ตอนที่ 159

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

หลินอ้าวเทียนเลิกคิ้วขึ้นด้วยโทสะเมื่อได้ยินถ้อยคำที่อุกอาจของคาเมลอน เขากำลังจะจัดการกับคาเมลอน แต่เซียวอวี๋ก็ส่งสัญญาณมือหยุดหลินอ้าวเทียนเอาไว้ก่อน เซียวอวี๋ลุกขึ้นยืนปัดกางเกงและยิ้มออกมา "อัศวินคาเมลอน ข้าเป็นคู่หมั้นของมู่เสวี่ย ข้าคือบุตรจอมล้างผลาญที่ท่านกล่าวถึงเอง ลอร์ดแห่งดินแดนไลอ้อน เซียวอวี๋"

เซียวอวี๋กล่าวออกมาอย่างสงบขณะที่คาเมลอนพลันเดือดดาลขึ้นมา เขากำลังพยายามเติมเชื้อไฟลงในกองเพลิงเพื่อให้คาเมลอนเดือดดาลยิ่งขึ้น ด้วยวิธีการนี้ จะยิ่งทำให้เขาดูดียิ่งขึ้นในสายตาของคนอื่นๆ มีคำกล่าวอยุ่ว่า เมื่อคุณเผชิญหน้ากับศัตรู ผู้ที่รักษาจิตใจเอาไว้ได้คือ ผู้ชนะ

ทั้งหลินมู่เสวี่ยและหลินอ้าวเทียนต่างยืนอยู่ข้างเซียวอวี๋ ดังนั้นเขาจึงถือไพ่เหนือกว่า ไม่จำเป็นต้องทำตัวหยาบกร้านใดๆ เขาเพียงต้องวางตัวไม่ได้ทุกข์ร้อนใดๆเพื่อเอาชนะคาเมลอน

"เป็นเจ้า?" มีเจตนาฆ่าฟันวูบผ่านแววตาของคาเมลอน

เซียวอวี๋อมยิ้มและผงกศีรษะ "ถูกแล้ว เป็นข้าเอง"

การยิ้มของเซียวอวี๋ทำให้คาเมลอนเดือดดาลมากยิ่งขึ้น

ทัศนคติที่ไม่แยแสนี้ราวกับเป็นการประกาศสงครามต่อคาเมลอน ราวกับเซียวอวี๋กำลังบอกว่า มู่เสวี่ยเป็นของข้า ไม่ใช่เจ้า ทว่าคาเมลอนเองก็ไม่ใช่คนโง่ เขาทราบว่า ต่อให้กระทำตัวหยาบคายออกมาก็ไม่มีส่วนช่วยต่อเรื่องราว

คาเมอลนมองเซียวอวี๋อย่างเย็นชา "ดยุคเซียวอวี๋! ท่านทราบวัตถุประสงค์ในการมาเยือนที่นี่ของข้าแล้ว ข้ารู้จักกับมู่เสวี่ยมาสี่ปีและพวกเราก็สนิทสนมกันมาก นางไม่อาจแสดงความตั้งใจที่แท้จริงของนางได้เนื่องเพราะการมาของเจ้า ข้าทราบว่านางเองก็รักข้ามาก ข้าเชื่อว่าเจ้าเองก็เข้าใจข้าในฐานะบุรุษ ข้าไม่อาจปล่อยหญิงคนรักให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือผู้ใดได้! วันนี้! ในฐานะอัศวิน! ข้าขอท้าเจ้าประลอง ข้าจะยกมู่เสวี่ยให้เจ้าหากว่าข้าพ่ายแพ้ และหากว่าข้าชนะ เจ้าจะต้องปล่อยให้นางได้ทำความตั้งใจที่แท้จริง แต่งงานกับข้า! บุตรชายของจอมทัพเซียวซานเทียนมีความกล้าหาญพอจะตอบรับคำท้าหรือไม่?"

คาเมลอนเป็นชายที่ฉลาด เขาทราบว่ามู่เสวี่ยได้ปฏิเสธเขาอย่างชัดเจน ทว่าเขาก็ยังคงยืนกรานในความรักระหว่างเขาและมู่เสวี่ย เขาต้องการจะปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความริษยาลงในจิตใจเซียวอวี๋ในฐานะที่มาทำให้เขามีโทสะ นอกจากนี้การใช้ฐานะของอัศวินมาเพื่อท้าทายความรักของเขาและทำให้เขาดูมีความมุ่งมั่นในสายตาของสาธารณชน เซียวอวี่จะถูกกล่าวขานเป็นคนขี้ขลาดตาขาวหาว่าเขาปฏิเสธการประลองนี้ หากว่าเซียวอวี๋ตอบรับคำท้า เช่นนั้นเขาก็จะชนะอย่างแน่นอน

หลินอ้าวเทียนและมู่เสวี่ยต้องการที่จะขัดขวางการประลองเพราะเกรงว่าเซียวอวี่จะยอมรับคำท้า พวกเขาไม่ทราบความแข็งแกร่งของเซียวอวี๋ แต่พวกเขาทราบความแข็งแกร่งของคาเมลอน เขานับเป็นหนึ่งในสามอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองไชน์และเขาอยู่ในระดับสูงสุดของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สอง เขาอยู่ห่างจากขั้นที่สามอีกเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว เซียวอวี๋มีอายุเพียงสิบแปดปีและไม่ได้เข้าศึกษาในสถาบันอัศวิน แล้วเช่นนั้นเซียวอวี๋จะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของคาเมลอนได้อย่างไร?

เซียวอวี๋โบกมือปรามพวกเขาไว้ เขาหัวเราะออกมา "ข้าขอรับคำท้า อัศวินคาเมลอน....ทว่า"

จิตใจของหลินอ้าวเทียนและหลินมู่เสวี่ยจมลงเมื่อได้ยินว่าเซียวอวี๋ตอบรับคำท้าของคาเมลอน พวกเขาเชื่อว่าเซียวอวี๋ยังหนุ่มแน่นเกินไปจึงกระทำการอย่างหุนหันพลันแล่น หลินอ้าวเฟิงและสมาชิกคนอื่นๆของตระกูลหลินต่างรู้สึกยินดีเนื่องเพราะพวกเขาเชื่อว่าตัวตนเช่นหลินมู่เสวี่ยนั้นคู่ควรกับตัวตนเช่นคาเมลอนเพื่อให้ตระกูลได้รับผลประโยชน์

"ทว่าอะไร?" คาเมลอนรีบเอ่ยถามออกมาเมื่อได้ยินว่าเซียวอวี๋ตอบรับคำท้า

เซียวอวี๋เหลือบมองหลินมู่เสวี่ยก่อนจะหันมามองคาเมลอน "ข้าขอรับคำท้าจากเจ้าในฐานะคู้หมั้นของมู่เสวี่ย ข้าไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว ข้าเป็นผู้ที่สามารถลุกขึ้นยืนปกป้องนางไม่ว่าผู้ที่เข้ามาท้าทายจะเป็นผู้ใด ข้าจะยังคงกระทำเช่นเดียวกันแม้ว่าจะคู่ต่อสู้จะเป็นอัศวินที่เก่งกาจที่สุดในทวีป ข้าก็จะไม่ลังเล

ทว่าตัวข้านั้นไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินชีวิตของมู่เสวี่ย นางไม่ใช่สิ่งของที่ผู้ชนะจะทำอย่างไรกับนางก็ได้ ชะตากรรมของนางอยู่ในมือของนางเอง ข้าเคารพการตัดสินใจของนางและอวยพรด้วยความยินดีกับสิ่งที่นางเลือก ข้าเองก็ตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกพบ ทว่าข้าไม่ต้องการที่จะบังคับให้นางมาเป็นผู้หญิงของข้า ข้าจะให้โอกาศนางได้เลือกความสุขของนางเอง หากว่านางรักเจ้าจริงๆ เช่นนั้นข้าก็ขอยอมรับในสิ่งที่นางเลือก ดังนั้น ข้ายอมรับคำท้าของเจ้า แต่ไม่ขอใช้นางเป็นสิ่งเดิมพัน ข้ายินดีตัดแขนของตัวเอง แต่นางจะต้องไม่อยู่ในรายการเดิมพัน!"

ทุกคนต่างนิ่งตะลึงงันเมื่อได้ยินถ้อยคำของเซียวอวี๋ หลินมู่เสวี่ย คาเมลอน หลินอ้าวเทียนและคนอื่นๆยืนนิ่งอยู่เป็นเวลานาน ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเซียวอวี๋จะกล่าววาจาเช่นนี้ออกมา

คำกล่าวของเขาได้จี้จุดอ่อนในการพิชิตใจมู่เสวี่ย

คำพูดของเขากระทั่งมีน้ำหนักว่ากฏอัศวินของคาเมลอน เป็นเรื่องปกติสำหรับอัศวินที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้ครอบครองผู้หญิงที่พวกเขาต้องการ ทว่ามีผู้ใดบ้างที่ใส่ใจความรู้สึกของอิสตรีเหล่านั้น?

พวกนางจะชื่นชอบผู้ที่เอาชนะการประลองได้จริงๆหรือ?

สิ่งที่ผู้หญิงในยุคนี้ต้องการคืออะไร? พวกนางต้องการที่จะกุมชะตากรรมของตัวเอง ทว่าพวกนางก็ไม่ได้รับอนุญาติให้ทำเช่นนั้นได้ หญิงสาวจากตระกูลอันมั่งคั่งไม่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้และทำได้เพียงปฏิบัติตามที่ตระกูลจัดสรรเอาไว้ให้

หลินมู่เสวี่ยกระจ่างชัดในเรื่องนี้มากกว่าผู้ใด ยามที่ชำเลืองมองเซียวอวี๋คราแรก นางรู้สึกได้ว่าเซียวอวี๋ไม่ใช่คนเลว เขาไม่ได้มีท่าทีดั่งเช่นที่ผู้คนเล่าลือกัน อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของบุตรหลานจากตระกูลที่มั่งคั่งล้วนเป็นดังคำกล่าวของเซียวอวี๋ ดังนั้นนางจึงชินชากับเรื่องเหล่านี้ นางต้องการที่จะเลือกหนทางให้กับตนเอง ทว่าความเป็นจริงอันโหดร้ายได้ทำลายความฝันนั้นไป นางทราบดีว่า ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลหลินแล้ว ชะตากรรมของนางล้วนอยู่ในกำมือของบรรดาผู้อาวุโสภายในตระกูล

หลินมุ่เสวี่ยเชื่อว่าเซียวอวี๋นั้นไม่ใช่คนเลวร้ายหลังจากที่ได้พบหน้ากัน คำพูดและการกระทำของเขาเพียบพร้อมด้วยลักษณะที่ขุนนางพึงมี ยิ่งไปกว่านั้นเซียวอวี๋ยังไม่ได้จ้องมองเรือนร่างของนางด้วยความหื่นกระหาย บุรุษส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่ใจอิสตรี พวกเขาเพียงใช้พวกนางเยี่ยงเครื่องระบายอารมณ์ นี่จึงเป็นเหตุผลที่นางคิดว่าตนเองสามารถยอมรับเรื่องงานแต่งงานที่บิดาของนางและบิดาของเซียวอวี๋ได้จัดการเอาไว้ให้ได้ หลังจากได้พูดคุยกัน นางก็พบว่าเซียวอวี๋เป็นบุรุษที่สง่างาม

นางกังวลว่าเซียวอวี๋จะเกิดความไม่พอใจขึ้นมากับการปรากฏตัวของคาเมลอน อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ไม่ได้ใส่ใจต่อคำพูดของคาเมลอน ซึ่งหมายความว่าเขาไม่ได้เกิดความริษยาขึ้นโดยง่าย

ถ้อยคำสุดท้ายของเซียวอวี๋เป็นสิ่งที่ทำให้นางเชื่อว่าคู่หมั้นของนางเป็นวีรบุรุษที่แท้จริง อันที่จริง เขาเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่นางเคยพบมาเลยก็ว่าได้ จะมีผู้ใดยินยอมให้นางเลือกโชคชะตาของตนเองบ้างเล่า? จะมีผู้ใดยินยอมใช้แขนของเขาเป็นสิ่งเดิมพันเพื่อให้นางได้กำหนดชะตากรรมของตัวเองบ้าง?