ตอนที่ 342

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

กองทัพผสมของตระกูลเคเนดี้และศาสนจักรเริ่มเคลื่อนทัพมุ่งหน้าไปยังเมืองไลอ้อนในวันรุ่งขึ้น กระนั้นทางฝั่งเมืองไลอ้อนก็ไม่ได้หวาดกลัวจำนวนอันน่าหวาดหวั่นของศัตรู พวกเขาเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว และรู้ว่าเซียวอวี๋ไม่เคยพ่ายแพ้ในสงครามป้องกัน!

เคดและโรเบิร์ตทอดมองไปยังเมืองไลอ้อน "ท่านโรเบิร์ต ท่านว่าวันนี้เราจะสามารถยึดเมืองไลอ้อนได้หรือไม่?"

โรเบิร์ตแค่นเสียง "แล้วท่านพาลาดินเคดคิดอย่างไรเล่า?"

เคดยิ้ม "พวกเรารู้ว่าตระกูลเคเนดี้มีไพ่ลับซ่อนอยุ่มาก ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับว่าท่านจะใช้มันหรือไม่"

โรเบิร์ตแค่นสียงอีกครั้ง "หรือศาสนจักรมีสิ่งใดจะเสนอ? ทำไมท่านไม่ลองใช้ไพ่ลับของศาสนจักรบ้างเล่า?"

เคดยิ้มแต่ไม่ตอบคำ

................................

เซียวอวี๋นั่งอยู่บนกำแพงพลางเฝ้ามองดูกองทัพผสมที่กำลังจะโจมตีพวกเขา นี่ราวกับว่าเขากำลังมองดูขบวนพาเหรดอยู่มากกว่าจะเป็นกองทัพศัตรูโดยมีลอร์ดชาไท่ยืนอยู่ด้านข้าง

ชาไท่กล่าวว่า "ไม่แปลกใจว่าทำไมท่านจึงประสบความสำเร็จนัก ท่านช่างเยือกเย็นนัก..."

"สหาย เจ้าชมข้าเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่เพียงเข้าใจว่าความกลัวนั้นเปล่าประโยชน์ จะดีกว่าหากเราผ่อนคลาย" เซียวอวี๋ยังคงดื่มไวน์ต่อไป แม้กองทัพศัตรูจะมาถึงแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่เริ่มโจมตี ดังนั้นจึงเปล่าประโยชน์ที่จะยืนรอ

"สั่งให้คนของเรานั่งลงพักผ่อนเสีย...เมื่อศัตรูเริ่มโจมตีจึงค่อยลุกขึ้นยืน" เซียวอวี๋หันไปบอกมู่หลี่ มู่หลี่พยักหน้าและออกคำสั่งต่อไพร่พล เขาอยู่กับเซียวอวี๋มาได้ระยะหนึ่งแล้ว และค่อนข้างคุ้นเคยกับรูปแบบการทำสงครามของเซียวอวี๋

"สหายไท่! ข้าจะออกเดินทางในอีกไม่กี่วัน...เจ้าพอจะช่วยข้าดูแลดินแดนตอนที่ข้าไม่อยู่ได้หรือไม่?" เซียวอวี๋ถามพลางกัดเนื้อผลไม้แห้ง ชาไท่ได้อยู่ที่เมืองไลอ้อนมาพักหนึ่ง ร่างกายของเขาได้รับการฟื้นฟูมาบางส่วนแล้ว ดังนั้นเซียวอวี๋จึงคิดจะให้เขาทำงานบ้าง จะอย่างไรเสียชาไท่ก็เป็นถึงลอร์ด และคุ้นเคยกับการดูแลจัดการส่วนบริหาร เพราะฉะนั้นการให้ชาไท่ดูแลงานส่วนนี้ชั่วคราวจะสามารถแบ่งเบาภาระของพ่อบ้านหงส์ได้อย่างมาก

"ท่านไม่กลัวว่าข้าจะก่อกบฏตอนที่ท่านไม่อยู่หรือ?" ชาไท่เหลือบมองเซียวอวี๋ เป็นเรื่องปกติที่สำหรับผู้ที่มีความทะเยอทะยานจะทดลองก่อกบฏชิงอำนาจ หากพวกเขามีโอกาส แล้วเหตุใดเซียวอวี๋จึงมอบอำนาจการจัดการให้กับเขา?

เซียวอวี๋ตอบอย่างเฉื่อยชา "ทดลองดู หากคิดว่ามันคุ้มค่า"

ชาไท่รู้สึกประหลาดใจ เขาขบคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า "ท่านพูดถูก ข้าไม่มีแรงสนับสนุนในการก่อกบฏและมันมีความเสี่ยงมากเกินไป โอกาสสำเร็จที่แทบเป็นไปไม่ได้ ดูเหมือนว่าการติดตามท่านจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด" ชาไท่ไม่ใช่คนโง่และรู้ว่าด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันแล้ว ตัวเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีก

อันที่จริงเซียวอวี๋มั่นใจอย่างยิ่งว่าชาไท่จะไม่ก่อกบฏ การติดตามเซียวอวี๋ต่อไปจึงจะเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดเนื่องเพราะตัวเขาจะมีอนาคตอันไร้ขีดจำกัด หากเซียวอวี๋ได้ขึ้นเป็นใหญ่

กระนั้นชาไท่ก็ยังอดรู้สึกยกย่องเซียวอวี๋ไม่ได้ เขาจะไม่ยอมให้คนแปลกหน้าอยู่ดูแลดินแดนของตนอย่างแน่นอน การตัดสินใจเช่นนี้ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก

เซียวอวี๋วางท่าทางราวกับอันธพาลร้านถิ่น แต่ยิ่งชาไท่รับรู้เรื่องราวของเซียวอวี๋มากเท่าใด เขาก็ยิ่งทราบความต่างระหว่างทั้งสอง

"ท่านคิดว่าเราจะชนะหรือไม่?" ชาไท่ถาม เขาทราบดีว่าอนาคตของตนนั้นผูกอยู่กับเซียวอวี๋แล้ว

"เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?" เซียวอวี๋ตอบคำถามด้วยคำถาม

ชาไท่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ค่อยดีนัก ตระกูลเคเนดี้นั้นแข็งแกร่ง ทั้งยังได้รับการสนับสนุนนจากศาสนจักร ข้าไม่รู้ว่า..."

เซียวอวี๋พลันหัวเราะขึ้นมา "เจ้าผิดแล้ว โอกาสที่พวกเราจะชนะมีอยู่เต็มร้อย!"

"เพราะอะไร?" ชาไท่ไม่เข้าใจว่าทำไมเซียวอวี๋จึงดูมั่นอกมั่นใจนัก

เซียวอวี๋รินไวน์ใส่แก้ว "แก้วใบนี้มีไวน์อยู่เท่าใด?"

ชาไท่ยักไหล่ "เต็มแก้ว"

เซียวอวี๋พยักหน้าและดื่มมันในชั่วอึดใจ "แล้วตอนนี้เล่า?"

ชาไท่เลิกคิ้ว "ว่างเปล่า"

"ใช่แล้ว แล้วความแตกต่างของแก้วที่มีไวน์เต็มแก้วกับแก้วว่างเล่า?" เซียวอวี๋ถาม

ชาไท่ส่ายศีรษะเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่เซียวอวี๋ต้องการจะสื่อ

เซียวอวี๋หันไปหาชาไท่ก่อนจะกล่าวอย่างแช่มช้า "ความแตกต่างระหว่างทั้งสองคือเวลา! สิ่งเดียวกันนี้เป็นตัวตัดสินชัยชนะหรือพ่ายแพ้! ทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นในชั่วกระพริบตา พวกเราจะทุ่มเทความพยามลงไปทั้งหมด หากว่าเราแพ้ เราก็จะไม่เหลืออะไร ถ้าเราชนะ เราก็จะได้รับทุกอย่าง ดังนั้นแล้วทำไมเรายังต้องเกรงกลัวต่อผลลัพธ์ด้วยเล่า?"

ชาไท่ดูเหมือนจะเข้าใจบางสิ่งได้จึงพึมพำว่า "ทุ่มเต็มร้อย...ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ"

ชาไท่หัวเราะ "แน่นอนว่าพวกเราจะต้องชนะ!"

ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง

กองทัพศัตรูเริ่มตีกลองศึก ขณะที่ไพร่พลเริ่มก้าวเท้ามาทางเมืองไลอ้อน สงครามเริ้มขึ้นอีกครั้งหลังจากว่างเว้นไปเป็นเดือน อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนทัพครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง สงครามครั้งนี้จะเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ของสงคราม ไม่มีผู้ใดต้องการจะรออีกต่อไป โรเบิร์ตต้องการเมืองไลอ้อน ศาสนจักรต้องการอูเธอร์! สงครามดำเนินมาถึงจุดที่ทั้งสองฝ่ายไม่อาจประนีประนอมกันได้อีก

ฆ่ามัน~

เหล่าทหารกองทัพตระกูลเคเนดี้ตะโกนร่ำร้องพลางวิ่งมาทางกำแพงเมือง ร่างกายของพวกเขามีแสงสีทองเข้าห้อมล้อมขณะที่พวกพาลาดินเริ่มมอบบัฟให้กับพวกเขา

"แสงศักดิ์สิทธิ์จะสถิตย์อยู่กับพวกเจ้า! จงทำลายเมืองที่ชั่วร้ายนี้ สังหารพวกนอกรีต!" เสียงของเคดดังกึกก้องไปทั่วท้องสนามรบ

อย่างไรก็ตาม กองทัพที่กำลังมุ่งเข้ามาก็ต้องตกตะลึงเมื่อมองเห็นลำแสงสีทองเข้าอาบไล้ทุกคนที่อยู่บนกำแพงเมือง ทหารฝ่ายศัตรูเกือบจะตาบอดเพราะความเจิดจ้าของลำแสง

"ภาคีหัตถ์สีเงินจะถูกก่อตั้งอีกครั้ง อูเธอร์ผู้ยิ่งใหญ่จะขึ้นเป็นผู้นำ! เหล่าพาลาดินที่ดวงตาถูกบดบังด้วยศาสนจัรอันจอมปลอมเอ๋ย จงเบิกตาดูว่าผู้ใดคืออูเธอร์ตัวจริง! ดูว่าผู้ใดคือผู้นำที่แท้จริงแห่งพาลาดิน!" มีเสียงดังออกมาจากทางฝั่งกำแพงเมือง เป็นเซียวอวี๋ที่ประกาศให้อูเธอร์จัดตั้งภาคีหัตถ์สีเงิน

เขาทราบว่าศาสนจักรได้จัดตั้งกองกำลังครูเซเดอร์สีชาดขึ้น ดังนั้นเขาจึงได้ไอเดียที่จะสถาปนาภาคีหัตถ์สีเงินขึ้นเช่นกัน เซียวอวี๋กำลังจะสร้างศาสนจักรของตนเอง และเผชิญหน้ากับทางศาสนจักรโดยกล่าว่าพวกเขาจึงจะเป็นกลุ่มผู้ศรัทธา! หากอีกฝ่ายบอกว่าเซียวอวี่เป้นพวกนอกรีต เช่นนั้นเขาก็จะตอบโต้กลับไปโดยการบอกว่า พวกศาสนจักรในปัจจุบันถูกสร้างโดยพวกนอกรีต

เคดหน้าแดงด้วยความเดือดดาลเมื่อมองไปยังเหล่าสมาชิกภาคีหัตถ์สีเงินที่ด้านบนกำแพง เจ้าลอร์ดผู้นี้! เซียวอวี๋กระทั่งกล้าแอบอ้างนามแห่งภาคีหัตถ์สีเงิน! นี่นับเป็นการดูหมิ่นเหล่าพาลาดินอย่างมาก เจ้าลอร์ดที่อวดดีผู้นี้จะต้องถูกชำระล้างและรับการลงโทษ!

"สังหารพวกนอกรีต! พวกเราต้องชำระล้างพวกมัน! พวกเราจะมีหน้าภาวนาถึงท่านอูเธอร์ได้อย่างไรหากปล่อยให้พวกนอกรีตมาดูหมิ่นศาสนจักร?" เคดตะโกนเสียงดัง

กระนั้นเสียงจากบนกำแพงก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เสียงนั้นยังคงดังต่อเนื่องขณะที่ลำแสงจากบัฟของอูเธอร์ตกกระทบร่างของเหล่าทหาร

พวกพาลาดินจากศาสนจักรต่างโกรธแค้นเพราะการบอกว่าอีกฝ่ายเป็นอูเธอร์ถือเป็นการดูหมิ่นศาสนจักรอย่างยิ่ง

"ไลท์บิงเกอร์!" มีเงาร่างสีทองขนาดใหญ่ปรากฏตัวขึ้นเหนือกำแพงเมือง ปีกทั้งคู่สาดแสงเจิดจ้าและมีพลังแห่งแสงที่แข็งแกร่งกระจายออกมาจากร่าง ดูคล้ายกับเงาร่างนั้นกำลังร่ายเวทบางอย่างอยู่....