ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เมอเรย์ตวัดดาบเป็นแนวตั้งและแนวนอนขณะที่แสงสีทองเปล่งออกมาจากร่างกายของเขา ผู้ทำลายล้างที่บินเข้าหาเขาพลันสลายเป็นเถ้าถ่านกลางอากาศ
"แข็งแกร่งจริงๆ" เซียวอวี๋ตกตะลึงกับพลังของเมอเรย์ พาลาดินขั้นที่ห้านับเป็นตัวตนที่น่าหวาดหวั่น ทั้งความแข็งแกร่งและความเร็วที่เมอเรย์แสดงให้เห็นมันดุจราวกับว่าเขาเป็นซุปเปอร์แมน เซียวอวี๋ขาดแคลนคนประเภทนี้ แม้ว่าเหล่าฮีโร่ของเขาไปถึงขั้นที่ห้าได้แล้ว แต่จำนวนก็ยังมีน้อยเกินไป เขาต้องการผู้มีพรสวรรค์ ตระกูลเคเนดี้และศาสนจักรมีนักรบที่ทรงอยู่มากจริงๆ
พวกอันเดดไม่รู้สึกเกรงกลัวผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าหรือผู้ใช้มนตราขั้นที่ห้าของตระกูลเคเนดี้ แต่พาลาดินนั้นแตกต่างออกไป
"อาร์ทัสจะสามารถจัดการพาลาดินผู้นี้ได้ไม่ยากหากเขาไปถึงขั้นที่ห้า...ทว่าตอนนี้ต่อให้สามคนร่วมมือก็ยังยาก ถ้าอีกฝ่ายยังมีพาลาดินมากกว่านี้ เช่นนั้นสถานการณ์ก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง"
อาร์ทัสบังคับอาชาของเขาพยายามถอยออกไป กระนั้นเมอเรย์ก็ยังสามารถไล่ตามเขาได้ทันแม้ว่าเขาจะไม่มีพาหนะก็ตาม อาร์ทัสหันกลับก่อนจะร่ายคำสาปใส่ร่างของเมอเรย์ จากนั้นจึงหันไปควบมาหลบหนีต่อ ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถดึดดูดความสนใจมาไว้ที่เขา แม้เมอเรย์จะติดตามอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่อาจไล่ทันอาชาโลกันต์ ดังนั้นเขาจึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี เขาพลันเปลี่ยนเป็นวิ่งเข้าใส่เคลธูซาด
เคลธูซาดเป็นผู้ใช้มนตราจึงวิ่งได้ไม่เร็วนัก เขาเปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าไปหลบด้านหลังเครื่องบดเนื้อและกลุ่มอสุรกายแทน จากนั้นเคลธูซาดจึงเริ่มร่ายเวทอีกครั้ง
ฟุบ ฟุบ ฟุบ
ระลอกแท่งน้ำแข็งพุ่งกระทบร่างกายของเมอเรย์ แม้ว่าเขาจะเป็นพาลาดินขั้นที่ห้าผู้แข็งแกร่ง กระนั้นการใช้พลังปราณเป็นเวลานานก็ทำให้เขาลำบากอยู่บ้าง
"บัดซบ!" เมอเรย์รู้สึกขมขื่น ความแข็งแกร่งของพวกอันเดดนั้นเกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก พวกอันเดดระลอกแรกค่อนข้างอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม อาร์ทัส เคลธูซาดและอานูบอารักดูเหมือนจะแตกต่างจากพวกที่เหลืออย่างสิ้นเชิง ทั้งสามทำให้เขาต้องใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดออกมาได้ในเวลาไม่นาน เขาคงจะบาดเจ็บสาหัสไปแล้วหากเขาไม่ได้สวมใส่เกราะที่พระสันตะปาปามอบให้
"เจ้าสามตัวนั้นมันอะไรกันแน่? ไฉนจึงแข็งแกร่งนัก? ตามบันทึกที่เขียนเอาไว้ของศาสนจักร เจ้าอันเดดที่ขี่ม้านั่นคงเป็นเดธไนท์...เดธไนท์ตนแรกมีชื่อว่าอาร์ทัส...เจ้าชายแห่งลอร์เดลอน..." เมอเรย์พึมพำ
โครมมมม
เมอเรย์มาถึงเครื่องบดเนื้อและกลุ่มของอสุรกายแล้ว เขาพยายามจะสังหารเคลธูซาด กระนั้นพวกอสุรกายก็ไม่ใช่ศัตรูที่จะสามารถฝ่าไปได้โดยง่าย
ฉัวะ ฉัวะ
เซียวอวี๋รู้สึกอับอายเมื่อได้เห็นทักษะดาบของเมอเรย์ ทักษะดาบอันยอดเยี่ยมของเขาทำให้เขาสามารถฝ่าอสุรกายกลุ่มแรกไปได้
พวกอสุรกายกลุ่มที่สองใช้ตะขอของพวกมันเหนี่ยวรั้งเมอเรย์เอาไว้ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมอสุรกายจึงมีค่าเทียบได้กับสองยูนิต เมื่อพวกมันมาถึงระดับที่ 10 พวกมันก็มีความสูงเกือบ 3 เมตร ร่างกายของพวกมันเต็มไปด้วยก้อนเนื้อเน่าเฟะ มีก๊าซที่สามารถกัดกร่อนลอยออกมาจากร่างของพวกมัน ทั้งในมือของพวกมันยังถือไว้ด้วยอาวุธหลายประเภท
พวกอสุรกายกลุ่มที่สองสามารถใช้ตะขอของพวกมันฉุดดึงเมอเรย์ลงมาจากกลางอากาศ เมอเรย์ที่เดือดดาลพยายามจะทำลายตกขอ แต่พวกอสุรกายนั้นมีขนาดใหญ่เกินไป น้ำหนักของพวกมันเพียงหนึ่งตัวก็หลายร้อยกิโลกรัมแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ง่ายที่จะหลุดจากพันธนาการ แม้เมอรเย์จะสามารถตัดโซ่ไปได้หลายเส้น กระนั้นมันก็ไม่ช่วยให้เขาหลุดออกไปได้
พวกอสุรกายใช้ขวาน ค้อน หอกซัดและอาวุธชนิดอื่นๆโจมตีเข้าใส่เมอเรย์ เมอเรย์ที่ถูกพันธนาการอยู่ย่อมไม่อาจรับการโจมตีของอสุรกายได้ทุกตัว สุดท้ายแล้ว สองหมัดก็ยากจะต้านสี่ฝ่ามือ เขาสามารถใช้ใช้เพลิงสีเทาแผดเผาพวกมันได้ หากว่าพวกมันเป็นเพียงอันเดดทั่วไป แต่นี่คืออสุรกายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า และดูเหมือนว่าเพลิงก็ไม่อาจสังการพวกมันได้โดยง่าย
ร่างกายของเมอเรย์เริ่มได้รับผลกระทบจากก๊าซที่ออกมาจากร่างของพวกอสุรกาย กระนั้นเมอเรย์ก็ยังไม่ยอมแพ้ เขายังคงสู้ต่อไปและสังหารพวกอสุรกายไปได้เกือบ 6 ตน ทว่ามันก็ต้องแลกมาด้วยบาดแผลหลายแห่ง
ฟุบ ฟุบ ฟุบ
เคลธูซาดยังคงใช้เวทน้ำแข็งโจมตีใส่เมอเรย์ เมอเรยืทราบว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปตัวเขาคงไม่รอด เขาสามารถสังหารพวกอสุรกายต่อไปได้อีกหลายสิบ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องตาย ยิ่งไปกว่านั้นเวทน้ำแข็งของเคลธูซาดยังทำให้โลหิตของเขาเริ่มแข็งตัว
แคร๊ก แคร๊ก แคร๊ก
อานูบอารักโผล่ขึ้นจากพื้นดิน และปล่อยฝูงแมลงออกมาโจมตีใส่เมอเรย์
เมอเรย์รู้สึกวิงเวียนศีรษะและถูกอสุรกายตนหนึ่งโจมตีใส่ร่าง เขาคงตกตายไปนานแล้วหากไม่ได้ชุดเกราะที่สวมอยู่
ย๊ากกกกกก
เมอเรย์กู่ร้องพลางสะสมพละกำลังกระโดดขึ้นสูง พวกอสุรกายพยายามจะใช้ตะขอรั้งดึงกลับมา แต่เมอเรย์ก็สามารถปัดป้องได้ทั้งหมด
ฉึก
ขณะที่เมอเรย์กำลังรับมืออยู่กับพวกอสุรกาย ดาบฟรอสต์มัวร์ของอาร์ทัสก็โจมตีใส่เขา ดาบฟรอสต์มัวร์สร้างรูขึ้นบนเกราะและทำให้เมอเรย์ได้รับบาดเจ็บ เขากระอักเลือดออกมาขณะหน้าเปลี่ยนเป็นขาวซีด
อาร์ทัสตะโกนสั่งการให้พวกอสุรกายและแมงมุมปีศาจเข้ากลุ้มรุมเมอเรย์
เซียวอวี๋ต้องการสังหารเมอเรย์อย่างมาก หากว่าเขาจัดการเมอเรย์ได้ เช่นนั้นเขาก็จะมีนักรบโครงกระดูกขั้นที่ห้า ซึ่งนั่นจะมีส่วนช่วยต่ออาร์ทัสอย่างมากในอนาคต ทว่าเขาก็ต้องเก็บความปรารถนานั้นกลับมา แม้ว่าเมอเรย์จะมีแผลเล็กแผลน้อยตามร่าง ทั้งยังมีบาดแผลรุนแรงจากการโจมตีของอาร์ทัส แต่พาลาดินขั้นที่ห้าก็ยังคงเป็นพาลาดินขั้นที่ห้า! จะเกิดอะไรขึ้นหากเมอเรย์หนีรอดไปได้? เช่นนั้นตัวตนของเขาก็คงถูกเปิดเผยและนั่นจะหายนะมาสู่เขา
เมอเรย์ที่เห็นท่าไม่ดี เขาก็ไม่อยู่ฝืนสู้อีกต่อไป เขาขบริมฝีปากและพุ่งตัวไปทางค่าย เขาพุ่งผ่านเหล่าครูเซเดอร์ไปก่อนจะหยุดลง เหล่าครูเซเดอร์กำลังต่อสู้อยู่กับพวกกูลและแมงมุมปีศาจ ทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียอย่างหนัก กระนั้นทางฝั่งของพวกครูเซเดอร์นั้นรุนแรงอย่างกว่า สาเหตุหลักก็มาจากพวกเนโครแมนเซอร์ พวกมันสามารถเปลี่ยนซากศพให้กลายเป็นนักรบโครงกระดูกและส่งพวกมันมาเป็นโล่มีชีวิต ทางฝั่งนักธนูของศาสนจักรเองก็พยายามเล็งยิงไปที่พวกเนโครแมนเซอร์
เมื่อเซียวอวี๋เห็นว่าสงครามมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เขาก็สั่งให้อาร์ทัสออกคำสั่งถอยทัพทันที
เซียวอวี๋สามารถประเมินความแข็งแกร่งของศาสนจักรได้จากการต่อสู้ในครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถทดสอบความแข็งแกร่งของพวกอันเดดเมื่อเผชิญหน้ากับศาสนจักร พวกเขาประสบความสำเร็จในการทำให้พาลาดินขั้นที่ห้าได้รับบาดเจ็บสาหัส
เซียวอวี๋พึงพอใจกับศักยภาพของอาร์ทัสมาก อาร์ทัสไม่ได้ประมาทเลินเล่อ หากแต่เตรียมวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า การถอยและการซุ่มโจมตีเมอเรย์จนต้องรีดเร้นพลังออกมา นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าอาร์ทัสสามารถบงการอันเดดได้อย่างอิสระ
ทว่าพาลาดินขั้นที่ห้าก็แข็งแกร่งถึงขั้นที่ต้องใช้ฮีโร่ทรงพลัง 3 ตนเข้ารับมือ กระนั้นเซียวอวี๋ก็ไม่ได้รู้สึกกลัว ในอนาคตเขายังสามารถให้อาร์ทัสทำสงครามในตอนกลางคืน...เขาสามารถรับมือกับศาสนจักรและตระกูลเคเนดี้ได้โดยปราศจากปัญหาเพราะเขามีไพ่ตายซ่อนเอาไว้ และเขายังสามารถริดรอนขุมกำลังของอีกฝ่ายด้วยกองทัพอันเดด....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved