ตอนที่ 292

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ไม่คาดคิดว่าเคลลี่จะเลือกกลับไปกับเขา ดูเหมือนว่าหญิงสาวนางนี้จะมีความเทิดทูนบูชาคาเอลธาสอย่างแท้จริง เซียวอวี๋รู้ว่ามันไม่ใช่เพราะเสน่ห์ของเขาที่ทำให้เคลลี่ตัดสินใจเช่นนั้น สำหรับพวกตระกูลเคเนดี้แล้ว เซียวอวี๋ต้องรีบกลับไปยังดินแดนไลอ้อนโดยเร็วที่สุดเพื่อเตรียมพร้อมรับการโจมตี ศัตรูคราวนี้ไม่อาจประมาทเลินเล่อได้

นอกจากนี้แล้ว เป้าหมายของอีกฝ่ายไม่ใช่การล้างแค้น หากแต่เป็นเหล่านักรบอัญเชิญของเขา ดังนั้นพวกมันย่อมต้องทุ่มกำลังออกมาอย่างแน่นอน ดินแดนไลอ้อนจะเผชิญหน้ากับการทดสอบที่ท้าทายอย่างมาก

หลังจากนั้นเซียวอวี๋ก็กลับมาที่เมืองฮัวเหลียน โถวปาหงได้ออกมาคอยรับเซียวอวี๋ด้วยตนเองทันที อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของเซียวอวี๋ได้เปลี่ยนเป็นเหยเก

"เกิดอะไรขึ้น? ไม่ราบรื่นหรือ?" โถวปาหงทราบว่ามันจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น มิเช่นนั้นเซียวอวี๋คงไม่แสดงท่าทีแบบนี้ออกมา

เซียวอวี๋ยิ้มเฝื่อน "เกรงว่าข้าจะต้องแยกตัวไปสักพัก"

ใบหน้าของโถวปาหงพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "มีอะไรเกิดขึ้นที่ดินแดนของเจ้างั้นหรือ?"

เซียวอวี๋พยักหน้า "มีศัตรูที่เข้มแข็งกำลังจะโจมตีดินแดนของข้า...ข้าต้องกลับไปเตรียมรับมือ"

โถวปาหงผงกศีรษะ "นั่นเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว ดินแดนไลอ้อนคือแผ่นดินของเจ้า...จะไม่มีทั้งเจ้าและข้าหากว่าเจ้าต้องสูญเสียดินแดนนั้นไป"

เซียวอวี๋กล่าวต่อ "ข้าจะทิ้งนักรบไว้ช่วยเหลือเจ้าในการต่อสู้...ตอนนี้ข้าค้องไปแล้ว ดังนั้นทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับเจ้า...ข้าเชื่อว่าเจ้าจะได้เป็นจักรพรรดิที่ยอดเยี่ยมที่สุดของจักรวรรดิเมฆาตะวันตก! เจ้าต้องยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเอง"

โถวปาหงหัวเราะกล่าวว่า "เจ้ากำลังพูดอะไรกับใครหรือสหาย? เจ้ากำลังดูถูกข้า? คิดว่าข้าไม่อาจกำจัดโถวปากุ้ยได้โดยไม่มีเจ้างั้นหรือ? ข้าสามารถทุบตีมันได้อย่างแน่นอน!"

เซียวอวี๋อมยิ้ม "ข้าเชื่อเจ้า"

เซียวอวี๋ได้ทิ้งคำแนะนำบางอย่างและดาบเหล็กกล้าโลหิตสามร้อยเล่มเอาไว้ให้โถวปาหง นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังทิ้งออร์คหนึ่งพันตนและโอนีลเอาไว้ ราอูลและนัรบฮิฟโปกริฟหนึ่งร้อยนายก็จะอยู่ที่เมืองฮัวเหลียนเช่นกัน ยังมียักษ์ศิลาห้าสิบตน อสูรโคโด วิชดอกเตอร์และชาแมน

ไรเดอร์ทั้งหกร้อยตนก็ไม่ได้ติดตามเซียวอวี๋กลับไปเนื่องเพราะพวกเขาไม่ได้มีบทบาทในการป้องกันดินแดนไลอ้อนมากนัก

เซียวอวี๋นำกองกำลังที่เหลือกลับไปยังดินแดนไลอ้อนเพื่อเตรียมรับมือกับการโจมตีของตระกูลเคเนดี้ นอกจากนี้เขายังทิ้งบาริสต้าและเครื่องยิงหินทั้งหมดเอาไว้และนำไปเพียงเครื่องยิงจู่โจมและเครื่องยิงทำลาย เขาเชื่อว่าตระกูลเคเนดี้จะต้องพากองทัพและเครื่องมือโจมตีมามากมาย ซึ่งเครื่องยิงจู่โจมและเครื่องยิงทำลายนั้นจะมีบทบาทสำคัญอย่างมาก

เซียวอวี๋ได้ทิ้งกองกำลังจำนวนมากไว้ให้โถวปาหงก็เพราะว่าต้องการให้โถวปาหงรับการโจมตีจากโถวปากุ้ยเอาไว้ มิเช่นนั้นหากโถวปากุ้ยสามารถทำลายกองทัพของโถวปาหงได้อย่างง่าย เซียวอวี๋ก็จะต้องรับศึกจากสองด้าน

ขุมกำลังลึกลับที่คอยหนุนหลังโถวปากุ้ยอยู่จะต้องกลับมาอย่างแน่นอน ทั้งยังแข็งแกร่งกว่าเก่า นี่จะเป็นการทดสอบของโถวปาหงด้วยเช่นกัน ดังนั้นเซียวอวี๋จึงได้ทิ้งกำลังทหารเอาไว้คอยช่วยแบ่งเบาความกดดันให้กับโถวปาหง

หลังจากเร่งสะสางเรื่องราวต่างๆแล้ว เซียวอวี๋ได้เร่งออกจากเมืองฮัวเหลียนเพื่อกลับไปยังดินแดนไลอ้อน นอกจากนี้เขายังพาพวกก๊อบลินมากกว่าหนึ่งหมื่นตนกลับไปด้วย เซียวอวี๋รู้ดีว่าก๊อบลินเหล่านี้จะมีส่วนใการพัฒนาดินแดนไลอ้อนอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงต้องรีบพาพวกมันกลับไปฝึกฝน

โถวปาหงคิดว่ามันแปลกที่เซียวอวี๋ก๊อบลินกลับไปด้วยมากมายเช่นนั้น หากแต่เขาก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา

..................................

..................................

หลังจากเดินทางอยู่ยี่สิบกว่าวัน พวกเขาก็มาถึงดินแดนไลอ้อน กำแพงเมืองอันสูงตระหง่านที่ราวกับไม่อาจพังทลาย ได้ปรากฏขึ้นที่สุดสายตา ทว่าพวกมันจะสามารถรับมือการโจมตีจากตระกูลเคเนดี้ได้จริงๆหรือ? ตระกูลเคเนดี้มีผู้ใช้มนตราอยู่มากมาย ทั้งเมืองจะสามารถยืนหยัดต้านทานกองทัพผู้ใช้มนตราขั้นที่ห้าได้งั้นหรือ?

เหล่าฮีโร่ของเขายังมีระดับที่ไม่สูงนักในตอนนี้ ซึ่งเหล่าผู้เชี่ยวชาญของอีกฝ่ายก็อาจจะฆ่าพวกเขาได้ ดังนั้นเซียวอวี๋จึงต้องเตรียมการรับมือให้ดีที่สุด ทั่วทั้งเมืองไลอ้อนพลันปั่นป่วนทันทีที่ผู้คนมองเห็นว่าเซียวอวี๋กลับมาแล้ว การปฏิรูปของเซียวอวี๋ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงต่อชีวิตของประชาชน ดังนั้นพวกเขาส่วนใหญ่จึงชื่นชมเซียวอวี๋อย่างมาก แม้ว่านโยบายด้านภาษีจะมีความซับซ้อนมากกว่าเดิม หากแต่มันก็ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้น

อะไรคือสิ่งที่คนทั่วไปในยุคนี้ต้องการน่ะหรือ?

นั่นก็คือการมีอาหารให้กินจนอิ่มท้องเอง ผู้ที่ทำให้พวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็จะได้รับการสนับสนุนจากพวกเขา นโยบายของเซียวอวี๋นั้นทำให้ผู้คนได้มองเห็นความหวัง ความหวังที่ในอนาคต ลูกหลานของพวกเขาจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ความหวังนี้ไม่เลือนหายไป

นอกจากนี้ เหล่าชายฉกรรจ์ในดินแดนไลอ้อนต่างก็ต้องการจะเข้าร่วมกับกองทัพ พวกเขาเชื่อว่าการได้รับใช้กองทัพนับว่าเป็นเกียรติอันสูงส่ง

หลังจากกลับมาถึง เซียวอวี๋ก็สอบถามสถานการณ์ของดินแดนในช่วงที่ผ่านมา หลังจากนั้นเขาก็ส่งคนไปช่วยพวกก๊อบลินตั้งถิ่นฐาน สุดท้ายเขาก็เรียกรวมผู้คนที่จวนเจ้าเมืองเพื่อบอกว่าตระกูลเคเนดี้กำลังจะมาโจมตีดินแดน

ทุกคนต่างนิ่งเงียบไปเมื่อได้ยินข่าวนี้

พวกเขาย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงของตระกูลเคเนดี้มาก่อน ซึ่งพ่อบ้านหงส์นั้นรู้เรื่องราวของพวกเขาดียิ่งกว่าใคร

พ่อบ้านหงส์ลุกขึ้นและถอนหายใจ "ข้าได้ติดตามท่านลอร์ดคนเก่ามาหลายปีและตอนนี้ก็เป็นนายน้อย...ชีวิตข้าคงเหลือไม่มากนัก...ข้าไม่สนใจว่าจะเป็นตระกูลใด ดินแดนไลอ้อนคือบ้านของข้าและข้ายินดีที่จะกลบฝังอยู่ที่นี่"

หัวหน้าทหารฮุ่ยเองก็ลุกขึ้นยืน "ข้าคือกระบี่! ร่างกายของข้าห่อหุ้มด้วยชุดเกราะ ชีวิตของข้าอยู่ภายในสนาบรบ! อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด!"

มู่หลี่หัวเราะออกมา "ความปรารถนาสูงสุดของข้าตั้งแต่วัยเด็กก็คือการได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการและออกไปทำศึกกับศัตรู...รัฐเว่ยนั้นช่างจืดชืดนัก ดังนั้นข้าจึงไม่อาจแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่...ตอนนี้โอกาสของข้าได้มาถึงแล้ว ข้าจะไม่ยอมเสียมันไป! ให้พวกมันมา! ข้าจะสู้ตราบจนเลือดหยดสุดท้าย!"

เซียวอวี๋พอใจอย่างมากหลังได้ยินการแสดงออกของพวกเขา อย่างน้อยที่สุดก็ไม่มีใครคิดจะทอดทิ้งเขาไปในช่วงเวลานี้

"พวกเจ้านี่นะ พูดเหมือนว่าเราได้พ่ายแพ้ไปแล้วเสียอย่างนั้น...ฮ่าฮ่า...พวกเราจะทำให้พวกมันต้องแบกศพของสหายกลับไป...แม้ว่าพวกมันจะแข็งแกร่ง แต่ข้าเองก็ยังไม่ได้แสดงพลังอย่างเต็มที่เช่นกัน ในเมื่อพวกมันกล้าที่จะมารุกรานเรา เช่นนั้นก็ให้พวกมันมา! แต่พวกมันจะไม่ได้กลับไป! ไม่ว่าพวกมันจะเข้มแข็งสักเพียงใด พวกมันก็ต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่!"

เซียวอวี๋ค่อยๆแจกจ่ายงานให้กับผู้คนให้ห้อง จกานั้นจึงออกจากเมืองเพื่อไปยังฐานทัพในเขา เขากระเหี้ยนกระหือรือที่จะอัญเชิญนักรบชุดใหม่ออกมาอย่างมาก