ตอนที่ 170

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"ท่านอาจารย์อัลม่า มันคือเมืองอะไรที่ปรากฏอยู่บนแผนที่นั่น?" เซียวอวี๋พูยคุยกับเหล่าอาจารย์ของสถาบันเวทมนตร์ในยามกลางวันเพื่อผูกมิตรและเพื่อสร้างสายสัมพันธ์กับพวกเขา เขาเชื่อว่ามันจะส่งผลดีต่ออนาคต เขาทราบว่าผู้ใช้มนตรานั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้ เซียวอวี๋รู้สึกรังเกียจและรำคาญพวกเขาเนื่องเพราะคนเหล่านี้มักดูถูกดูแคลนคนกลุ่มอื่น

ทว่าพลังของพวกเขาก็นับว่ายอดเยี่ยมและเปรียบได้ดังกับปืนใหญ่ ประเทศจีนจะถูกประเทศญี่ปุ่นไล่ต้อนหรือไม่หากว่าในตอนนั้นมีปืนใหญ่ทรงอำนาจอยู่? สงครามในภูมิภาคยุโรปได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้วว่าเหล่าทหารราบไม่อาจต้านทานอานุภาพของปืนใหญ่ได้ ในกรณีนั้น ประเทศจีนซึ่งได้ต่อต้านการรุกรานจากญี่ปุ่นอย่างไม่ย่อท้อนับเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่

สงครามและการศึกของเซียวอวี๋นั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นการศึกกับพวกโจร ซึ่งเขาก็ยังไม่เคยเผชิญกับสงครามขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้มนตราจำนวนมากเข้าร่วม เขาจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้มนตราจำนวนมากเมื่อเขาทำสงครามกับดินแดนหรือรัฐขนาดใหญ่ ดังนั้นเซียวอวี๋จึงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับบรรดาอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นของหลินมู่เสวี่ย

เขาได้มอบแหวนมิติเป็นของขวัญตอบแทนที่คอย 'ดูแล' หลินมู่เสวี่ยมาตลอดหลายปี เหล่าอาจารย์รู้สึกเกรงใจและต้องการจะปฏิเสธเนื่องเพราะมันเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างมาก อาจารย์อัลม่านั้นมีแหวนมิติอยู่แล้วหนึ่งวง ทว่าเขาก็ต้องใช้จ่ายออกไปมากโขเพื่อมัน อีกทั้งขนาดพื้นที่จัดเก็บของมันยังมีจำกัด

แหวนมิติที่มีพื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่นั้นนับว่าหาได้ยากยิ่งในทวีปแห่งนี้ ท้ายที่สุด บรรดาอาจารย์ทุกคนก็ยิ้มรับแวนมิติเอาไว้และรับปากเซียวอวี๋ว่าจะไปเยี่ยมที่เมืองไลอ้อนยามที่เซียวอวี๋ออกปากเชิญพวกเขา

เซียวอวี๋มองเรื่องราวออกอยู่ก่อนแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะดึงตัวพวกเขามาเข้าร่วมภายใต้การลงมือเพียงครั้งเดียว ถึงกระนั้นเขาก็ยังเรียกใช้ผู้ใช้มนตราเหล่านี้ได้ในอนาคต บรรดาศิษย์ต่างรู้สึกอิจฉาหลินมู่เสวี่ย โดยเฉพาะเหล่าหญิงสาวที่ไม่อาจมีคู่หมั้นเฉกเช่นเซียวอวี๋

เซียวอวี๋นั้นจัดการดูแลเอาใจใส่หลินมู่เสวี่ยทุกอย่าง ในยามเย็นเขายังทำบาร์บีคิวแบบพิเศษให้กับนาง วิธีการทำบาร์บีคิวแบบนี้ถูกนำมาจากโลกเก่าของ เซียวอวี๋ เขาและเพื่อนนักศึกษาจากหอพักมักจะแวะไปที่ร้านอาหารเพื่อทานอาหารปิ้งย่างก่อนที่จะเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งเขาก็จดจำเมนูมาจากที่นั่น นอกจากนี้ ผู้คนของโลกใบนี้นั้นไม่รู้จักการทานบาร์บีคิวหรือสเต็กท่ามกลางธรรมชาติ

ลีอาเองก็ไม่ได้เข้านอนจนกระทั่งนางกลืนบาร์บีคิวไม้ที่ 50 ลงท้องไป มังกรน้อยนั้นเป็นสัตว์จอมขี้เกียจที่มักจะหลับอุตุในยามกลางวันและมาขออาหารอยู่ด้านข้างเซียวอวี๋ในยามกลางคืน เขาจึงมักต้องคอยรับบทเชฟอย่างช่วยไม่ได้

ไม่มีหญิงสาวนางใดไม่ชื่นชอบมังกรน้อย หลินมู่เสวี่ยเองก็ตกหลุมรักมันตั้งแต่แรกเห็น นางกระทั่งนำผ้าพันคอมาผูกไว้ที่คอของมันและคอยจับมันใส่ชุดน่ารักที่นางเตรียมมา นางเชื่อว่ามังกรน้อยนั้นเป็นมังกรเพศเมีย เซียวอวี๋จะคอยแอบชำเลืองไปที่มังกรน้อยเมื่อมันถูกหลินมู่เสวี่ยจับแต่งชุด

มังกรน้อยเป็นมังกรเพศเมียงั้นหรือ?

ฉากอันสงบสุขที่ทุกคนต่างมานั่งล้อมรอบกองไฟและรับประทานอาหาร ดื่มสุราและพูดคุยกัน เซียวอวี๋นำไวน์ชั้นเลิศในชุดสะสมของเขาออกมาให้กับเหล่าผู้ใช้มนตราที่มาเข้าร่วมวงกับเขา

ชายหนุ่มส่วนใหญ่นั้นนั่งมองจากที่อื่นขณะที่ทำได้เพียงกลืนน้ำลาย ไม่มีใครกล้าเข้ามาร่วมวงกับเซียวอวี๋ยกเว้นบรรดาหญิงสาว ผู้ใช้มนตรานั้นไม่ได้เข้ามาเนื่องเพราะพวกเขาหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ขณะที่พวกอัศวินเองก็มีอีโก้ที่สูง ไม่มีผู้ใดต้องการเสียหน้า

บรรดาชายหนุ่มโดยรอบต่างจ้องมองเซียวอวี๋ด้วยความอิจฉา เหล่าศิษย์จากสถาบันนั้นต้องการที่จะท้าประลองกับเซียวอวี๋ อย่างไรก็ตาม พวกเขาต่างทราบเรื่องที่คาเมลอนพ่ายแพ้ให้กับเซียวอวี๋อย่างง่ายดาย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่บุ่มบ่ามเข้าไปท้าประลอง

ถึงกระนั้นก็ยังมีศิษย์ผู้หนึ่งเข้ามาท้าประลองเขา เซียวอวี๋จึงตอบรับการประลอง เขาใช้วินด์วอร์ค อมนิแสลช พายุคลั่ง กระโดดสูงและเทเลพอต เขาผสมผสานทักษะเหล่านี้เข้าด้วยกันพลางใช้ดาบแอชบิงเกอร์ ชายหนุ่มผู้นั้นกระทั่งไม่มีโอกาศลงมือโต้ตอบ เหล่าศิษย์จากสถาบันอัศวินต่างยอมรับในความแข็งแกร่งของเซียวอวี๋

"ตามข่าวลือแล้ว เขาสมควรเป็นเพียงบุตรชายที่ใช้การไม่ได้ไม่ใช่หรือ? มันไม่คล้ายแม้สักที่เดียว!"

"ผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ก็เหมาะสมแล้วที่จะได้ครอบครองโฉมงามไร้คู่เปรียบเช่นหลินมู่เสวี่ย!"

หลินมู่เสวี่ยได้อยู่ใกล้ชิดเซียวอวี๋มากขึ้นในช่วงเวลานี้ นางพบว่าเซียวอวี๋เป็นบุคคลที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทั้งยังเปี่ยมพรสวรร์ค นอกจากนี้เขายังคอยเอาใจใส่นางตลอดเวลา

อิสตรีนั้นต้องการบุรุษแบบใดงั้นหรือ? พวกนางจะไม่ชื่นชอบบุรุษที่กระทำเพื่อพวกนางด้วยความเต็มใจงั้นหรือ?

ตัวเซียวอวี๋นั้นยังไม่ทราบว่าในตอนนี้เขานั้นกลายเป็นที่หมายปองของบรรดาหญิงสาวแล้ว

อย่างไรก็ตาม เหตุผลหลักที่เขาทำดีกับเหล่าผู้ใช้มนตราก็เพื่อเอาชนะใจพวกเขาและดึงตัวมาเข้าร่วมกับเขา เขาจะคอยสรรหาเกมที่น่าสนุกออกมาให้บรรดาเหล่าศิษย์ได้ร่วมเล่นสนุกกัน เขาจะเล่นเกมทายคำและอื่นๆ เขายังสอนคนเหล่านี้ในการเล่มหมากรุก ซึ่งมันก็เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้มนตราสาว พวกนางจะหยิบมาเล่นเมื่อมีเวลาว่าง เซียวอวี๋ได้ใกล้ชิดกับพวกนางมากขึ้นจนกระทั่งพวกนางเรียกหาเขาเป็นพี่ใหญ่

เซียวอวี๋จะคอยใช้ช่วงว่างของวันในการเลียบเคียงถามเหล่าอาจารย์จากสถาบันเวทมนตร์ ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ใช้มนตราขั้นที่สามขึ้นไป ดังนั้นพวกเขาจึงมีความรู้เกี่ยวกับวิถีของโลกและเวทมนตร์

อาจารย์อัลม่านั้นอยู่ในขั้นที่สี่และเป็นผู้ที่มีความสามารถที่สุดในสถาบัน

"หากข้าคาดเดาไม่ผิด เช่นนั้นมันก็สมควรเป็น 'นครทมิฬ' ของอาณาจักรโบราณ ลอร์เดเรน ตัวเมืองถูกทิ้งร้างหลังจากที่พวกอันเดดเข้ายึดครอง" อาจารย์อัลม่ากล่าวออกมาหลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง อย่างไรก็ตาม ชื่อของมันกลับสร้างความตกตะลึงให้กับเซียวอวี๋

"นครทมิฬ?" เซียวอวี๋นิ่งค้าง

นครทมิฬนั้นเป็นชื่อเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรลอร์เดเรน กษัตริย์องค์สุดท้ายนั้นถูกปลงพระชนม์โดยโอรสของเขาเอง อาร์ทัส และการหายนะในครั้งนั้นได้สังหารผู้คนคนทั้งหมด

เมืองจึงถูกเปลี่ยนเป็นเมืองของอันเดดนับจากนั้น กองทัพของอาร์ทัสเริ่มอ่อนแอลง และซิลวานาส วินด์รันเนอร์ก็ได้ชิงเมืองนั้นมา หลังจากนั้นนางก็กลายเป็นผู้ครองเมืองและเเมืองก็ถูกเรียกขานว่า นครทมิฬ

เหล่าฮีโร่จากวอร์คราฟและอาณาจักรลอร์เดเรนนั้นมีความเชื่อมโยงกันโดยตรง อูเธอร์ แอนโทนีดาสและอาร์ทัสนั้นเป็นเสาหลักของอาณาจักรลอร์เดเรน อาจกล่าวได้ว่า พล็อตเรื่องของวอร์คราฟถูกสร้างขึ้นเนื่องเพราะเหตุการณ์ในอาณาจักรลอร์เดเรน

แล้วเหตุใดนครทมิฬจึงไปปรากฏอยู่ในเทือกเขาอัลคาเกนได้เล่า? ผลจากการเปลี่ยนแปลงของโลกงั้นหรือ? ที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นที่โล่งทิริสฟอลก่อนจะกลายมาเป็นภูเขาอัลคาเกนในปัจจุบันงั้นหรือ?

เซียวอวี๋ทราบว่าไม่มีผู้ใดสามารถให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ บางทีเขาอาจจะได้รับคำตอบบางอย่างโดยไปยังเมืองที่ซ่อนอยู่ใต้ดินในแผนที่

เขากำลังจะได้เปิดหูเปิดตา พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังซากเมืองโบราณของเมืองที่หายสาบสูญ.....