข้าง มีกรอมและแอนโทนีดาสนำอยู่หน้าขบวนทำให้เกิดเป็นภาพที่สะกดสายตาของผู้คน

ฝูงชนต่างคิดว่าองค์จักรพรรดิของราชวงศ์พยัคฆ์คำรนเสด็จมายังเมืองเฟิงเยี่ยนแห่งนี้เสียอีกเมื่อรถม้าของเซียวอวี๋เคลื่อนผ่านถนน

หวังเทียนหู่ออกมาต้อนรับเซียวอวี๋ด้วยตนเองที่ด้านหน้าของประตูห้องโถงเพื่อแสดงความเคารพต่อแกรนดยุค

หวังเทียนหู่ตกตะลึงเมื่อได้เห็นสิ่งที่พ่อบ้านโม่เล่าออกมาด้วยตาตนเอง การได้ยินได้ฟังมาเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การมาเห็นด้วยตาตนเองนั้นเป็นอีกเรื่อง!

เขาเกิดความอิจฉาเพราะม้าเปกาซัสทั้งแปดตัว หวังเทียนหู่ได้ใช้เส้นสายของเขาเพื่อเสาะแสวงหาม้าพันธุ์นี้แต่เขาก็สามารถสรรหาได้เพียงม้าพันธุ์อื่นเท่านั้น เขาทราบว่าการใช้ม้าถึงแปดตัวในการฉุดลากเป็นการแสดงอำนาจอย่างหนึ่ง

"ฮ่าฮ่าฮ่า....ท่านลุงหวังสุภาพเกินไปแล้ว เหตุไฉนท่านถึงมารอข้าที่หน้าประตู? คำกล่าวของข้าที่กล่าวออกไปเมื่อวานนั้นมีไว้สำหรับเจ้าอ้วนหมูตอน! ข้าไม่กล้ากล่าวับท่านเช่นนั้นหรอก" เซียวอวี๋กล่าวออกมาอย่างสุภาพขณะที่ออกมาจากรถม้า

หวังเทียนหู่ยิ้มออกมา "หลานชายอวี๋สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา เช่นนั้นการให้การต้อนรับเจ้าก็ต้องเท่าเทียมกับการต้อนรับเซียวซานเทียน!"

หวังเทียนหู่ก่นด่าอยู่ในใจ "เจ้าคิดว่าข้าจะออกมาต้อนรับเจ้าอยู่ที่หน้าประตูหรือหากเจ้าไม่ได้อวดอำนาจเมื่อวาน? ยิ่งไปกว่านั้นที่ข้ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะบิดาของเจ้าไม่ใช่เจ้า!"

หวังเทียนหู่เกิดความกังวัลขณะที่มองดูพวกออร์คและกรอมที่ยืนอารักขาเซียวอวี๋ แม้ว่าเขาจะได้รับฟังจากพ่อบ้านโม่มาแล้วว่าเซียวอวี๋มีพวกออร์คเป็นองค์รักษ์แต่ก็ไม่คิดว่าจะน่าเกรงขามถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้นกรอมยังมีรัศมีที่แตกต่างออกไปทำให้ทราบในทันทีว่าเขาคือผู้นำของเหล่าออร์ค

"เซียวอวี๋ไปได้ออร์คมากมายขนาดนี้มาจากที่ใดกัน? เจ้ากระทั่งมีระดับผู้นำออร์คเป็นผู้คุ้มกัน ความสัมพันธ์ระหว่างออร์คและมนุษย์ไม่ค่อยสู้ดีนัก พวกมันจะยินยอมมาเป็นผู้คุ้มกันได้อย่างไร?" หวังเทียนหู่สับสนงุนงง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้รีบถามออกไปเพราะทราบว่าเขายังมีโอกาศอีกมาก

เซียวอวี๋เดินเข้าไปในโถงรับรองพร้อมกรอมและแอนโทนีดาสขณะที่พวกออร์คทั้งสิบกระจายตัวอยู่รอบรถม้า

ผู้คนมากมายวิ่งไปที่รถม้าเมื่อเซียวอวี๋เข้าห้องโถงไปแล้ว พวกเขาต่างมุงดูรถม้าที่หรูหราและชี้ไม้ชี้มือไปที่พวกออร์ค ผู้คนส่วนใหญ่ต่างสอบถามถึงตัวตนของลอร์ดที่มาเยี่ยมเยือนดินแดนของพวกเขา

เซียวอวี๋เข้าห้องโถงมาพร้อมกับหวังเทียนหู่ ที่นั่นมีลอร์ดและผู้ทรงอิทธิพลมากมายมาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้

ทุกคนต่างกล่าวทักทายและค้อมตัวด้วยความเคารพเพราะสถานะแกรนดยุคของเซียวอวี๋ มีไม่กี่คนเท่านั้นในอาณาจักรที่เซียวอวี๋จะต้องกล่าวทักทายก่อน

เซียวอวี๋ยิ้มอย่างสุภาพขณะที่หวังเทียนหู่กล่าวแนะนำเขาต่อคนอื่นๆ เขาปฏิบัติตามมารยาทและประเพณี เขาไม่ได้แสดงท่าทีที่วางกล้ามออกมา!

เซียวอวี๋เห็นว่าหวังเทียนหู่ได้เชิญผู้มีอิทธิพลมามากมาย เขาคิดขึ้นในใจ "ข้าไม่คิดว่าพวกเขาทั้งหมดจะมาเพื่อต้อนรับข้า....มีขุนนางมากเท่าใดที่ถูกเจ้าเฒ่านี่เชิญมา? นี่ไม่ใช่เจตนาดีแน่....."

ผู้คนส่วนใหญ่ต่างดูถูกเมืองไลอ้อนทว่าพวกเขายังต้องค้อมตัวเนื่องจากฐานะแกรนดยุค นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อเซียวซานเทียนวีรบุรุษตลอดกาล!

นอกจากนี้พวกเขายังเห็นว่าเซียวอวี๋มีอัธยาศัยดี พวกเขาทราบมาว่าตระกูลเซียวกำลังตกต่ำ ถึงกระนั้นทายาทหนุ่มก็ดูเหมือนจะเป็นผู้เยาว์ที่ดี

เหล่าแขกเหรื่อต่างอยากทราบเกี่ยวกับกรอมที่คอยติดตามอยู่ด้านหลังเซียวอวี๋ เผ่าพันธุ์ออร์คนั้นหายากอย่างมาก ยิ่งการมาเป็นผู้คุ้มกันยิ่งหายากยิ่งกว่า

เซียวอวี๋มองเห็นเอิร์ลหยุนและฮวาที่เคยพบหน้าเมื่อวาน เอิร์ลหยุนยิ้มออกมาขณะที่กล่าวทักทายเซียวอวี๋ นี่ราวกับเซียวอวี๋ไม่ได้ทำให้เขาต้องเสื่อมเสียหน้าเมื่อวาน เซียวอวี๋ถอนหายใจออกมาขณะที่เห็นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมักมีใบหน้าที่หนาอย่างยิ่ง

นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังรู้แล้วว่าฮวานั้นเป็นสามีของพี่สาวคนที่สองของซีเหวิน ฮวาไม่ได้หน้าหนาดังเช่นเอิร์ลหยุน เขาโกรธอย่างมากเมื่อทราบว่าซิ่วหงส์ถูกตบหน้าโดยผู้คุ้มกันหญิงของเซียวอวี๋ เขาต้องการที่จะประลองและทุบตีเซียวอวี๋ แต่เป็นหวังเทียนหู่ที่บอกให้เขาสำรวมเอาไว้

ทุกคนต่างนั่งลงบนที่นั่งของตน เซียวอวี๋นั่งอยู่บนที่นั่งตัวที่สองซึ่งเป็นรองเพียงที่นั่งของหวังเทียนหู่ ผู้คนต่างพุดคุยกันขณะที่ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจเซียวอวี๋ อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงมองไปที่กรอมและสงสัยถึงที่มาของเขา

พวกเขาไม่กล้าสอบถามเซียวอวี๋และเซียวอวี๋เองก็คร้านที่จะยุ่งเกี่ยวกับคนเหล่านี้ เขาทำเพียงนั่งครุ่นคิดหาทางรับมือกับหวังเทียนหู่อยู่

งานฉลองเริ่มขึ้นไม่นานหลังจากนั้น ผู้คนเริ่มพูดคุยกันถึงอาหารภายในงาน มีบางคนที่นำไวน์มาคารวะเซียวอวี๋และเซียวอวี๋ก็ตอบกลับไปด้วยความสุภาพ

หวังเทียนหู่โบกมือส่งสัญญาณให้ฝูงชนเงียบเสียงลง เขาหันไปมองเซียวอวี๋ "แขกทุกท่านต่างทราบกันดีว่าข้าจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นก็เพื่อสหายของข้า แม่ทัพของอาณาจักร แกรนดยุคผู้เป็นบุตรชายคนที่หกของเซียวซานเทียน เซียวอวี๋! โปรดชูแก้วขึ้นเพื่อแสดงความเคารพตระกูลเซียว!"

ทุกคนต่างยกชูแก้วของตนขึ้นเมื่อได้ยินถ้อยคำของหวังเทียนหู่ คำกล่าวทั้งหมดของเขาเป็นความจริง นอกจากนี้เซียวซานเทียนคงไม่ต้องจบสิ้นในที่ห่างไกลเช่นนั้นหากไม่ใช่เพราะผลประโยชน์ทางการเมือง

ผู้คนนั้นยกย่องบูชาวีรบุรุษและเซียวซานเทียนก็เป็นวีรบุรุษของยุคนี้!

หวังเทียนหู่มองไปที่เซียวอวี๋ "พวกเราต่างทราบกันดีว่าเซียวซานเทียนนั้นคือวีรบุรุษ! หลานชายอวี๋เองก็เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่เฉกเช่นเดียวกัน! เมืองไลอ้อนได้พยายามอย่างหนักภายใต้การนำของเขา! ข้าต้องการจะปรึกษาและพูดคุยเรื่องการปกครองกับเขา"

เซียวอวี๋คิดขึ้นในใจ "เจ้าจิ้งจอกนี่เริ่มแล้ว"

เซียวอวี๋แย้มยิ้มและกล่าวว่า "ท่านลุงหวังสุภาพเกินไปแล้ว ข้าจะสามารถเปรียบเทียบกับท่านลุงหวังได้อย่างไร? มีผู้คนนับล้านอาศัยอยู่ในดินแดนของตระกูลหวัง เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ ดินแดนของข้านั้นเป็นเพียงที่ดินรกร้างแห้งแล้งที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา พวกเราสามารถกระทำเพียงล่าสัตว์และขุดเหมืองได้เท่านั้น"

หวังเทียนหู่รับฟังเซียวอวี๋แล้วกล่าวออกมา "หลานชายนั้นถ่อมตัวไปแล้ว กระทั่งองค์จักรพรรดิเองก็ยังไม่สามารถมีองค์รักษ์ที่เป็นออร์คและเอลฟ์ได้ พวกเขามีความเป็นมาอย่างไร? เจ้าจะแนะนำต่อพวกเราได้หรือไม่? ช่วยให้ความกระจ่างแก่พวกเรา หรือว่าเป็นไปได้ไหมที่พวกเราจะขอซื้อพวกมันบางตัว?"

เซียวอวี๋แย้มยิ้มออกมาขณะที่กล่าวตอบโดยทันที "ดินแดนของไลอ้อนนั้นเป็นที่ที่ห่างไกล อย่างไรก็ตามองค์จักรพรรดิได้พระราชทานภูเขาอัลคาเกนให้กับตระกูลเซียว! ดินแดนของเรานั้นแห้งแล้งทว่าภูเขาอัลคาเกนนั้นอุดมสมบูรณ์! ที่นั่นมีสัตว์อสูร โทลล์ ออร์ค เอลฟ์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ

วันหนึ่งข้าได้เข้าไปล่าสัตว์ภายในหุบเขา ข้าได้พบเจอออร์คและเอลฟ์ผู้อ้างว่าตนคือเทพเจ้าของเผ่าพันธุ์ออร์คและเอลฟ์! พวกเขาบอกข้าว่าข้าจะได้เป็นมหาวีรบุรุษของยุคนี้! ดังนั้นพวกเขาจึงมอบออร์คและเอลฟ์เพื่อให้เขาพาพวกเขาไปสู่ความรุ่งโรจน์ ข้าไม่อาจสงบใจลงได้เมื่อได้เห็นว่าพวกออร์คและเอลฟ์กำลังเผชิญกับความตกต่ำ ดังนั้นข้าจึงตกปากรับคำของพวกเขาและกลายมาเป็นราชันย์ของออร์คแลเอลฟ์"

เซียวอวี๋กล่าวออกมาอย่างเนิบนาบ หากมีผู้ใดที่ไม่ยินยอมเชื่อเช่นนั้นเขาก็จะปล่อยไป เขาไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย หากไม่มีคำอธิบายอื่นใดเช่นนั้นก็จะพิสูจน์ได้ว่าเขาคือมหาวีรบุรุษของยุค เขาคือลอร์ดที่ทรงปัญญาที่สุด!

ทุกคนต่างหันไปมองหน้ากันเมื่อได้ฟังวาจาของเซียวอวี๋

นอกจากนี้ยังไม่มีผู้ใดมีออร์คและเอลฟ์เป็นผู้คุ้มกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจหาคำอธิบายใดมาโต้แย้งวาจาผีสางของเซียวอวี๋ได้นอกจากต้องยอมรับมัน.....