ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป หยดเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งค่าย แสงแรกของรุ่งอรุณปรากฏให้เห็น ดวงตะวันเปล่งแสงแดงฉานดุจเดียวกับพื้นดิน....
สุบารุเริ่มรวมกองกำลังได้แล้ว เขาไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ ดังนั้นกองกำลังของเขาจึงพบกับความเพลี่ยงพล้ำและสูญเสียอย่างหนัก พวกโจรกลุ่มอื่นๆได้แยกและโอบล้อมกองกำลังของเขาไว้เป็นสองส่วน กองกำลังหนึ่งมีสุบารุบัญชาการด้วยตนเอง ในขณะที่อีกกองกำลังเป็นคนสนิทของเขา ปา
สุบารุไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นแม้ว่าพวกโจรทั้งหมดจะรวมกำลังกันโจมตีเขาก็ตาม เขาเชื่อว่าเขาสามารถกวาดล้างพวกโจรได้เกือบทั้งหมดตราบใดที่เขายังคงมีกองกำลังอยู่ในมือ อย่างไรก็ตาม การก่อกบฏในครั้งนี้เกิดขึ้นรวดเร็วฉับพลันเกินไปโดยไม่มีสัญญาณบ่งบอกล่วงหน้า นอกจากนี้ สุบารุยังเชื่อว่าสถานการณ์นี้ถูกเตรียมการเอาไว้นานแล้ว ซึ่งที่จริงเขาคำนวณว่าตนจะสามารถกลืนโจรกลุ่มอื่นได้ในอีกไม่กี่วันเสียด้วยซ้ำ
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นับเป็นหายนะร้ายแรง เขายังไม่ทันได้เตรียมการป้องกันใดๆด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้กองกำลังของเขามากกว่าครึ่งยกตกตายไป
สุบารุกำลังสู้หลังชนฝา แม้ว่าพวกโจรจะบุกเข้ามาอยู่หลายหนหากแต่ก็ยังไม่พบกับความสำเร็จ เซียวอวี๋ขอให้เหล่ยเป่าและหัวหน้าคนอื่นๆจัดหาเครื่องยิงหิน บาริสต้าและอุปกรณ์ตีเมืองมาเพิ่ม พวกเขากำลังจะกระหน่ำโจมตีเข้าไป สุบารุกำลังจนตรอก อีกทั้งการติดต่อสื่อสารกับปาก็ขาดหายไป พวกเขาไม่อาจรวบรวมอุปกรณ์โจมตีระยะไกลเช่นพวกเซียวอวี๋ได้ เหล่ยเป่าและหัวหน้าคนอื่นๆรีบให้สมุนของตนไปจัดหาอุปกรณ์มา
เซียวอวี๋ได้เข้ามาควบคุมการโจมตีด้วยตนเอง
"แถวแรกโจมตีได้! แถวที่สอง...โจมตี!" เซียวอวี๋ตะโกนสั่งการเสียงดัง เปลวเพลิงได้ทำหน้าที่ของมันอย่างยอดเยี่ยม กองกำลังของสุบารุพลันเปลี่ยนเป็นสับสนยุ่งเหยิง พวกโจรจึงใช้โอกาศนี้โจมตีเข้าไปอีกครั้ง
สุบารุตะโกนออกมาจากอีกด้านหนึ่ง "จางซาน! เจ้าสารเลว! ข้าอุตส่าห์รับตัวเจ้าเข้าเป็นพวกเดียวกัน แต่เจ้ากลับสมคบคิดกับผู้อื่นๆ เพราะเหตุใด?"
สุบารุอยากจะถลกผิวหนังของเซียวอวี๋ออกมาหากสามารถกระทำได้
เซียวอวี๋หัวเราะ "สุบารุเอ๋ย เหตุใดถึงมาตำหนิข้ากันเล่า? เจ้าได้ใช้เล่ห์อุบายมากมายเพื่อที่จะกลืนกินกองกำลังพันธมิตรกลุ่มอื่นๆเข้าเป็นของเจ้า เจ้าส่งคนไปลอบสังหารหัวหน้ากลุ่มอื่นๆ เจ้าช่างน่ารังเกียจเสียจริง แม้ว่าเจ้าจะยังไม่ลงมือต่อข้า หากแต่จะต้องมีสักวันที่ถึงคราวของข้า แน่นอนว่าข้าย่อมไม่งอมืองอเท้ารอให้เจ้าสังหาร ที่ข้าทำไปก็เพียงเพื่อปกป้องตนเองเท่านั้น!"
หัวหน้าคนอื่นๆรู้สึกชื่นชมเมื่อได้ยินวาจาของเซียวอวี๋
"ข้าไม่ได้กระทำผิด ข้าต้องการที่จะอยู่อย่างอิสระและสงบสุขในแดนพายัพนี่ก็เท่านั้น! เป็นเจ้าเสียอีกที่นำความวุ่นวายมาสู่ที่นี่! สิ่งที่เจ้าได้กล่าวมานั้นมีหลักฐานหรือไม่?" สุบารุกล่าวโต้ตอบ
เฟยตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง "สุบารุ! เจ้าต้องการหลักฐานงั้นหรือ? หากไม่ได้สหายจางยื่นมือช่วยเหลือ เช่นนั้นข้าคงไม่มีโอกาศมาอยู่ที่นี่แล้ว! ข้านี่แหละคือหลักฐาน!"
สุบารุยังคงโต้แย้งกลับมา "เฟย ข้าไม่เคยคิดที่จะสังหารเจ้าเลย ข้าไม่ได้ออกคำสั่งต่อผู้ใดทั้งนั้น......นี่เป็นการใส่ร้ายจากผู้อื่น!"
เฟยตอบกลับอย่างเกรี้ยวกราด "แล้วคนของเจ้าที่เรียกว่าฮัวและพี่น้องคนอื่นๆเล่า? อย่าบอกนะว่าพวกนั้นก็ไม่ใช่คนของเจ้าด้วย!"
สุบารุตะโกนกลับมา "เฟย ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อถือหรือไม่ ข้าไม่เคยออกคำสั่งเช่นนั้น นี่จะต้องเป็นอุบายของผู้อื่น ฮัวนั้นเป็นคนของข้า แต่ช่วงหลังๆมานี้เขามีพฤติกรรมที่แปลกไป.......ข้าเชื่อว่าเขาต้องถูกผู้อื่นดึงตัวไปเข้าร่วม"
เซียวอวี๋หัวเราะขัดขึ้นมา "สุบารุ เจ้าสามารถจะพูดแก้ต่างอย่างไรก็ได้......ทว่าความจริงก็ยังคงเป็นความจริง เจ้าคิดหรือว่าพวกเราจะเชื่อคำพูดของเจ้า? เหล่าผู้นำทั้งหลาย! สุบารุกำลังคิดที่จะถ่วงเวลา.......มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทราบว่ามันกำลังคิดใช้เล่ห์กลชั่วร้ายอันใดอีก ตอนนี้พวกเราควรจะกำจัดมันและแบ่งสิ่งของกัน!"
วาจาประโยคแรกของเซียวอวี๋ไม่มีผลต่อหัวหน้ากลุ่มต่างๆ ทว่าประโยคสุดท้ายของเขากลับทำให้พวกเขารู้สึกพลุ่งพล่านขึ้นมา พวกเขาไม่อาจถอยกลับได้อีกแล้ว ทางเลือกเดียวก็คือกำจัดสุบารุสีย
บรรดาผู้นำเมื่อได้ยินวาจาของเซียวอวี๋ก็สั่งกองกำลังของตนเข้าโจมตีทันที
อาคาร สิ่งก่อสร้างภายในค่ายเหยี่ยวถูกเผาทำลายกลายเป็นเถ้าถ่าน ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าห้ำหั่นกันท่ามกลางซากปรักหักพัง สุบารุเห็นว่ากองกำลังของเขากำลังถูกโอบล้อมและจะต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ในอีกไม่ช้า เขากัดฟันและจ้องมองไปที่เซียวอวี๋อย่างคั่งแค้น สุบารุรวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่างกระโจนขึ้นไปบนสิ่งก่อสร้างเพื่อหาทางตีฝ่าออกไป
เซียวอวี๋รีบกระตุ้นเตือนผู้นำคนอื่นๆให้พุ่งเป้าไปที่สุบารุเพราะหากสุบารุรอดไปได้จะเป็นภัยอันตรายใหญ่หลวง อย่างไรก็ตาม สุบารุนั้น ทั้งแข็งแกร่งและชาญฉลาด เขาได้มองหาหนทางหลบหนีเอาไว้ก่อนแล้ว ผู้คนที่กำลังไล่ล่าเขาจึงไม่อาจเข้าถึงตัวเขาได้
เซียวอวี๋มีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องกระทำ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใส่ใจสุบารุ ขวัญกำลังทางฝั่งไพร่พลของสุบารุเริ่มพังทลายเมื่อเห็นว่าสุบารุหลบหนีไป พวกมันจึงเริ่มวางอาวุธยอมจำนน
ดังนั้นพวกโจรจึงเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ ทว่าเมื่อถึงเวลาสรุปผลการรบแล้ว พวกเขาก็พบว่านี่เป็นชัยชนะที่แลกมาด้วยความสูญเสีย ทางฝั่งพวกโจรสูญเสียไพร่พลไปมหาศาล
กำจัดศัตรูไปพันคนตนเองต้องสูญเสียแปดร้อยนั่นไม่นับว่าเป็นชัยชนะ วลีนี้เหมาะที่จะใช้กล่าวถึงสถานการณ์ตอนนี้อย่างยิ่ง เดิมที ภายในค่ายเหยี่ยวแห่งนี้มีโจรอยู่มากกว่าแสนคน ทว่าหลังผ่านศึกมีไม่ถึงสองหมื่นคนที่เหลือรอด อย่างไรก็ตาม ชัยชนะก็ยังคงเป็นชัยชนะ นอกจากนี้ เหล่าผู้นำกลุ่มต่างๆยังได้แบ่งปันทรัพย์สินของค่ายเหยี่ยวที่ถูกเก็บรวบรวมมาเป็นเวลานับร้อยปี ทุกประการยังเรียกได้ว่าดีสำหรับบรรดาผู้นำกลุ่มตราบใดที่พวกเขามีเงินทอง
พวกโจรเริ่มคุมขังกองกำลังที่ยอมจำนนของสุบารุ จากนั้นเหล่าผู้นำก็เริ่มแบ่งสมบัติ มีผู้นำบางคนเกิดการทะเลาะกันขึ้นตอนที่แบ่งสมบัติของค่ายเหยี่ยว
อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีผู้ใดทันสังเกตเลยว่าเซียวอวี๋ได้หายตัวไปแล้ว........
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved