ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เซียวอวี๋ตะโกนออกมา "เจ้าคิดว่าตัวเจ้านั้นไร้เทียมทานเพียงเพราะเจ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้างั้นหรือ? อย่าได้ประเมินข้าต่ำไปนัก....ข้าได้สืบทอดทักษะเชิงยุทธ์จากจ้าวแห่งดาบกรอม ทักษะศักดิ์สิทธิ์จากอูเธอร์ ไลท์บิงเกอร์และทักษะเวทมนตร์จากจ้าวมนตราแอนโทนีดาส! ผู้ที่สามารถเอาชนะข้าได้ยังไม่ถือกำเนิดขึ้นในยุคนี้!"
เซียวอวี๋ไม่ได้กล่าวโป้ปด แต่ปาเทียนหมิงกลับหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อได้ฟังคำของเซียวอวี๋ ราวกับว่านี่เป็นเพียงเรื่องตลกขบขันเท่านั้น
ปาเทียนหมิงแค่นเสียง "อย่างงั้นรึ? เช่นนั้นให้ข้าได้รับทราบทักษะที่ทำให้เจ้าหยิ่งผยองจนกล้ามาท้าทายข้าดูหน่อย!"
เซียวอวี๋ลดพรากวิญญาณลงและมองไปยังปาเทียนหมิง เขาตั้งท่าตามแบบบรูซลี ยกมือขึ้นถูจมูกและกวักมือท้าทายปาเทียนหมิง "เข้ามา! ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความแข็งแกร่งของมังกรตะวันออก!"
ปาเทียนหมิงค่อยๆก้าวเข้าหาเซียวอวี๋ขณะที่กระชับกระบองในมือ มันทราบการจะทุบตีเซียวอวี๋นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปาเทียนหมิงก็ไม่เคยคิดประมาทศัตรู มันเคยผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน มันทราบดีว่าหนทางสู่ชัยชนะก็คือการไม่ประมาท
เมื่อเห็นว่าปาเทียนหมิงค่อยๆก้าวเข้ามา เซียวอวี๋ก็ไม่ได้รีบร้อนลงมือ เขายังคงยั่วยุปาเทียนหมิงต่อไป
.................................
.................................
ปาเทียนหมิงพลันพุ่งตัวอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ห่างจากเซียวอวี๋ราวสิบเมตร เพียงชั่วพริบตามันก็ปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องหน้าเซียวอวี๋ ความว่องไวในการลงมือที่ปาเทียนหมิงแสดงออกมานั้นเกินกว่าที่เซียวอวี๋จะเทียบเปรียบได้ อันที่จริงแล้ว ทั้งความรวดเร็วและความแข็งแกร่งของคาร์นและกรอมก็ยังต่ำกว่าปาเทียนหมิงอยู่ช่วงหนึ่ง
ตูมมม!
ทลายทัพฟาดลงไปยังพื้นดินจนก่อให้เกิดเป็นหลุมที่ลึกเกือบแปดสิบเซนติเมตร
ขึ้นมาหลุมหนึ่งในตำแหน่งที่เซียวอวี๋เคยยืนอยู่
มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถต้านทานการโจมตีนี้ได้ เหตุผลประการแรกก็เพราะความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้า ส่วนข้อที่สองนั้นเป็นผลจากทลายทัพ ยิ่งผู้ถือมันแข็งแกร่งมากเท่าใด ตัวมันก็จะสามารถเปล่งอานุภาพออกมาได้มากเท่านั้น
กระนั้นร่างกายของเซียวอวี๋ก็หายไปในเวลาเดียวกับที่ปาเทียนหมิงโจมตีเข้ามา
เมื่อปาเทียนหมิงเห็นว่าเซียวอวี๋ไม่ได้อยู่ตรงตำแหน่งนั้นแล้ว ความคิดหลายสายก็วูบผ่านจิตใจของมัน มันเอนร่างไปข้างหน้าขณะที่ถีบตัวออกจากตำแหน่งเดิมราวลูกธนูออกจากแล่ง
คลื่นกระแทกอันรุนแรงพลันฟาดลงไปยังตำแหน่งเดิมของปาเทียนหมิง มันเป็นการโจมตีจากเซียวอวี๋ พรากวิญญาณสามารถกระทั่งผ่าแยกร่างของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้า แต่ปาเทียนหมิงที่ไม่ได้ลนลานก็ยังสามารถหลบรอดไปได้
เซียวอวี๋ไม่เคยต่อสู้ซึ่งหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้ามาก่อน เขามักจะใช้คัมภีร์เวทหรือบาริสต้าหนักโจมตีสังหารพวกมันไป ซึ่งในความจริงแล้ว ต่อให้มีกรอมและคาร์นคอยช่วยเหลือ เขาก็ยังไม่อาจรับมือกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าได้
มองโดยผิวเผินแล้วผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่นั้นไม่ได้แตกต่างจากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้ามากนัก หากแต่ในความเป็นจริง ความแข็งแกร่งของทั้งสองขั้นกลับห่างกันหลายเท่าตัว
"นั่นเป็นทักษะแบบใดกัน? กลับหายตัวและปรากฏขึ้นที่ด้านหลังข้าได้ในชั่วพริบตา....นั่นเป็นไปได้อย่างไร? ไม่!...มันไม่ใช่ทักษะเชิงยุทธ์หากแต่เป็นเวทมนตร์! มันไม่มีร่องรอยแม้แต่น้อย...."
ปาเทียนหมิงวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว และตัดสินว่าเซียวอวี๋ไม่ได้ใช้ทักษะเชิงยุทธ์หากแต่เป็นทักษะเวทมตร์ เซียวอวี๋ได้หลบรอดการโจมตีอันรุนแรงไปได้ ซึ่งนั่นทำให้ปาเทียนหมิงตกตะลึง
มันหันกลับไปจ้องตาของเซียวอวี๋ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเซียวอวี๋จึงกล้าท้าทายมัน มันทราบแล้วว่าเซียวอวี๋ไม่เพียงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ หากแต่เขาเป็นผู้บ่มเพาะควบคู่! นอกจากนี้ เขายังสามารถใช้เวทมนตร์ที่ใช้ยากที่สุด เวทมนตร์ประเภทมิติ!
กระนั้นปาเทียนหมิงก็ยังคงปราศจากความกลัวใดๆ สุดท้ายแล้วความแข็งแกร่งของทั้งสองก็ยังมีช่องว่างอยู่มาก เพียงการช่วยเหลือของทักษะเทเลพอตยังคงไม่อาจทำให้เซียวอวี๋ทับถมช่องว่างจนเต็มได้
ฟุบ
ร่างของปาเทียนหมิงพลันพุ่งออกไปทิ้งไว้เพียงเงาสายหนึ่ง มันปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องหน้าเซียวอวี๋อีกครั้งและฟาดทลายทัพออกไป เดิมทีมันไม่ได้วางแผนจะสังหารเซียวอวี๋ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนใจแล้ว เซียวอวี๋ก็คล้ายกับพยัคห์ดุตัวหนึ่ง มันไม่อาจปล่อยให้เซียวอวี๋ได้เติบโตจนกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่เข้มแข็งของมันได้
ตูม!
เซียวอวี๋สามารถหลบหลีกไปได้และโจมตีสวนกลับไปอีกครั้ง เซียวอวี๋ไม่ได้ใช้เทเลพอตแต่เป็นก้าวกระโดด เขาใช้ช่วงที่ตนยังลอยขึ้นมานับสิบเมตรขบคิดหาวิธี ปาเทียนหมิงไม่ได้อยู่เฉย มันยังคงพุ่งตัวไล่ตามเซียวอวี๋ไปอย่างรวดเร็ว มันต้องการทราบว่าเซียวอวี๋ยังมีทักษะแปลกประหลาดอีกมากน้อยเท่าใด
ในเวลาเดียวกันเซียวอวี๋ก็ยังคงหลังการโจมตีจากปาเทียนหมิงไปได้ทุกครั้ง เขาย่อมไม่ปะทะกับปาเทียนหมิงโดยตรง ในบางครั้งเซียวอวี๋จะใช้วินด์วอร์คล่องหนหายตัวไปและปรากฏตัวออกมาโจมตีปาเทียนหมิงด้วยอมนิแสลช กระนั้นการโจมตีก็ไม่ประสบผล
"ล่องหน? มันกระทั่งมีทักษะของมือสังหาร!" ปาเทียนหมิงตกตะลึงยามที่มองไปยังเซียวอวี๋คล้ายกับกำลังมองดูสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง เมื่อปลายกระบองของมันแทบจะกระทบถูกชายเสื้อของเซียวอวี๋ ทันใดนั้นก็ปรากฏลำแสงสีทองออกมาปกป้องเซียวอวี๋เอาไว้
"นี่มัน....โล่แห่งเทมพลาร์!" ปาเทียนหมิงจดจำได้ว่ามันคือทักษะที่หายสาบสูญไปนานของพาลาดิน
"ไฉนมันจึงมีทักษะประหลาดมากมายนัก?"
ปาเทียนหมิงตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า
"ช่างไร้เดียงสานัก! เจ้าคิดจริงหรือว่าสามารถเอาชนะข้าได้?" ปาเทียนหมิงตะโกนออกมาขณะที่ร่างของมันถูกแสงห่อหุ้มเอาไว้ทำให้ดูคล้ายกับนักรบสวรรค์จุติลงมา ปาเทียนหมิงเหวี่ยงทลายทัพฟาดไปยังเซียวอวี๋
เซียวอวี๋พบว่าผิดท่าแล้ว ดังนั้นเขาจึงรีบใช้พายุคลั่งเพื่อไม่เปิดพื้นที่ให้ปาเทียนหมิงได้โจมตีเข้ามา
เปรี้ยงงงง!
ทลายทัพของปาเทียนหมิงปะทะเข้ากับพรากวิญญาณที่หมุนอย่างรวดเร็วของเซียวอวี๋อย่างรุนแรง แม้จะมีทักษะพายุคลั่งคุ้มครองอยู่รอบกาย หากแต่พลังทำลายที่รุนแรงของทลายทัพก็ยังคงตัดผ่านและฟาดร่างของเซียวอวี๋จนลอยกระเด็นไป
"มารดามันเถอะ! โชคดีที่มีโล่แห่งเทมพลาร์ปกป้องทัน ไม่เช่นนั้นคงต้องเจ็บหนักไปแล้ว" เซียวอวี๋ไม่ได้บาดเจ็บแต่อย่างใด เขารีบลุกขึ้นใช้วินด์วอร์คหายตัวไปในทันที
ปาเทียนหมิงมองไม่เห็นเซียวอวี๋อีกครั้ง มันไม่ได้เดินไปทั่วอีก หากแต่ยืนรอกวาดสายตามองหาร่องรอยของเซียวอวี๋
"เจ้าเด็กอมมือ! เจ้าไม่มีทางรอดไปได้!" ปาเทียนหมิงตะโกนขณะฟาดทลายทัพออกไป กระนั้นก็ไม่ถูกตัวเซียวอวี๋แต่อย่างใด หากแต่ทันใดนั้นเองขวดขนาดเล็กก็แตกกระจายออกและเริ่มส่งกลิ่นหอมอ่อนๆออกมา แต่ปาเทียนหมิงก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักและคิดว่ามันเป็นเพียงขวดน้ำหอมของเซียวอวี๋ที่ถูกทุบทำลายไปโดยบังเอิญ ซึ่งนั่นหมายความมันอยู่ไม่ไกลจากเซียวอวี๋
แต่ที่มันไม่ทราบก็คือ เซียวอวี๋ที่ได้หลบออกไปไกลแล้วได้ฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู
"ไสหัวออกมา! เจ้ายังคิดว่าจะสามารถเอาชนะข้าได้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมอีกงั้นรึ?" ปาเทียนหมิงมั่นใจว่าชัยชนะอยู่ห่างเพียงแค่เอื้อม มันได้เกาะกุมชัยชนะเอาไว้แล้ว เซียวอวี๋เพียงแค่พยายามฝืนยื้อออกไป แม้ว่าตอนนี้มันจะยังจัตัวเซียวอวี๋เอาไว้ไม่ได้ หากแต่มันเพียงขึ้นอยู่กับเวลา
"ท่านแม่ทัพ! กลิ่นน้ำหอมนั่นเป็นอย่างไรบ้าง?" เซียวอวี๋กล่าวถามและหัวเราะออกมา
ปาเทียนหมิงหันไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงของเซียวอวี๋และเห็นเซียวอวี๋ยืนฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย "ช่างน่าขันนักที่คิดว่าเพียงน้ำหอมจะ...."
เซียวอวี๋กล่าวขัดขึ้น "ขวดน้ำหอมนั่นถือเป็นของขวัญจากข้าเถอะ!"
"ของขวัญ?" ปาเทียนหมิงไม่อาจเข้าใจคำพูดของเซียวอวี๋ แต่มันก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายร้อนรุ่มขึ้นมา ดูเหมือนภายในร่างของมันจะมีบางอย่างถูกกระตุ้น และมันไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้
"เจ้า...เจ้า...!" สีหน้าที่โกรธแค้นและมีโทสะพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของปาเทียนหมิง.....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved