ตอนที่ 215

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋อยู่ภายในจวนเจ้าเมืองของเมืองกิสโก้ขณะมองไปที่โซโลมอนและบุตรชายทั้งสามซึ่งถูกมัดอยู่ ย่อมแน่นอนว่าพวกเขาไม่อาจหนีรอดจากการตามล่าของฮิปโปกริฟและพวกไรเดอร์

โซโลมอนดูเหมือนจะแก่ชราขึ้นหลายปี เขาไม่คิดว่าสงครามจะจบลงเช่นนี้ ซึ่งเขาได้คาดหวังกับมันเอาไว้ ทว่าตอนนี้ ตัวเมืองถูกยึดครอง กองทัพก็กระจัดกระจายแตกพ่าย มันเป็นฝันร้ายสำหรับเขา แต่สัมผัสจากเชือกที่มัดร่างของเขาอยู่นี้ก็ย้ำเตือนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เพียงความฝัน

"ข้าไม่มีอะไรจะกล่าว....ข้าแพ้แล้ว....ข้าชิงชังโชคชะตาที่ทำให้ข้าต้องมาเจอกับปีศาจเช่นเจ้า! ด้วยกองทัพประหลาดนั้น! ข้าคงได้ครองโลกใบนี้ไปแล้วหากมีกองทัพดุจเดียวกัน!" โซโลมอนตะโกนออกมาอย่างคลุ้มคลั่งขณะจ้องมองเซียวอวี๋

เขาปรารถนาดินแดนไลอ้อนมาเนิ่นนาน เขาต้องยึดครองดินแดนและตั้งตนเป็นกษัตริย์แห่งแดนพายัพ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าชะตากรรมของเขาจะกลับกลายเป็นเช่นนี้

"เจ้าเฒ่านี่กำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่?" เซียวอวี๋มองโซโลมอนอย่างเหยียดหยาม "แม้ว่าเจ้าจะมีกองกำลังอยู่ แต่เจ้าก็ยังคงต้องถูกจับอยู่ดี.....ตอนนี้เจ้าเป็นนักโทษของข้าแล้ว...ถ้าทำความดีบางทีข้าก็อาจจะไว้ชีวิตเจ้า....มิเช่นนั้นศีรษะของเจ้าจะต้องถูกปลิดปลงลง"

เซียวอวี๋รำคาญคนที่ชอบพูดจาไร้สาระ โซโลมอนไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะปริปากใดๆอีกแล้ว เขาทำเพียงปิดปากเงียบ

"ไม่ปริปากงั้นหรือ.....เช่นนั้นข้าจะถือว่าความเงียบของเจ้าคือคำปฏิเสธ" เซียวอวี๋หันกลับไปมองแคร์รี่และพี่น้องทั้งสองของเขา "สหายแคร์รี่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ยังจำวันเก่าๆของพวกเราได้หรือไม่? พวกเราออกร่ำสุรา เล่นสนุกกับสาวงามและอีกมาก....เหตุใดเจ้าจึงอยากได้ดินแดนของข้านักเล่า? แต่ตอนนี้เจ้าไม่เหลืออะไรแล้ว...."

แคร์รี่กล่าวตอบอย่างเย็นชา "ข้าไม่มีอะไรจะกล่าวถึงมัน.....ทำสิ่งที่เจ้าเห็นว่าสมควรเถอะ!"

เซียวอวี๋มองดูเขา "โอ้ ช่างหนักแน่นนัก.....เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าไม่ขาดแคลนสิ่งใดมากที่สุด? คนหนักแน่น...คนของข้าชื่นชอบการหักกระดูกคนประเภทนี้ยิ่ง....เสียงของกระดูกที่แตกหักจะสร้างความรื่นรมย์ให้กับพวกมัน ข้าว่าวันนี้เรามีอะไรให้รับชมกันแล้ว....."

เซียวอวี๋ส่งสายตาให้โอนีล โอนีลฉีกยิ้มกว้างถึงใบหูขณะที่ก้าวตรงมาหาแคร์รี่

ใบหน้าของแคร์รี่ซีดเผือดขณะที่ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด

อันที่จริงแล้ว หากแคร์รี่ไม่ได้พบเจอกับเซียวอวี๋ เช่นนั้นเขาก็สมควรได้เป็นลอร์ดคนต่อไปต่อจากบิดาจากบุคลิกและความเจ้าเล่ห์ของเขา

"เจ้าต้องการอะไร?" แคร์รี่ตะโกนออกมา

เซียวอวี๋ยกมือขวางโอนีลไว้ "ก็ไม่มากมายอะไร.....เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้ต้องการจะสังหารเจ้า....แต่ข้าต้องการเหตุผลที่ดี...เจ้าก็รู้ว่า ในเมื่อพวกเจ้าต้องการจะเข่นฆ่าข้า ข้าก็คงไม่อาจปล่อยปละไปเช่นนี้..."

แคร์รี่ทราบว่าตอนนี้เซียวอวี๋เป็นฝ่ายกุมชะตาชีวิตของเขาแล้ว มันเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน

แคร์รี่หยุดคิดครู่หนึ่ง "เจ้าต้องการอะไร?"

เซียวอวี๋กลับไปนั่งที่เก้าอี้ "คนผ้าคลุมดำเหล่านั้น....พวกมันเป็นใคร? เบื้องหลังของพวกมันคือใคร? ทำไมพวกมันจึงต้องการช่วยพวกเจ้า? ใครที่ตอบข้าเป็นคนแรกจะรอด ส่วนอีกสามคนต้องตาย!"

แคร์รี่กำลังจะเปิดปากขึ้น แต่พี่ชายของเขาก็ชิงกล่าวขึ้นก่อน "ข้ารู้! ข้ารู้! ....ไม่นานมานี้พวกมันมาหาบิดาของข้าและต้องการช่วยเหลือพวกเรา..."

แคร์รี่ที่แม้จะพลาดโอกาสแรกไปแต่เขาก็ยังต้องการโอกาส "พวกมันเป็นกองกำลังลึกลับ ดูเหมือนว่าพวกมันจะปรากฏตัวขึ้นในหลายดินแดนและมอบความช่วยเหลือ บางคนกล่าวว่าพวกมันเป็นหน่วยลับของราชวงศ์ที่ต้องการฟื้นฟูอำนาจ บางคนกล่าวว่าพวกมันเป็นตระกูลจากยุคโบราณที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงกลียุค...."

โซโลมอนโกรธแค้นขึ้นมาเมื่อเห็นแคร์รี่และบุตรชายคนรองของเขาชิงแย่งกันเปิดปากในช่วงวิกฤติ

บุตรชายคนโตเองก็ไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป มันก็รีบพลั่งพรูสิ่งที่ทราบออกมา ทว่าก็ยังไม่ทำให้เซียวอวี๋ทราบเบื้องหลังของกลุ่มผ้าคลุมดำ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นเพียงข่าวลือ

เซียวอวี๋หงุดหงิดขณะที่พยายามคาดเดาความเป็นมาของกลุ่มคนผ้าคลุมดำ เขาคิดว่าคนพวกนี้นี้จะต้องเป็นปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน

แม้ว่าบุตรชายทั้งสามจะเปิดปาก แต่โซโลมอนยังคงนิ่งเงียบ ต่างคนต่างต้องการให้เซียวอวี๋พอใจและปลดปล่อยพวกเขา

เซียวอวี๋ยกมือขึ้นขัด "ข้าเพียงแต่บอกว่าผู้ที่กล่าวคนแรกจะรอดชีวิต บุตรคนรองจะต้องเป็นคนงานในหมู่บ้านออร์ค....สามคนที่เหลือ...ตาย"

เซียวอวี๋หันไปมองโอนีล โอนีลเรียกพวกออร์คเข้ามาลากพวกเขาออกไป เซียวอวี๋ทราบว่าปล่อยคนเหล่านี้ไว้ไม่ได้ แคร์รี่บุกโจมตีเขาสองครั้งสองคราและพ่ายแพ้ แม้ว่าเซียวอวี๋จะไม่ได้โกรธแค้นแคร์รี่ แต่เขาก็ทราบดีว่าจะต้องมีคนมาชิงตัวพวกเขาไปหากคนเหล่านี้ยังมีชีวิตและจะก่อเภทภัยขึ้นมา การสังหารพวกเขาตอนนี้ก็เพื่อลดจำนวนปัญหาที่เขาจะต้องเผชิญในอนาคตลง

ไม่ถึงหนึ่งวันเขาก็จัดการเรื่องทหารของโซโลมอนสำเร็จ ทั้งสามเมืองตกอยู่ภายใต้การครอบครองของเซียวอวี๋ในลักษณะนี้ แม้ดินแดนจะถูกผนวกรวมไป แต่ราชวงศ์พยัคฆ์คำรนก็ไม่มีปฏิกริยาใด ในยุคนี้ ผู้ที่มีกำปั้นแข็งแกร่งที่สุดคือผู้กำหนดชะตากรรม!

เซียวอวี๋ไม่ได้ให้ทัพใหญ่ของเขาประจำการที่ดินแดนที่เพิ่งควบรวมมานี้ เขาเพียงทิ้งคนไว้ 5,000 เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในทั้งสามเมือง

ดินแดนของโซโลมอนไม่ได้อยู่ใกล้กับดินแดนของเซียวอวี๋มากนัก ดังนั้นหากเขาเลือกส่งกำลังมาประจำการที่นี่มากเกินไปมันก็จะเป็นการกระจายกำลังออก มันคงไม่ดีนักหากมีฝ่ายอื่นๆฉวยโอกาสนี้บุกโจมตีดินแดนของเขา

เซียวอวี๋ใช้นโยบายเพียงเล็กน้อยในการลดภาษี ส่งเสริมการทำฟาร์มและการรับสมัครทหาร เขาหวังที่จะเปลี่ยนคนเหล่านี้ให้กลายเป็นคนของตัวเองในเวลาอันสั้นที่สุด

ผู้ที่ต้องการจะย้ายไปยังเมืองไลอ้อนก็สามารถกระทำได้อย่างอิสระ หากต้องการจะอยู่ที่เมืองกิสโก้และอีกสองเมืองก็ไม่เป็นไร จะอย่างไรเมืองทั้งหมดก็เป็นของเซียวอวี๋อยู่แล้ว

ในกรณีที่เกิดสงครามขึ้น เซียวอวี๋วางแผนที่จะถอนกำลังทหารกลับมายังเมืองไลอ้อนและละทิ้งเมืองอื่นๆชั่วคราว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะดินแดนของเขายังไม่แข็งแกร่ง เขายังต้องพึ่งพาเหล่านักรบอัญเชิญ

กองกำลังส่วนใหญ่ของโซโลมอนต่างยอมจำนน เหล่าไพร่พลไม่ได้สนใจว่าผู้ใดจะเป็นนายของพวกเขา ขอเพียงพวกเขาได้รับการดูแลก็เพียงพอแล้ว เซียวอวี๋ยังจ่ายให้พวกมเขามากกว่าที่โซโลมอนเคยให้ซะอีก ดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนมารับใช้เซียวอวี๋

เซียวอวี๋เปลี่ยนชื่อดินแดนเป็นแคว้นคาลุน(แปลว่าจุดเช็คพ้อย)หลังจากกลายดินแดนของเขา มันจะเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนไลอ้อน

ขณะที่กำลังสะสางเรื่องราวจนเกือบหมดสิ้น ข่าวจากดินแดนไลอ้อนก็ถูกส่งมา มีกลุ่มโจรได้บุกโจมตีหมู่บ้านใกล้เคียงเมืองไลอ้อนซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียอย่างหนัก เซียวอวี๋รู้สึกประหลาดใจ เขาคิดว่าพวกโจรได้หลบหนีจากไปแล้วเมื่อสุบารุหายตัวไป ไฉนพวกมันจึงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง? พวกมันไม่เกรงกลัวกองทัพของเขาหรือ?

ฉับพลันเซียวอวี๋ก็นึกถึงขุมกำลังหนึ่งที่สามารถทำให้พวกโจรปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง "จักรวรรดิเมฆาตะวันตก!"