ตอนที่ 287

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

แสงสีฟ้าเริ่มเปล่งจากตัวดาบ เห็นได้ชัดว่าตัวดาบถูกสลักไว้ด้วยอักขระเวทน้ำแข็ง ร่างกายของบุรุษผู้นั้นเองก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าออกมาด้วยเช่นกัน เมื่อผู้ฝึกยุทธ์ได้มาถึงขั้นที่สี่ได้แล้ว พวกเขาก็จะสามารถทำให้พลังปราณห่อหุ้มร่างกายได้ ผู้ฝึกยุทธ์ที่มาถึงระดับนี้ได้ก็ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ผู้ใดเนื่องเพราะความแข็งแกร่งของตน บุรุษผู้นี้ไม่กลัวทั้งเซียวอวี๋หรือเหล่าไรเดอร์แต่อย่างใด

เซียวอวี๋เองก็ไม่ได้เห็นพวกมันอยู่ในสายตาเช่นกัน แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าอยู่ด้วย เขาก็ยังคงเลือกที่จะต่อสู้อยู่ดี เขาอัญเิชญเสาสลักออกมาก่อนจะตะโกนสั่งการ "ฆ่าพวกมัน!'

เหล่าไรเดอร์ที่คอยท่าอยู่ก่อนแล้วก็โถมออกไปดุจพายุ พวกมันทั้งหมดล้วนมีระดับถึง 10 แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังได้บัฟจากเสาสลักซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกมันขึ้นอีก พลังบัฟแห่งเสาสลักปฐพีนั้นจะมอบความแข็งแกร่งทางกายภาพ ขณะที่เสาสลักศิลาจะช่วยเพิ่มพลังป้องกันให้กับพวกมัน

"ฮึ่ม! กล้าที่จะโจมตีพวกเรา? จัดการมันเลย!" บุรุษผู้นั้นตะโกนออกมา มันต้องการจะขยับเคลื่อนไหว แต่ตอนนั้นเอง ที่ด้านหลังของมันกลับมีสายลมเย็บวาบขึ้นมา มันตกใจก่อนจะหันกลับไปรับต้านทานการโจมตีนั้น

เปรี้ยงงงง!

ดาบทั้งสองเล่มเข้าปะทะกันอย่างถนัดถี่ มันเงยหน้ามองดูออร์คที่มีร่างสูงถึงสองเมตรที่เบื้องหน้า มันพยายามจะใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดของมันโจมตีสวนกลับไป แต่ก็พบว่าทักษะของออร์คตนนี้นั้นล้วนแต่เป็นทักษะชั้นยอด มันยังคงหาวิธีต่อไป หลังจากฟาดฟันออกไปได้ไม่กี่ครั้ง ด้านหลังมันก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอีกครา

มันตกใจอย่างมากขณะที่ต้องการจะหลบการโจมตี หากแต่กรอมก็สกัดมันเอาไว้ นั่นทำให้มันไม่อาจรับกับการโจมตีทั้งสองทิศทางได้

ฉัวะ!

อ๊ากกกก!

แขนของมันข้างหนึ่งถูกตัดไป ขณะที่มีลูกธนูพุ่งเข้าปักร่างและระเบิดร่างกายของมัน

เซียวอวี๋ กรอม ทิรันด้าได้โจมตีประสานกันเป็นอย่างดี ขั้นแรก กรอมหรือเซียวอวี๋จะใช้อมนิแสลชขั้นสูงเพิ่มดึงดูดความสนใจของศัตรูเอาไว้ จากนั้นจึงใช้อมนิแสลชออกมา กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าก็ยังไม่อาจรับมืออมนิแสลชจากทั้งสองทางได้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่ นอกจากนี้ยังมีศรเวทของทิรันด้าที่จะคอยยิงสำทับศัตรู

เหล่าทหารรับจ้างเมื่อเห็นว่าหัวหน้าของพวกมันถูกสังหารไปแล้วก็โกรธแค้นอย่างมากและพยายามจะโจมตีเข้ามา ผู้ใช้มนตราได้ร่ายเวทเอาไว้และเตรียมจะโจมตีออก ทว่าเซียวอวี๋ก็ขว้างระเบิดโลหะไปทางพวกมัน เขารู้ดีว่าต้องคอยกดดันให้ผู้ใช้มนตราปั่นป่วนอยู่ตลอด

เหล่าไรเดอร์ทั้ง 100 ตนต่างแข็งแกร่งอย่างมาก แต่หากว่าผู้ใช้มนตราของอีกฝ่ายปลดปล่อยเวทมนตร์ได้ล่ะก็ เช่นนั้นพวกมันก็ยากที่จะหลบเลี่ยงแล้ว ในเวลาเดียวกันนั้น พวกนักรบฮิฟโปกริฟเองก็คอยยิงลูกธนูลงมาไม่หยุด

มีทหารรับจ้างหลายคนที่มีหน้าไม้หนัก หากแต่พวกมันก็ยังไม่อาจทำให้ฮิฟโปกริฟร่วงลงมาได้ พวกฮิฟโปกริฟได้มีระดับถึง 10 แล้วเช่นกัน ดังนั้นจึงยากที่จะจัดการกับพวกมัน

ทางฝั่งทหารรับจ้างเองก็ไม่ได้อ่อนแอ พวกมันยกโล่ขึ้นป้องกันลูกธนุจากด้านบน กระนั้นพวกมันจะยังป้องกันได้สักเท่าใดเชียว? หนึ่งหรือสิบ? นอกจากนั้นพวกมันยังต้องคอยรับมือกับเหล่าไรเดอร์ที่พุ่งเข้ามาจากรอบทิศอีก

เซียวอวี๋ได้ใช้กองกำลังทั้งสองสะกดศัตรูเอาไว้ หากมองเพียงผิวเผินอาจจะเห็นว่ากองกำลังทั้งสองไม่ได้แข็งแกร่งเท่าใดนัก จะอย่างไรก็ยังไม่ดูแข็งแกร่งเท่ากับยักษ์ศิลา หากแต่เมื่อพวกมันประสานงานกัน นั่นก็ยากที่จะรับมือได้แล้ว

"อึก...ถอยก่อน!...หนีเร็ว! มือธนูของพวกมันแข็งแกร่งเกินไป!" เพียงไม่ถึงนาที กองกำลังทหารรับจ้างก็แตกเป็นเสี่ยงๆ

ศัตรูถูกกลุ้มรุมโจมตีจากทั้งบนฟ้าและบนพื้นดิน นี่เป็นผลลัพธ์จากกลยุทธ์ประสานงานของเซียวอวี๋

การโจมตีภาคพื้นดินสู่อากาศนั้นไม่ใช่วิธีการที่ดี ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือการใช้ทัพอากาศต่อสู้กับทัพอากาศ ดังนั้นผลการต่อสู้ครั้งนี้จึงเป็นที่คาดคะเนได้

กระนั้นเซียวอวี๋ก็ไม่ได้โหดเหี้ยมจนเกินไป เขาไม่ได้สั่งให้กองกำลังไล่เข่นฆ่าอีกฝ่ายจนสิ้นซาก

เคลลี่รีบวิ่งเข้าไปปลดโซ่ตรวนให้กับหญิงสาวชาวเผ่าเหล่านั้น "ข้าเคลลี่เอง! ข้ากลับมาแล้ว!"

"เคลลี่!" ชาวบลัดเอลฟ์ต่างประหลาดใจที่ได้เห็นเคลลี่ยังอยู่ในสภาพที่ดูดี

"เคลลี่ ไม่ใช่ว่าเจ้าถูกพวกมนุษย์เดรัจฉานจับไปงั้นหรือ? เจ้ารอดมาได้อย่างไร? แล้วคนพวกนี้เล่า? แล้วไนท์เอลฟ์เหล่านั้นคือ?"

ชาวบลัดเอลฟ์ต่างตกตะลึงเมื่อได้เห็นพวกฮิฟโปกริฟที่อยู่บนท้องฟ้าและทิรันด้าที่นั่งอยู่บนหลังพยัคฆ์ขาว แม้ว่าพวกเขาจะไม่เป็นมิตรต่อมนุษย์ ออร์คและเผ่าพันธุ์อื่นๆ แต่พวกเขามองไนท์เอลฟ์ว่าสูงส่งเสมอกัน แม้ว่าทั้งสองจะเลือกเดินในเส้นทางที่แตกต่าง หากแต่พวกเขาก็ยังมีต้นกำเนิดเดียวกัน

"เรื่องมันยาวนัก ท่านผู้นำอยู่ที่ใด? ข้ามีเรื่องสำคัญจะรายงานต่อเขา ท่านคาเอลกำลังจะหวนคืนกลับมา ข้ามาที่นี่เพื่อชักจูงให้เขาไปติดตามท่านคาเอล!" เคลลี่กล่าวออกมาด้วยท่าทีตื่นเต้น

นางรู้สึกขมขื่นเมื่อได้เห็นชาวบลัดเอลฟ์ถูกจับล่ามโซ่ อย่างไรก็ตาม เมื่อนางทราบว่าคาเอลจะหวนคืนกลับมา วันเวลาอันแสนขมขื่นของชาวบลัดเอลฟ์ก็สมควรจะยุติลง และเส้นทางแห่งความรุ่งโรจน์ของพวกนางก็สมควรเปิดขึ้นอีกครั้ง

"ท่านคาเอลจะหวนคืนกลับมา? นี่เป็นความจริง?" ชาวบลัดเอลฟ์ได้เฝ้ารอคำทำนายนี้ให้กลายเป็นจริงมาหลายชั่วอายุคนแล้ว....

"ใช่แล้ว...นั่น นางคือทิรันด้า อีกทั้งข้ายังได้เห็นเมอีฟ ชาโดว์ซองด้วยตาของตนเอง....วันที่ท่านคาเอลธาสจะหวนคืนกลับมานั้นอยุ่อีกไม่ไกลแล้ว พวกเราจะกลับไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดในอีกไม่ช้า...." ดวงตาของเคลลี่เปล่งประกายเจิดจ้า

"ไปกันเถอะ ไปหาท่านผู้นำ..." จากนั้นชาวบลัดเอลฟ์จึงนำทางพวกเขาไปยังที่ที่ตั้งชนเผ่า