ตอนที่ 186

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ลูกธนูนับไม่ถ้วนบินฉวัดเฉวียนเต็มแผ่นฟ้า นักผจญภัยหลายคนถูกยิงจนร่างปรุพรุน แม้ว่าจะมีบางคนยังไม่ถึงแก่ความตาย ทว่าพวกเขาก็ต้องทุกข์ทรมาณกับบาดแผลฉกรรจ์ ลูกธนูที่ยิงมานี้รุนแรงอย่างยิ่ง มันยังรุนแรงกว่าลูกธนูที่ถูกยิงโดยมนุษย์ราวสองเท่าตัว ลูกธนูเหล่านี้สามารถเจาะทะลุผ่านชุดเกราะหนังเต็มตัวได้ราวกับตัดผ่านก้อนเต้าหู้

อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดที่นักผจญภัยกำลังเผชิญ ที่ร้ายที่สุดตอนนี้ก็คือ พวกเขาไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของศัตรู พวกเขากาดสายตาไปทั่วแล้วทว่ากลับไม่พบเจอสิ่งใดเลย!

พวกมือสังหารงั้นหรือ? ทว่าด้วยการยิงแบบนี้แล้วนี่จะต้องใช้มือสังหารมากมายเพียงใดถึงมีประสิทธิภาพมากเพียงนี้?

หากว่าศัตรูของพวกเขาไม่ใช่มือสังหารแล้ว เช่นนั้นศัตรูจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร?

นักผจญภัยหลายคนเคยผ่านการต่อสู้เป็นตายมามาก ทว่าพวกเขาก็ยังไม่อาจจำแนกทิศทางที่ศัตรูยิงมาได้ภายในป่าที่มืดทึบเช่นนี้ ความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจของพวกเขา

"เป็นมือธนู! มือธนูชาวเอลฟ์! ที่พวกเราไม่เห็นตัวพวกมันเป็นเพราะพวกมันสามารถแฝงตัวไปกับเงาได้!" แมตต์ตะโกนออกมา เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่ ดังนั้นสายตาของเขาจึงคมกล้ายิ่งกว่าผู้คนโดยทั่วไป กระนั้นก็เป็นเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่เขาได้เห็นการขยับตัวออกมายิงของพวกเอลฟ์

แมตต์ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด เขาสามารถพึ่งพาความแข็งแกร่งขั้นที่สี่ของเขาสังหารมือธนูได้หลายสิบคน ทว่าศัตรูก็พลันหายไปจากสายตาอีกครั้งหลังจากโจมตีระลอกแรก เป็นเรื่องที่น่าปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างยิ่งในการค้นหาศัตรูที่สามารถหายตัวได้ นอกจากนี้ศัตรูยังเป็นมือธนูชาวเอลฟ์หลายสิบหรือนับร้อยที่กำลังเล็งธนูจ้องจะเอาชีวิตของพวกเขา!

"พวกเราจะทำอย่างไรดี?" นักผจญเหงื่อพลั่กขณะเหลือบมองหน้ากัน มันอาจมีลูกธนูบินออกมาปลิดชีพพวกเขาได้ทุกเมื่อ

ความกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็นเริ่มทำให้พวกเขาวิตกกังวล พวกเขาคงไม่เป็นเช่นนี้หากเป็นการปะทะซึ่งหน้า

นี่เป็นเหตุผลเพียงข้อเดียวที่สามารถทำให้เหล่ามือสังหารทั้งรู้สึกหวาดกลัวและเคารพนับถือในโลกใบนี้

"แม้ว่าการยิงธนูของพวกเอลฟ์จะรุนแรงอย่างมาก ทว่าการต่อสู้ในระยะประชิดพวกมันล้วนอ่อนแอ กระทั่งผู้ใช้มนตราขั้นที่สองก็ยังไม่ต้องเกรงกลัว! พวกเราจะสามารถสังหารพวกมันทั้งหมดได้หากค้นพบตำแหน่งของพวกมัน!" แมตต์กล่าวเสียงเย็น เขาสมกับที่เป็นผู้นำของคนหมู่มาก เขาสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างเยือกเย็น

จิตใจของพวกนักผจญภัยสงบลงหลังได้ยินถ้อยคำของแมตต์ พวกเขาแบ่งทีมออกไปค้นหาพื้นที่ป่าโดยรอบ แม้กระนั้นพวกเขาก็ไม่พบร่องรอยใดๆของพวกเอลฟ์หลังจากค้นหาอยู่พักหนึ่ง เทือกเขาแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ พุ่มไม้หรือเถาวัลย์รกชัฏ แม้ว่าจะมีบางแห่งที่สามารถใช้ซ่อนตัวได้ แต่มันก็ยากที่จะสังเกต ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงพวกเอลฟ์ที่หายตัวได้

อ๊ากกกกกก!

มีเสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากป่า เสียงนั้นสะท้อนไปมาจนทำให้นักผจญภัยที่เหลือต่างขนลุกชันขึ้นมา พวกเขารีบวิ่งไปยังต้นเสียง

เมื่อมาถึงพวกเขาก็พบเข้ากับศพของนักผจญภัยนอนเกลื่อนกลาด ส่วนใหญ่ล้วนถูกลูกธนูยิงทะลุหัวใจปลิดชีพไป

"พวกเจ้าพบเจออะไร?" พวกเขารีบถามคนที่ยังมีลมหายใจอยู่

"ข้าเห็นเงาขยับเคลื่อนไหว....ทว่าครู่ต่อมาพวกมันก็หายตัวไป....พวกมันรวดเร็วมาก" หลายคนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกัน

หลายคนแข้งขาอ่อนหลังได้เห็นสหายถูกสังหารไปต่อหน้าต่อตา ทว่าพวกเขาก็ไม่อาจทำอย่างไรกับอีกฝ่ายได้

อ้ากกกกกก!

มีเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังมาจากอีกทางหนึ่ง นักผจญภัยกลุ่มที่เหลือรีบวิ่งไปยังต้นเสียง แต่พวกเขาก็พบว่าทั้งกลุ่มถูกสังหารไปแล้ว พวกเขามองเห็นเงาวูบไหวแต่เมื่อติดตามไปกับไม่พบเห็นสิ่งใด

อ้ากกกก ช่วยยด้วยยยยย!

มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากหลายทิศทาง พวกเขารีบวิ่งตามไปอีกครั้ง เมื่อมาถึงพวกเขาก็พบซากศพนอนเกลื่อนกลาด บางรายถูกสังหารด้วยลูกธนู ขณะที่บางรายถูกฟันสะพายแล่งด้วยดาบ เหล่าผู้ที่ถูกดาบฟันล้วนร่างแยกเป็นสองท่อน โลหิตจำนวนมากไหลชโลมไปทั่วพื้นดิน

"พวกมันสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามตั้งมากมายขนาดนี้ได้ด้วยวิธีใด?"

มือธนูนั้นสังหารพวกเขาไปมากมาย แต่ผู้ที่ลงมือในครั้งนี้ใช้ดาบ ทั้งยังสามารถฟันผ่าร่างผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามถึง 5 คนได้ในเวลาไม่นาน

ทางนี้ อ้ากก!

มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง พวกเขารีบวิ่งมาถึงก็พบว่ามีชายผู้หนึ่งนอนอยู่บนพื้น ลูกธนูได้ยิงทะลวงหัวใจของเขาไป ยิ่งไปกว่านั้นชายผู้นี้ยังเป็นมือสังหารเพียงคนเดียวในกลุ่มนักผจญภัยของพวกเขา

"พวกมันฆ่ามือสังหารของเราได้อย่างไร? เป็นไปได้อย่างไร? เหตุใดพวกมันจึงสามารถหาตัวพวกเราพบ หากแต่พวกเรากลับไม่สามารถ?" ความหวาดกลัวแผ่ลุกลามไปทั่วจิตใจของนักผจญภัยทั้งหมด

"ทุกคน! กลับมารวมตัวกันเดี๋ยวนี้!" แมตต์ออกคำสั่งอีกครั้ง ทางฝั่งเขามีคนเสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 20 คนในเวลาเพียงไม่กี่นาที นี้แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวทางกลยุทธ์ของเขา

มือธนูชาวเอลฟ์สามารถหาที่ซ่อนตัวภายในป่าได้อย่างง่ายดาย ขณะที่ทางฝั่งของเขากลับยากที่จะหาตัวพวกเอลฟ์พบ การต่อสู้กับพวกเอลฟ์ภายในป่านั้นยากดุจดังต่อสู้กับฉลามในทะเลลึก

หากพวกเอลฟ์ยังคงเลือกใช้สงครามกองโจรต่อไป เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่อาจพบตัวพวกเอลฟ์ เหล่านักผจญภัยเริ่มกลับมารวมตัวกัน ในเวลานั้นเองพวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องสองสายดังมาจากพื้นที่ใกล้เคียง พวกเขามีผู้ใช้มนตราขั้นที่สามอยู่สองคน ทว่าทั้งคู่ล้วนถูกกุดศีรษะไปเรียบร้อยแล้ว!

นักผจญภัยทั้งหมดต่างมองเห็นร่างสองร่างวูบผ่านก่อนจะหายไปในวินาทีต่อมา

"พวกมือสังหารงั้นรึ? พวกมันเป็นใครกัน? พวกมันสามารถฆ่าผู้ใช้มนตราของเราสองคนก่อนจะหายตัวไปได้ทันที?"

ดวงตาของแมตต์เบิกกว้างกับสิ่งที่ได้เห็น เขาทราบดีว่าพวกมือสังหารนั้นจะต้องถอยออกไปก่อน ก่อนจะหาสถานที่ที่เหมาะสมพรางตัวอีกครั้ง ทว่าศัตรูทั้งสองนี้เข้าโจมตีผู้ใช้มนตราได้รวดเร็วเกินไป! นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่ามือสังหารทั้งสองจะไม่ได้ใช้มีดสั้นเป็นอาวุธ หากแต่เป็นดาบหนักสองเล่ม! เป็นดาบที่รวดเร็วเกินกว่าไอเท็มเวทมนตร์บนร่างของผู้ใช้มนตราทั้งสองจะทันแสดงผล! กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามก็ยังไม่อาจทำเช่นนี้ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาที พวกเขาไม่อาจช่วยเหลือใดๆได้ ศัตรูเมื่อลงมือสำเร็จก็หลบหนีหายไปอีกครั้ง

"พวกมันใช่มือธนูจริงๆ? แล้วเหตุใดพวกมันจึงมีพละกำลังสูงส่งนัก? ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่การลงมือของพวกเอลฟ์ คนหนึ่งมีรูปร่างโปร่ง ดูจะเตี้ยกว่าพวกเอลฟ์โดยเฉลี่ย คนหนึ่งร่างกำยำและดูเหมือนกระทั่งจะสูงกว่าพวกออร์ค....ข้าไม่อาจมองเห็นใบหน้าของพวกมันเนื่องเพราะมีผ้าคลุมดำปกปิดอยู่...." แมตต์รู้สึกประหลาดใจ นี่เป็นการท้าทาย พวกเขาอยู่ในที่แจ้ง! นี่เป็นการตบหน้าแมตต์อย่างรุนแรง ขณะตัวเขาซึ่งแข็งแกร่งกลับไม่อาจทำอย่างไรศัตรูได้และปล่อยศัตรูหลบหนีไปอย่างลอยนวล เขาไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาเป็นเวลาหลายปีแล้วนับตั้งแต่ที่เขาบรรลุขั้นที่สี่

แมตต์กัดฟันแน่น เขาไม่อาจระบายโทสะที่คับอยู่ในอกออกมา

"หัวหน้า พวกเราจะทำอย่างไรดี?" นักผจญภัยโดยรอบต่างหันมามองแมตต์

แมตต์กล่าวตอบ "พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ นำโล่ออกมาใช้และคอยสอดส่องโดยรอบ พวกเราจะพักกันครูหนึ่ง ข้าไม่เชื่อว่าพวกมันจะยังฆ่าพวกเราทั้งหมดได้หากพวกเราอยู่รวมกัน"

แมตต์กล่าวออกไปขณะที่สมองกำลังคิดหาวิธีโจมตีภายในใจ เขาก้มหน้าลงขณะที่สายตาเจิดจ้าขึ้นมา.......