ตอนที่ 339

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ทราบว่าพาลาดินขั้นที่ห้าเพียงหนึ่งคนก็เทียบได้กับกองทัพหนึ่งพันคน ผู้ที่มาถึงขั้นที่ห้าได้ย่อมเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเสรี เซียวอวี๋สามารถกำจัดคนเช่นนั้นได้ด้วยผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าหรือกองทัพกริฟฟ่อน แต่ตอนนี้เซียวอวี๋ต้องการจะดูว่าพวกอันเดดจะรับมือกับมัลเรย์ได้อย่างไร เป็นโอกาสอันดีที่จะได้รับทราบความร้ายกาจของพาลาดินขั้นที่ห้าเพื่อหาทางจัดการได้ง่ายขึ้นในอนาคต

อาร์ทัสมีระดับอยู่ที่ 36 แต่ก็มีพลังมากกว่านักรบขั้นที่สี่ ผู้ฝึกยุทธ์ชาวมนุษย์ขั้นที่สี่หรือพาลาดินขั้นที่สี่ย่อมไม่อาจต่อกรกับเขา อาร์ทัสสามารถรับมือกับขั้นที่สี่พร้อมกันหลายคนได้ หากแต่นักรบขั้นที่ห้าถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เซียวอวี๋สั่งให้อาร์ทัสเริ่มตอบโต้ อาร์ทัสจึงตะโกนออกมา เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งค่าย พวกอันเดดต่างเงยหน้าขึ้นก่อนจะคำรามออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่ออาร์ทัสจะออกนำทัพด้วยตนเอง

"ฆ่า!" อาร์ทัสกล่าวออกมาคำเดียวก่อนจะพุ่งเข้าหาเมอเรย์ เป็นเรื่องยากที่อาร์ทัสจะลงจากหลังอาชา ซึ่งในครั้งนี้เขาก็ขี่อาชาอเวจีเช่นทุกครั้ง

แววตาของเมอรเรย์ไหววูบเมื่อเห็นอาร์ทัส เขาสามารถบอกได้ทันทีว่าอาร์ทัสเป็นผู้นำของเหล่าอันเดด ถ้าหากผู้นำตกตายไป เหล่าสมุนบริวารก็จะแตกพ่าย ดังนั้นเขาจึงตื่นเต้นขึ้นเช่นกัน เขากระชับดาบมั่นและพุ่งเข้าหาอาร์ทัส

เปรี้ยงงงง!

แรงระเบิดมหาศาลปะทุออกมายามที่ดาบหนักของเมอเรย์และฟรอสต์มัวร์ของอาร์ทัสปะทะกัน ทั้งอาร์ทัสและอาชาของเขาถูกผลักถอยไป แต่เขาก็บังคับอาชาพุ่งเข้าหาเมอเรย์อีกครั้ง อาร์ทัสได้สวมใส่เกราะเซ็ตที-สาม ดังนั้นจึงไม่บาดเจ็บร้ายแรงอะไร กระนั้นอาร์ทัสก็ทราบดีว่าตัวเขาในตอนนี้ยังไม่อาจต่อสู้ตัวต่อตัวกับเมอเรย์ได้

"ข้าคือเมอเรย์! พวกนอกรีตที่ลำเมิดคำสอนของศาสนจักรถือเป็นศัตรูของพวกเรา พวกมันจะต้องถูกกวาดล้าง! พวกอันเดดเอ๋ย ถึงเวลาตายของพวกเจ้าแล้ว!" เมอรเย์กล่าวพลางมองอาร์ทัสอย่างไร้อารมณ์

อาร์ทัสไม่ได้ตอบสนองกับคำพูดของเมอเรย์เขายกฟรอสต์มัวร์ที่เปล่งแสงสีฟ้าขึ้น ก่อนจะพุ่งเข้าหาเมอเรย์

อ๊ากกกกกก

กรั่กๆๆ

เสียงกระดูกเสียดสีกันดังขึ้นเมื่อนักรบโครงกระดูกนัับไม่ถ้วนฟื้นกลับมาจากความตาย พวกมันผุดขึ้นจากพื้นดินและคว้าขาของเมอเรย์เอาไว้

อาร์ทัสมีข้อได้เปรียบที่สามารถควบคุมนักรบโครงกระดูกได้มากมาย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เมอเรย์ไม่ล่วงรู้

ฟุบ ฟุบ

อาร์ทัสเริ่มใช้ทักษะต่างๆออกมาเมื่อเขาอยู่ห่างจากเมอเรย์ราวสิบเมตร ในฐานะเดธไนท์แล้ว เขาสามารถใช้ทักษะได้หลายชนิด ร่างกายของเมอเรย์ถูกปกคลุมไปด้วยเวทมนตร์อันชั่วร้ายทุกชนิด แม้ว่าร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สีทอง แต่เวทมนตร์ชั่วร้ายเหล่านี้ก็เริ่มชอนไชข้าไปในร่างกายของเขา จนรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา

"ชำระ!" เมอเรย์ตะโกนออกมาขณะที่ทักษะของพาลาดินเริ่มเข้าสลายเวทมนตร์อันชั่วร้าย กระนั้นเขาก็ยังคงถูกพวกโครงกระดูกพัวพันและจำกัดการเคลื่อนไหวเอาไว้ เกราะที่เมอเรย์สวมใส่อยู่เ็นเกราะที่ทรงพลัง พวกโครงกระดูกไม่อาจทำอย่างไรต่อเขา กระนั้นมันก็ยังทำให้เขาเคลื่อนไหวไม่สะดวก

ย๊ากกกกก

เมอเรย์กู่ร้องขณะที่แสงสีทองเปล่งออกมาจากภายในร่างกายของเขา ตอนนั้นเอง เคลธูซาดก็ใช้เวทมนตร์ช่วยเหลืออาร์ทัส

"รนหาที่ตาย!" เมอเรย์เดือดดาลเมื่อการโจมตีจำนวนมากมุ่งเป้ามาที่เขา

พลังแห่งแสงมากมายในร่างของเมอเรย์พลันระเบิดออกมา วินาทีถัดมาพวกโครงกระดูกที่กลุ้มรุมเขาอยู่ก็สลายเป็นเถ้าถ่าน

"แข็งแกร่งจริงๆ" เซียวอวี๋พึมพำขณะมองดูจากระยะไกล พาลาดินขั้นที่ห้าย่อมไม่อาจล้อเล่น อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ทราบว่าเมอเรย์ต้องการจะจบการต่อสู้นี้โดยเร็วที่สุดเพราะพลังของเขาเป็นสิ่งที่มีค่ามาก

เมอเรย์ยกดาบขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าหาอาร์ทัสอีกครั้ง ดาบหนักของเมอเรย์มีขนาดใหญ่กว่าฟรอสต์มัวร์ถึงสองเท่า คล้ายกับว่ามันกระทั่งสามารถสร้างบาดแผลให้กับมังกรได้ ทว่าตอนนั้นพื้นดินก็เกิดสั่นสะเทือนขึ้นก่อนที่ร่างร่างหนึ่งจะโผล่ออกมา ขณะเดียวกันก็มีตั๊กกะแตนตัวเต็มวัยจำนวนมากบินขึ้นมาจากหลุม มันคือ อานูบอารัก! อาร์ทัสได้สั่งให้มันซ่อนตัวอยู่ใต้ดินเพื่อรอจังหวะโจมตีเข้ามาของเมอเรย์

เมอเรย์ที่ถูกฝูงแมลงขนาดเล็กจำนวนมากเข้าโจมตีก็ชะงักไปครู่หนึ่ง หน้าที่หลักของอานูบอารักคือการใช้พิษทำให้เมอเรย์อ่อนแอลง

เมอเรย์นั้นแข็งแกร่งมาก แม้จะถูกโจมตีเข้าที่หัวก็ยังไม่อาจทำให้เขาหมดสติ หากแต่การโจมตีของอานูบอารักนั้นสามารถ ฝูงตั๊กแตนและแมลงบางตัวชอนไชเข้าไปในเกราะของเมอเรย์และเริ่มกัดตามร่างกายของเขา

อาร์ทัสเกือบจะมาถึงตำแหน่งของเมอเรย์ ขณะที่เคลธูซาดได้ใช้เวทน้ำแข็งโจมตีเข้าใส่เมอเรย์

เคร้งงงงง

อาร์ทัสตวัดดาบลงมา ซึ่งเมอเรย์ก็สามารถยกดาบหนักขึ้นสกัด กระนั้นก็ยังทำให้เขารู้สึกวิงเวียนศีรษะ นอกจากนี้การโจมตีของเคลธูซาดยังทำให้เขายากที่จะขยับเคลื่อนไหว เมอเรย์รู้สึกได้ว่าโลหิตภายในร่างกายของเขาไหลเวียนช้าลง

ฮีโร่เผ่าอันเดดทั้งสามร่วมมือกันจัดการพาลาดินขั้นที่ห้า นี่เป็นกลยุทธ์อัน "เรียบง่าย" แต่ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าเมอเรย์ไม่ได้แข็งแกร่งจนไร้เทียมทาน

"พวกเจ้าทำให้ข้ามีโทสะ!" เมอเรย์เดือดดาลขณะที่มีเพลิงสีทองเข้าห่อหุ้มร่างกายของเขา เหล่าทหารโครงกระดูกที่วิ่งเข้าหามาต่างกลายเป็นขี้เถ้าเมื่อพวกมันสัมผัสกับเปลวเพลิง เพลิงนี้คล้ายมีผลกับพวกอันเดดเป็นพิเศษ อาร์ทัสทราบว่าสถานการณ์เริ่มลำบากขึ้นอีกหน เขาสั่งให้อาชาของเขาถอยกลับ ขณะที่อานูบอารักดำดินหลบหนี เคลธูซาดเองก็หายตัวไป

ตูมมมมมม

ลำแสงมรกตจากท้องนภาพุ่งเข้าใส่เมอเรย์ มันคือ รูปปั้นอ๊อบซิเดี้ยนที่ตอนนี้เปลี่ยนร่างเป็นผู้ทำลายล้าง อาร์ทัสไม่ได้ส่งพวกการ์กอยไปโจมตีเพราะทราบว่าพวกมันจะกลายเป็นเถ้าถ่านหากสัมผัสถูกเพลิงสีทองของเมอเรย์

ไอ้พวกบัดซบ!

เมอเรย์แทบจะคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นว่าอาร์ทัสถอยห่างไปแล้ว เขามองเห็นผู้ทำลายล้างอีกตัวหนึ่งกำลังเข้ามาแลกชีวิตกับเขา ดาบหนักในมือถูกตวัดออกและสังหารผู้ทำลายล้างที่อยู่กลางอากาศไป