ตอนที่ 161

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ทุกครั้งที่ระดับของเซียวอวี๋เพิ่มขึ้น เขาจะได้รับแต้มทักษะมาสองแต้มและได้รับค่าความสามารถเพิ่มมากกว่าฮีโร่ทั่วไป ดังนั้น ร่างกายของเขาจึงแข็งแกร่งอย่างมากและเมื่อใช้พร้อมกับทักษะพุ่งทะยานระดับ 2 เขาก็สามารถเข้าปะทะกับคาเมลอนได้อย่างไม่ต้องกังวลใดๆ อย่างไรก็ตาม เขาได้ตระหนักถึงจุดอ่อนของตนเอง เขาเป็นนักรบที่มีประสบการณ์ในสนามรบ ทว่าในการประลองนั้น เขาไม่ใช่นักสู้ที่ดี

เซียวอวี๋ไม่เคยฝึกฝนวิชาฝีมือมาก่อน เขามุ่งเน้นไปที่การใช้ทักษะในการต่อสู้ โดยปกติแล้ว เขาจะเดินหน้ากวัดแกว่งดาบไปเรื่อย ในขณะที่เขาแทบจะไม่เคยเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเลย การต่อสู้แบบนี้มีประสิทธิภาพและได้เปรียบอย่างมากในสนามรบ ทว่าเขายังด้อยกว่าพวกอัศวินในการประลองตัวต่อตัวเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องพึ่งพาทักษะอันทรงพลังแทนที่จะเอาชนะคาเมลอนด้วยฝีมือการต่อสู้

เซียวอวี๋ไม่ได้ใช้ทักษะโล่แห่งเทมพลาร์หรือโล่เวทมนตร์หรือพรแห่งพละกำลังเนื่องเพราะทักษะเหล่านี้จะทำให้ผู้คนเกิดความแตกตื่น

เขาเรียกใช้ทักษะวินด์วอร์คก่อนจะพุ่งเข้าหาคาเมลอน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ล่องหนเพื่อที่จะไม่สร้างความตื่นตัวให้กับผู้คน จะดีที่สุดหากปกปิดไพ่ตายของตนเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ถึงกระนั้น เซียวอวี๋ก็ยังได้รับความเร็วอันน่าเหลือเชื่อจากทักษะมา 150% อยู่ดี ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของเซียวอวี๋

คาเมลอนเองก็ตกตะลึงไม่แพ้พวกเขา เขายังไม่เคยพบเห็นการก้าวเท้าที่ทำให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วถึงเพียงนี้มาก่อน เซียวอวี๋ใช้อมนิแสลชออกมาทันทีที่เข้าใกล้คาเมลอน

เซียวอวี๋ทราบว่าเขาไม่อาจเล่นสนุกมากไปนัก เขาจะต้องเอาชนะคาเมลอนโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้น คาเมลอนจะมองทักษะของเขาออกและเขาจะสูญเสียความได้เปรียบไป

เปรี้ยง!

พลังปราณปะทุออกมาจากตัวดาบจนมวลอากาศโดยรอบระเบิดออกมา ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนรู้สึกเหลือเชื่อเมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาส่วนใหญ่แอบคิดว่า หากเป็นตนเองจะสามารถรับการโจมตีเมื่อครู่จากเซียวอวี๋ได้หรือไม่ ทักษะอมนิแสลชเป็นทักษะโจมตีอันทรงพลังของเบรดมาสเตอร์ที่มีไว้เพื่อการพิชิต

คาเมลอนเห็นว่าเซียวอวี๋กำลังใช้ทักษะที่ทรงพลังดังนั้นเขาจึงไม่กล้าประมาท เขายกดาบขึ้นต้านรับการโจมตีของเซียวอวี๋เอาไว้ ทว่ารองเท้าของเขาก็ต้องไถลถอยออกไปราวสี่ถึงห้าเมตร

หลินมู่เสวี่ยและหลินอ้าวเทียนรู้สึกตกตะลึงเมื่อได้เห็นการโจมตีของเซียวอวี๋ พวกเขาไม่คาดว่าเซียวอวี๋จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ในขณะที่เขายังมีอายุน้อย พวกเขาไม่คาดคิดว่าเซียวอวี๋จะเป็นฝ่ายที่กุมความได้เปรียบในการต่อสู้ครั้งนี้

บรรดาผู้คนที่ติดตามคาเมลอนมาต่างรู้สึกกังวล

เจ้าผู้นี้เป็นใครกันแน่? เหตุใดเขาจึงต่อสู้ด้วยท่าทีสบายใจเช่นนั้นได้? ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองที่อยู่ระดับกลางจะสามารถโจมตีอย่างรุนแรงเช่นนี้ได้อย่างไร?

คาเมลอนกลายเป็นเกรี้ยวกราด เขาคิดว่าตนจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้โดยง่าย ทว่าตอนนี้เขากำลังถูกเซียวอวี๋ไล่ต้อน คาเมลอนยังไม่อาจหาโอกาศโจมตีกลับไปได้เลยสักครั้ง

"ทักษะของเขาช่างทรงพลังนัก.....แต่เขาก็ไม่อาจใช้ทักษะได้ในทันที...ยิ่งไปกว่านั้น การจะใช้มันแต่ละครั้งจะต้องสิ้นเปลืองพลังปราณมหาศาล ดังนั้นข้ายังมีโอกาศพลิกสถานการณ์อยู่! การประลองไม่ได้วัดกันที่ความแข็งแกร่งของทักษะ! ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะตัดสินผลแพ้ชนะ!"

คาเมลอนเชื่อว่าเซียวอวี๋จะต้องหยุดพักช่วงหนึ่งกว่าที่เขาจะใช้ทักษะนั้นได้อีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงกู่ร้องและพุ่งเข้าหาเซียวอวี๋เพื่อต้องการโต้ตอบกลับไป ทว่าเซียวอวี่ได้ใช้วินด์วอร์คอีกครั้งและวิ่งมาหยุดที่เบื้องหน้าของคาเมลอนก่อนจะใช้ทักษะพายุคลั่ง

"อา....นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?" คาเมลอนไม่อาจตอบสนองสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทัน ร่างของเขาถูกดาบของเซียวอวี๋หวดฟาดอย่างต่อเนื่อง เซียวอวี๋ได้ใช้ทักษะวินด์วอร์คด้วยเช่นกัน ดังนั้นร่างของเขาจึงรวดเร็วอย่างมาก คาเมลอนไม่อาจหลบได้แม้สักหนเดียว

ทักษะพายุคลั่งไม่ได้โจมตีไปยังส่วนหนึ่งส่วนใดอย่างเฉพาะเจาะจงหากแต่เป็นการกระหน่ำโจมตี ด้วยเหตุนี้ ชุดเกราะหนักบนร่างของคาเมลอนจึงถูกโจมตีใส่นับครั้งไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม คาเมลอนยังคงได้รับบาดเจ็บและมีโลหิตไหลซึมออกมา

คาเมลอนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเพียงสองครั้งของเซียวอวี๋

"เขาสามารถใช้ทักษะรวดเร็วเช่นนั้นได้อย่างไร? เหตุใดทักษะทั้งสองจึงทรงพลังถึงเพียงนั้น?" คาเมลอนตกตะลึงขณะที่อาการบาดเจ็บทำให้เขารู้สึกชาไปทั่วร่าง

เซียวอวี๋ไม่ปล่อยให้คาเมลอนทันมีปฏิกริยาตอยสนองขณะที่เขาตวัดดาบหนักออกไปอีกครั้ง ทักษะโจมตีจุดตายได้เพิ่มโอกาศที่เขาจะโจมตีอย่างรุนแรงขึ้นถึง 45% ดังนั้นแทบทุกการโจมตีสองครั้งก็จะมีการโจมตีที่รุนแรงเป็นสองเท่าปรากฏออกมา คาเมลอนถูกบังคับให้ต้องถอยและถอยอีก เขาเกือบจะหลุดออกจากสนามประลองอยู่แล้ว

อะไรกัน!?

คาเมลอนกู่ร้องออกมาอย่างเดือดดาล ดาบเวทที่อยู่ในมือของเขาพลันมีเพลิงลุกโชนออกมา เขาตวัดดาบไปทางเซียวอวี๋ การโจมตีด้วยเพลิงเป็นความพิเศษของดาบบงกชสีเพลิงเล่มนี้ คาเมลอนสามารถส่งเปลวเพลิงออกมาโจมตีได้ในทุกๆสามนาที เปลวเพลิงจะพวยพุ่งออกมาและโจมตีเข้าใส่ศัตรูที่ไม่ทันระวังตัว

เซียวอวี๋ใช้เทเลพอตทันทีที่เห็นเปลวเพลิง เขาปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของคาเมลอนและพาดดาบไปที่ลำคอของเขา

"เจ้าแพ้แล้ว" เซียวอวี๋กล่าวออกมา หลังจากนั้นเขาก็ยกดาบออกก่อนจะใช้มือตบฝุ่นที่เกาะตามเสื้อผ้าออกไป

ทุกคนต่างคิดว่าการต่อสู้จะต้องเป็นไปอย่างหวาดเสียวลุ้นระทึก พวกเขาคิดว่าการต่อสู้จะจบลงหลังจากเริ่มต้นเพียงไม่นาน ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้นทำให้พวกเขาอ้าปากค้าง เซียวอวี๋ได้รับชัยชนะและเป็นชัยชนะที่หมดจด

ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าผู้ชนะจะเป็นเซียวอวี๋

มีบางคนคิดว่าโอกาศที่เซียวอวี๋จะชนะนั้นมีอยู่ หากแต่ก็น้อยอย่างยิ่ง พวกเขาเชื่อว่าเซียวอวี๋จะต้องต่อสู้อย่างทุลักทุเลกว่าจะเอาชนะได้ ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเซียวอวี๋จะเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าตั้งแต่ต้นจนจบ

"นั่นมันเทเลพอต! ผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถใช้เทเลพอตได้! เขาเป็นผู้บ่มเพาะสองสาย!" มีบางคนตะโกนออกมาอย่างแตกตื่น

เพียงผู้ใช้มนตราที่สามารถใช้ทักษะเทเลพอตได้ก็นับว่าแข็แกร่งไร้ผู้ต้านแล้ว ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถใช้ทักษะเทเลพอตได้ อย่างไรก็ตาม การเทเลพอตนั้นยากที่จะใช้จนชำนาญได้แม้กระทั่งในหมู่ผู้ใช้มนตราเอง มันเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมมิติและการฝึกฝนมันก็มีความอันตรายสูง ผลของมันนั้นเกินกว่าจะรับไหวหากว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นระหว่างการใช้เทเลพอต

จะมีผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถใช้เทเลพอตได้อย่างไร? นี่มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว!

ทุกคนยังอยู่ในความตกตะลึงเพราะไม่มีใครคิดว่าการต่อสู้จะจบลงเช่นนี้ ใบหน้าของเซียวอวี๋ดูผ่อนคลายอย่างมาก ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้ออกไปต่อสู้ หากแต่เพียงออกไปกวัดแกว่งดาบเพียงเล็กน้อย

เซียวอวี๋มองไปที่คาเมลอน "อา....อัศวินคาเมลอน ข้าเป็นผู้บ่มเพาะสองสาย ผู้ฝึกยุทธ์และผู้ใช้มนตรา"

คาเมลอนยืนนิ่งไม่ไหวอยู่เนิ่นนาน เขาไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ต่อคนที่เพียงอยู่ระดับกลางของขั้นที่สองได้! นอกจากนี้ จู่ๆเซียวอวี๋ก็กลายมาเป็นผู้ใช้มนตราอีก!

มันเกินความคาดหมายของเขาไปมาก บุตรชายเหลวแหลกจะกลายเป็นอัจฉริยะไปได้อย่างไร?

หากว่าเขาเป็นบุตรชายที่เหลวแหลกจริงๆ เช่นนั้นเขาก็ไม่สมควรที่จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้! ดูเหมือนว่าข่าวลือจะผิดทั้งหมด!

"คาเมลอน ข้าเชื่อว่าเจ้าจะไม่กลืนคำพูดตัวเองหลังจากที่พ่ายแพ้แล้ว!" หลินอ้าวเทียนเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุดในหมู่คนที่ยืนอยู่ที่นี่ เขยขวัยของเขาเป็นอัจฉริยะหนุ่มที่มากพรสวรรค์!

"ไม่! ไม่! ข้าจะแพ้ไม่ได้! มู่เสวี่ย! แม้ว่าเขาจะเป็นผู้บ่มเพาะสองสายแล้วอย่างไร? มันจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้? ดินแดนไลอ้อนกำลังเสื่อมโทรม! พวกเขาสามารถเทียบได้กับตระกูลของข้าหรือ? เขาสามารถมอบแหวนมิติให้เจ้าได้หรือ? เขาจะมีปัญญาหาชุดคลุมเช่นข้ามาได้อย่างไร? เขาใช่มั่งคั่งและทรงอำนาจหรือ!?" คาเมลอนตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง

คาเมลอนทราบดี ตามข้อตกลงแล้วเขาไม่อาจเข้าใกล้มู่เสวี่ยได้อีกต่อไป ทว่าหัวใจของเขาไม่ปรารถนาที่จะทำเช่นนั้น

นอกจากนี้ยังมีคนช่วยเหลือเขาและระบุเวลาที่แน่นอนในการมาของเซียวอวี๋ให้กับเขา เขาทราบว่าภายในตระกูลหลินมีผู้คนที่ยกย่องเทิดทูนเขาเพราะเขาเป็นบุตรชายของลอร์ดแห่งดินแดนไรอัน เขายังคงมีโอกาศอยู่

เซียวอวี๋หันไปหามู่เสวี่ย "มู่เสวี่ย ข้าไม่ได้นำของขวัญติดตัวมามากมายนัก แต่นี่คือแหวนมิติ 5 วง ดินแดนของข้ายากจนอย่างมาก ดังนั้นตอนนี้ข้าจึงไม่มีสิ่งของล้ำค่ามามอบให้เจ้า อา...ข้ายังมีเกราะเก่าๆในตำนานจากยุคโบราณสำหรับผู้ใช้มนตราอยู่ ของพวกนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ข้าจะมอบให้เจ้าได้ในตอนนี้แล้ว....หลังจากที่เจ้าแข็งแกร่งขึ้น เจ้าจะได้รับสิ่งที่ดียิ่งกว่านี้...."