ตอนที่ 212

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"นั่นมันอะไร?" ผู้คนที่ยืนอยู่บนกำแพงล้วนตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ทุกคนต่างรู้ข่าวเรื่องที่เซียวอวี๋มีกองทัพสัตว์ประหลาดแปลกๆอยู่ในกองทัพ ทว่าพวกเขาก็ไม่เคยเห็นยักษ์พวกนี้!

มนุษย์หินยักษ์งั้นหรือ? หรือจะเป็นยักษ์? อย่าบอกนะว่าเป็นยักษ์ศิลาในตำนาน?

เซียวอวี๋เป็นใครกันแน่? ไฉนหลากหลายเผ่าพันธุ์ถึงสู้เพื่อเขา? ทั้งออร์คเอย เอลฟ์เอย คนแคระเอย มาตอนนี้ยังเป็นยักษ์อีก? แล้วแบบนี้ใครจะต้านทานเขาได้อีก?

เหล่าแม่ทัพนายกองต่างนิ่งตะลึงงันก่อนจะเริ่มปรึกษาหารือกัน แต่พวกเขาก็ยังไม่อาจหาวิธีมารับมือกับพวกยักษ์ศิลาได้ ทุกคนต่างมือไม้ปั่นป่วนเมื่อมองไปยังยักษ์ศิลาที่ดูแข็งแกร่งไร้เทียมทาน พวกเขาอาจจะพอรับมือกับพวกมันได้หากมีเพียงหนึ่งหรือสองตัว ทว่าพวกมันนับร้อยที่กำลังใกล้เข้ามานี่จะให้ทำอย่างไร?

ขวัญกำลังใจของไพร่พลพลันดิ่งลงต่ำ

เซียวอวี๋สั่งหยุดทัพห่างจากกำแพงเมือง 500 เมตรเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนทัพ

เขาทราบดีว่าการบุกครั้งแรกจะต้องตั้งใจ มิเช่นนั้นกระแสสงครามอาจตีย้อนกลับได้ ดังนั้นแผนการบุกของเขาจะต้องรัดกุม

เซียวอวี๋หรี่ตาลงมองดูกำแพงอันสูงใหญ่ของเมืองกิสโก้ เขาโบกมือส่งสัญญาณให้ยักษ์ศิลา 100 ตัวพุ่งเข้าโจมตีกำแพงเมือง

ทัพพลเดินเท้าและพวกนักรบออร์คคอยติดตามอยู่ด้านหลัง ด้วยขนาดร่างกายอันใหญ่โตของยักษ์ศิลาแล้ว พวกเขาสามารถใช้มันเป็นที่กำบัง

พื้นดินสั่นสะเทือนเลือนลั่นขณะที่พวกยักษ์ศิลาสาวเท้าไปข้างหน้า ไพร่พลของโซโลมอนรู้สึกราวกับวิญญาณจะหลุดลอยออกจากร่างเพราะความกลัว ในยามปกติแล้วพวกเขาย่อมไม่กลัวการต่อสู้ แต่ยังจะมีใครสงบใจอยู่ได้หากต้องสู้รบปรบมือกับยักษ์พวกนี้?

ทหารของโซโลมอนเตรียมพร้อมที่จะสู้กับพวกออร์ค อันที่จริงพวกเขากำลังตั้งตารอคอยเสียด้วยซ้ำ แต่พวกเขากลับไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะต้องต่อสู้กับยักษ์พวกนี้แทน

นายกองต่างๆเร่งออกคำสั่งให้เครื่องบาริสต้าและเครื่องยิงหินเตรียมพร้อมรับมือกับพวกยักษ์ศิลา ขณะที่ไพร่พลกำลังจะเปิดฉากโจมตีนั้นเอง เมฆทะมึนก็ปกคลุมทั่วแผ่นฟ้า

ทั้งหมดต่างนิ่งตะลึงงันเมื่อแหงนหน้ามองไปบนท้องฟ้า พวกเขาแทบจะทรุดตัวด้วยความกลัว

"นั่นมันอะไร?"

เพียงยักษ์ศิลานับร้อยที่มีความสูงกว่าเจ็ดเมตรที่เบื้องหน้าก็ทำให้พวกเขาขาสั่นแล้ว มาตอนนี้ยังมีสัตว์ประหลาดบินได้กำลังบินมาทางเมืองกิสโก้ ขวัญกำลังใจของพวกเขาพลันมอดดับลง

ไม่ใช่ว่าพวกเขาขี้ขลาดตาขาว หากแต่กองทัพทางฝั่งเซียวอวี๋นั้นเหลือเชื่อเกินไป

พวกมันคือตัวอะไร?

เครื่องบาริสต้าคงสามารถสร้างความเสียหายให้กับพวกยักษ์ศิลาและแบทไรเดอร์ได้หากพวกเขาเตรียมพร้อมรับมือไว้ก่อนแล้ว ขุมกำลังลึกลับได้มอบเครื่องยิงหินหนัก 100 เครื่องและเครื่องบาริต้าขนาดเล็กและกลางไว้ให้นับพัน

หากแต่พวกแบทไรเดอร์นั้นบินอยู่สูงเกินไป เครื่องมือเหล่านี้ล้วนยิงขึ้นไปไม่ถึง

หากเซียวอวี๋มีเพียงกองทัพพลเดินเท้าและพวกออร์คแล้วล่ะก็ เช่นนั้นด้วยการสนับสนุนจากขุมกำลังลึกลับแล้ว พวกเขาสมควรเอาชนะได้ไม่ยาก พวกเขามีผู้ใช้มนตราเพียงพอจะสกัดยับยั้งพวกออร์คทั้ง 3,000 ไม่ให้เข้าถึงกำแพงเมือง

ตอนนี้กระทั่งเหล่าแม่ทัพนายกองก็นิ่งตะลึงงัน พวกเขาลืมเลือนกระทั่งการออกคำสั่ง เหล่าไพร่พลต่างไม่ทราบว่าสมควรโจมตีพวกยักษ์ศิลาหรือสัตว์ประหลาดบินได้ก่อนดี

พวกแบทไรเดอร์นั้นรวดเร็วมาก เพียงชั่วพริบตาพวกมันก็บินมาอยู่เหนือเมืองกิสโก้แล้ว พวกมันเริ่มปล่อยระเบิดเพลิงและระเบิดโลหะลงไปในเมือง

ตู้มมมมมมมมมมมมม~

เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมือง

เปลวเพลิงมอดไหม้ไปทั่ว ระเบิดนับไม่ถ้วนได้ระเบิดขึ้นพร้อมกัน เหล่าไพร่พลบนกำแพงไม่ทราบสมควรทำอย่างไร พวกเขาเริ่มวิ่งหนีเอาชีวิตรอด พวกเขาไม่เคยได้ยินได้ฟังว่าจะมีการโจมตีเช่นนี้อยู่ พวกเขาย่อมไม่ทราบว่าสมควรทำเช่นไร

เซียวอวี๋ติดตั้งระเบิดโลหะให้กับพวกแบทไรเดอร์เพื่อลดการสูญเสียของฝั่งเขา ระเบิดโลหะยังรุนแรงกว่าระเบิดเพลิงที่พวกแบทไรเดอร์ใช้

ไม่มีใครคิดต่อสู้อีกเมื่อต้องเผชิญกับการระเบิดปูพรมเช่นนี้ พวกเขาวางแผนเอาไว้ว่าจะต้านทานการโจมตีระลอกแรกของกองทัพเซียวอวี๋เอาไว้ จากนั้นพวกเขาก็จะเปิดฉากโจมตีตอบโต้ ทว่าตอนนี้พวกเขาไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนั้นแล้ว

ในเวลานี้เองพวกยักษ์ศิลาก็มาถึงกำแพงเมือง

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~

พวกมันคำรามออกมาขณะโจมตีเข้าใส่กำแพงเมือง กำปั้นที่ต่อยลงไปบนกำแพงทำให้เกิดเศษหินปลิวกระจายออกมา

เซียวอวี๋หรี่ตาลงขณะมองการรบอย่างภาคภูมิใจ นี่คือการโจมตีผสานของกองทัพภาคพื้นดินและกองทัพอากาศ นาซีเยอรมันเคยใช้กลยุทธ์เช่นนี้ในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งทีี่สอง ประเทศอื่นๆนั้นมีกองทัพอากาศเช่นกัน แต่เป็นกองทัพเยอรมันที่ใช้การผสมผสานดังกล่าว

บึมมมมมมมมมมมม~

การระเบิดยังคงดำเนินต่อไป เปลวเพลิงลามเลียไปทั่วทุกหนทุกแห่ง เหล่าไพร่พลขาดการติดต่อกับผู้บังคับบัญชา พวกเขาไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร ดังนั้นพวกเขาจึงละทิ้งตำแหน่งเพื่อหนีเอาตัวรอด

ตูม~ ตูม~ ตูม~

กำปั้นของพวกยักษ์ศิลายังคงกระหน่ำไปที่ประตูเมือง แม้ว่าประตูเมืองจะมีความแข็งแกร่ง แต่พวกมันย่อมไม่อาจต้านทานการโจมตีอย่างต่อเนื่องได้ ประตูเมืองพังทลายลงและพวกออร์คเริ่มส่งเสียงคำรามขณะวิ่งเข้าไปด้านในเมือง

ทั่วทั้งเมืองนั้นตกอยู่ในความโกลาหลอยู่ก่อนแล้ว เหล่าไพร่พลย่อมไม่มีกระจิตกระใจจะต่อสู้อีก เดิมทีเหล่าทหารจะประจำการอยู่บนกำแพงเมืองเพื่อรักษาแนวป้องกันไม่ให้พวกออร์คบุกเข้ามาภายในเมืองได้ อย่างไรก็ตาม ในเวลาไม่ถึงนาทีพวกออร์คก็ตีฝ่าเข้ามาได้แล้ว ไพร่พลต่างวิ่งหนีขณะที่คิดว่าฝ่ายตนพ่ายแพ้แล้ว ราวกับโรคติดต่อ ไพร่พลทั้งหมดกระจัดกระจายกันเอาตัวรอด

เมืองกิสโก้มีกำแพงล้อมสูงทั้งสี่ด้าน หากแต่เซียวอวี๋เลือกโจมตีเพียงด้านเดียว เหล่าไพร่พลที่ประจำการทางด้านอื่นๆเห็นเปลวเพลิงลุกลามจากทางประตูหน้า พวกเขายังเห็นพวกสัตว์ประหลาดบินได้นับไม่ถ้วนบินอยู่เต็มน่านฟ้า ขวัญกำลังใจพวกเขาพลันต่ำเตี้ยติดดิน

พวกยักษ์ศิลาโจมตีกำแพงเมือง พวกมันคว้าเอาก้อนหินที่พังทลายจากกำแพงเมืองมาขว้างใส่ไพร่พลฝั่งโซโลมอน

เครื่องบาริสต้าสามารถจัดการกับพวกยักษ์ศิลา หากแต่เหล่าไพร่พลที่ควบคุมพวกมันได้หลบหนีไปแล้ว พวกเขาต่างฝึกฝนอย่างหนักเพื่อรับมือกับพวกออร์ค ไม่มีผู้ใดบอกกับพวกเขาว่าวันนี้จะต้องมาสู้กับพวกยักษ์

ไพร่พลบางคนที่กล้าหาญก็ใช้เครื่องบาริสต้ายิงต่อสู้กับพวกยักษ์ศิลา กระนั้นก็ยังสร้างความเสียหายได้ไม่มาก แต่นั่นยิ่งทำให้ให้พวกยักษ์ศิลาโมโหและเริ่มลงมืออย่างเกรี้ยวกราดแทน พวกมันเริ่มทุบทำลายเครื่องบาริสต้าและเครื่องยิงหิน

พวกเขาต่างคิดว่าสงครามครั้งนี้จะต้องยาวนาน....ทว่าความเป็นจริงมันกลับจบลงในเวลาเพียงไม่กี่นาที......