ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
"พวกมันมาแล้วหรือ?" เซียวอวี๋ที่นั่งอยู่ภายในห้องโถงถามขึ้นขณะฟังรายงานจากลีอาและเมอีฟ
"มาแล้ว...อีกไม่นานพวกมันจะมาสมทบกับกองทัพตระกูลเคเนดี้ กองทัพเคเนดี้ค่อนข้างอ่อนแอเพราะถูกพวกอันเดดเข้าโจมตี แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกมันจะมีวิธีรับมือกับพวกอันเดดแล้ว...ข้าคิดว่ามันคงเป็นเรื่องยากที่จะต้านทานหากพวกมันทั้งสองรวมกำลังกัน" ลีอากล่าวด้วยใบหน้าที่หมองคล้ำ
เซียวอวี๋ยังมีท่าทีเรียบเฉย กระนั้นเขากลับมีแผนการรับมือในกรณีนี้เอาไว้แล้ว ชื่อเสียงของกองทัพจะขจรขจายไปไกลหากเขาสามารถต้านทานการโจมตีจากทัพผสมของตระกูลเคเนดี้และศาสนจักรได้
เขาจะสามารถถือโอกาสนั้นแผ่ขยายดินแดนโดยการกลืนกินดินแดนข้างเคียงเช่น รัฐเว่ยและสถาปนารัฐ มิเช่นนั้นดินแดนไลอ้อนคงกลายเป็นซากปรักหักพัง นอกจากนี้นี่ยังไม่ไม่เรื่องที่เกี่ยวพันเพียงศาสนจักรหรือตระกูลเคเนดี้ แต่มันยังมีนิโคลัสที่ซ่อนอยู่แฝงในเงามืดอีก ดังนั้นเขาจึงไม่มีตัวเลือกอื่นใดนอกจากต้องคว้าชัยชนะมาให้ได้
"ลีอา เจ้าอยู่กับข้ามานานเท่าใดแล้ว? เจ้าเคยเห็นข้าพ่ายแพ้หรือ?" เซียวอวี๋คลี่ยิ้ม
ตอนนี้ภายในห้องโถงไม่ได้มีเพียงพวกเขาทั้งสาม เมื่อไม่นานมานี้มีคนไม่น้อยที่ได้รับการแต่งและเลื่อนยศ บางคนได้รับการเลื่อนขั้นจากหลี่มู่ บางคนได้รับการเลื่อนขั้นจากเซียวอวี๋โดยตรง ทุกคนต่างผงกศีรษะเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวอวี๋ เป็นความจริงที่เซียวอวี๋ไม่เคยทำศึกพ่ายแพ้ เขาสามารถพลิกสถานการณ์ของสงครามได้ร่ำไป ดังนั้นทุกคนจึงเชื่อว่าเซียวอวี๋มีแผนการอยู่ก่อนแล้ว!
ขวัญกำลังใจ! ขวัญกำลังใจของไพร่พลไม่อาจถูกทำลายได้เด็ดขาด นั่นคือคติประจำใจของเซียวอวี๋
"เช่นนั้นจงเตรียมตัว! พวกศาสนจักรออกเดินทางหลายวันแล้ว มันคงเป็นเป็นการเสียมารยาทหากไม่มอบของขวัญแรกพบหน้า" เซียวอวี๋พึมพำพลางหรี่ตาลง
..........................
..........................
"เซอร์เคด? ไฉนท่านพาลาดินเฮเยสจึงไม่กลับมา?" โรเบิร์ตรู้สึกว่าสถานการณ์มันแปลกอย่างมากที่ศาสนจักรส่งเคดมานำทัพแทนที่จะเป็นเฮเยส เฮเยสเคยเดินทางมาที่นี่และยังล่วงรู้สถานการณ์ ไฉนจึงไม่ส่งคนที่คุ้นเคยกับสถานการณ์มา?
เคดยิ้ม "ท่านพาลาดินเฮเยสได้รับการเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าราชองค์รักษ์ประจำพระองค์ ด้วยเหตุนั้นข้าจึงถูกส่งมาแทน ท่านโรเบิร์ต จากท่าทางของท่านแล้ว
ดูเหมือนท่านจะผ่านความลำบากมามาก.."
โรเบิร์ตตอบกลับ "ท่านพาลาดินเคด ข้าเชื่อว่าท่านเองก็คงมีสภาพไม่ต่างกันหากถูกพวกอันเดดโจมตี ข้าทราบว่าเวทแห่งแสงเป็นดาวข่มของพวกอันเดด แต่ท่านก็ยังไม่อาจสังหารพวกมันได้ในการโจมตีเดียว...นอกจากนั้นหากว่าท่านไม่สามารถ ตัวท่านก้จะกลายเป็นอันเดดเสียเอง! ท่าจะเข้าร่วมการรบด้วยตนเองหรือไม่หากกองกำลังของท่านเพลี่ยงพล้ำ?"
ไม่นานมานี้ดรเบิร์ตได้ออกคำสั่งให้ประหารไพร่พลกว่าหมื่นคนที่ติดเชื้อจากการโจมตีของพวกอันเดด เป็นที่ทราบกันดีว่าหากสิ่งมีชีวิตถูกพวกอันเดดกัดหรือข่วนไม่นานก็จะกลายเป็นอันเดดเช่นกัน
วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับสถานการณ์นี้คือ สังหารพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะตายและกลายเป็นอันเดดไป อย่างไรก็ตาม ขณะที่คนเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะไม่แสดงอาการออกมา นับเป็นการทรมาณจิตใจอย่างมากที่พวกทหารจำต้องลงมือกับสหายที่คุ้นเคย นี่คล้ายกับการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีความผิด
นี่เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในสงครามศักดิ์สิทธิ์เมื่อครั้งโบราณ พวกทหารต้องจำใจลงมือกับสหายที่ติดเชื้อจากพวกอันเดด โศกนาฏกรรมครั้งนั้นนำไปสู่เรื่องราวอันน่าเศร้าของอาร์ทัส เขาต้องทนดูกองทัพของเขาอัตวินิบาตกรรมจนทำให้เขาสูญเสียจิตใจไป เขาได้สัตย์สาบานว่าจะล้างแค้นให้กับคนเหล่านั้น เหตุการณณ์ครั้งนั้นได้เคี่ยวกรำและทรมาณจิตใจของเขาจนตกต่ำ
เคดตอบรับอย่างเฉยเมย "ข้าจะชำระล้างพวกมันด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ของข้า!"
โรเบิร์ตแค่นเสียงแต่ไม่ได้กล่าวาจาอีก เขาทราบว่าเคดได้นำกำลังมาช่วยเหลือเขา ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะปะทะคารมกับบุรุษผู้นี้
โรเบิร์ตทราบว่าเคดไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเลย! กองทัพของโรเบิร์ตเคยเผชิญหน้ากับพวกอันเดดมาก่อน พวกเขาเคยต่อกรกับพวกอันเดดในนครใต้พิภพที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าอันเดดกลุ่มนี้ กระนั้นพวกอันเดดในนั้นไม่ได้มีระบบระเบียบ แต่อันเดดพวกนี้มันจัดกระบวนทัพมา! กองทัพที่เต็มไปด้วยระบบระเบียบ!
โรเบิร์ตนำเคดไปยังกระโจมของเขาก่อนที่ทั้งสองจะนั่งลง ไม่มีผู้ใดต้องการเปิดบทสนทนา พวกเขาได้แต่รอให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายพูดก่อน จากนั้นตนจึงค่อยเป็นฝ่ายตักตวงผลประโยชน์ แต่พวกเขาก็ทราบว่าความร่วมมือคงเกิดขึ้นไม่ได้ หากว่าการเจรจาสิ้นสุดลงในลักษณะนี้
"พวกออร์ค เอลฟ์และอื่นๆจะเป็นของท่านหากว่าเมืองไลอ้อนถูกตีแตก...แต่นั่นมีเงื่อนไขอยู่" เคดเป็นฝ่ายเริ่มเปิดฉากเจรจา
"โอ้? เป็นเงื่อนไขแบบใด?" โรเบิร์ตค่อนข้างประหลาดใจเมื่อได้ยินว่าศาสนจักรไม่ได้สนใจในเผ่าพันธุ์เหล่านั้น
เคดจึงกล่าวต่อไปว่า "ข้าทราบว่าท่านมีนักรบมือดีอยู่มากมาย...ข้าเองก็ได้นำพาลาดินขั้นที่ห้ามาสองคน ข้าหวังว่าพวกเราจะร่วมมือกันและจับกุมอูเธอร์ตัวปลอมมา! พวกเราจะนำเขากลับไปยังศาสนจักรและกำจัดเขาที่นั่นเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของศาสนจักร!"
"อูเธอร์ตัวปลอมงั้นหรือ...หากอูเธอร์ที่ข้างกายเซียวอวี๋เป็นตัวปลอม เช่นนั้นอูเธอร์ของพวกท่านเล่า?" โรเบิร์ตกล่าวแดกดัน
เคดลึกตบโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นยืนทันที "โรเบิร์ต! แม้ว่าเจ้าอาจจะไม่ศรัทธาในเทพแห่งแสง แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้เคารพท่านอูเธอร์ แต่การกล่าววาจาหมิ่นเกียรติท่านอูเธอร์นั้น เจ้าจะต้องจ่ายค่าตอบแทน! พวกเราจะถล่มค่ายบัดซบนี่ให้ราบเป็นหน้ากลองก่อนที่เจ้าจะทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำ!"
โรเบิร์ตแสยะยิ้มแต่ไม่ได้กล่าววาจาอีกเมื่อได้เห็นการตอบสนองของเคด ถึงโรเบิร์ตจะเจ้าสำราญ แต่เขารู้ว่าพวกสาวกของศาสนจักรล้วนแต่เป็นพวกคลั่งศาสนา! ปัญหาจะเกิดขึ้นหากเขากล่าววาจาดูหมิ่นเทพของพวกเขา
โรเบิร์ตโบกมือ "เอาเถอะ ข้าให้สัญญา...ยังมีสิ่งอื่นที่ท่านต้องการนอกจากอูเธอร์ตัวปลอมหรือไม่?"
เคดกล่าวเสริม "ว่ากันว่าภายในเมืองไลอ้อนมีสมบัติอยู่มากมายก่ายกอง ครึ่งหนึ่งจะเป็นของศาสนจักร!"
"ไม่มีปัญหา...เป้าหมายส่วนใหญ่ของข้าคือ กองกำลังต่างเผ่า...ข้าคิดว่าข้อตกลงของพวกเราคงเป็นไปด้วยดี" โรเบิร์ตยิ้มออกมาพลางหรี่ตามองเคด
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved