ตอนที่ 247

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ไม่ได้ใส่ใจเคราแดงที่ไม่ได้อยู่ภายในค่ายมากนัก เขาจะขโมยทรัพย์สมบัติทั้งหมดของนางอยู่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วนางจะต้องมาหาเขา

เสียงสนทนาภายในห้องโถงยังคงดำเนินต่อไป สุดท้ายพวกมันก็ตัดสินใจให้เลือกเสียงข้างมาก พวกมันจะส่งทัพม้าสองหมื่นคนไปอยู่ใกล้กับเมืองรัชเชตและหลังจากตรวจสอบสถานการณ์ภายในเมืองแล้ว หากว่าเมืองรัชเชตที่กำลังทหารปกป้องเมืองมากเกินไปพวกมันก็จะถอยทัพ มิเช่นนั้นพวกมันจะลงมือแล้ว

พวกมันตัดสินใจส่งกำลังคนไปในช่วงบ่าย ดังนั้นพวกมันส่งควรถึงเมืองรัชเชตในยามเย็น

เซียวอวี๋และกรอมปลีกตัวออกไปเมื่อได้ฟังแผนการแล้ว

พวกเขาสำรวจจุดยุทธ์ศาสตร์อีกหลายแห่งก่อนจะออกไปจากที่นั่น

................................

................................

"ถอย! ถอยก่อน!" เซียวอวี๋ออกคำสั่งต่อกองกำลังที่จัดวางประจำตำแหน่งเอาไว้ กองกำลังทั้งหมดได้ถูกจัดให้โอบล้อมภูเขาด้านต่างๆ

"เกิดอะไรขึ้น?" โถวปาหงถาม

โถวปาหงตกใจเมื่อเห็นเซียวอวี๋หายตัวและลอบเร้นเข้าไปในรังโจร เขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าเซียวอวี๋เป็นคนประเภทใดกันแน่

"พวกมันจะออกเดินทางไปที่เมืองรัชเชต...ส่งคนไปสั่งการให้ทุกคนออกจากเมือง พวกเราจะรอคอยให้พวกมันเคลื่อนกำลังออกไป จากนั้นพวกเราจะเข้าไปด้านใน" เซียวอวี๋อธิบายสถานการณ์ภายในและแผนการที่เขาคิดขึ้น

โถวปาหงถอนหายใจหลังจากได้ฟังทุกอย่าง

"เจ้าเป็นอัจฉริยะจริงๆ"

เซียวอวี๋งุนงง "เจ้ากำลังพูดอะไร? กระทั่งคนโง่ก็ยังเข้าใจว่าต้องทำอย่างไรเลย"

สามชั่วโมงต่อมาพวกโจรสองหมื่นคนก็เดินทางออกจากหุบเขามุ่งหน้าไปยังเมืองรัชเชต เซียวอวี๋เผยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าแผนการของเขาสำเร็จไปแล้วครึ่งทาง พวกโจรส่วนใหญ่ออกจากที่ซ่อนไปแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าหลงเหลือพวกโจรที่ด้านในอีกไม่มาก

"จะเรียกตนเองว่าเป็นคนสมัยใหม่ได้อย่างไรถ้าหากกระทำงานง่ายๆเช่นนี้ไม่สำเร็จ" เซียวอวี๋หรี่ตาลงขณะที่เข้าไปด้านในพร้อมกับกรอม

..................................

..................................

พวกโจรไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าจะมีคนมาโจมตีฐานทัพของพวกมัน พวกมันเป็นฝ่ายโจมตีมานานหลายปี ดังนั้นการเฝ้าระวังของพวกมันจึงแทบจะไร้การตื่นตัว

ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังได้ส่งทัพใหญ่ไปยังเมืองรัชเชต พวกมันไม่คาดคิดว่าจะมีศัตรูบุกมาที่ฐานของพวกมันในช่วงเวลานี้

มันต้องใช้เวลาเตรียมการที่จะเคลื่อนกองกำลังขนาดใหญ่ การเคลื่อนไหวของเซียวอวี๋และโถวปาหงได้ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างดีแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่เลือกกระทำเช่นนี้เพราะว่ามีความเสี่ยงมากเกินไป

ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เป็นเวลาอันสมบูรณ์เบบที่จะโจมตีพวกโจรด้านในที่กำลังพักผ่อนหรือนอนหลับอยู่

..................................

.................................

"น้ำ! ไปเอาน้ำมาเร็ว!..." ไม่ทราบว่าผู้ใดตะโกนขึ้นเป็นคนแรก แต่พวกโจรก็มีปฏิกริยาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงกลอง

มันไม่ใช่เหตุการณ์ที่หาได้ยากเมื่อมีสถานที่บางแห่งเกิดเพลิงไหม้ มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและพวกโจรก็มีวิธีการมากมายในการรับมือกับเพลิงไหม้

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้พวกมันทราบว่าเป็นการลอบวางเพลิง เปลวเพลิงได้ลุกท่วมคอกม้า ไม่นานทั่วทั้งฐานก็เกิดความโกลาหลขึ้น มันยากที่จะดับเพลิงไปพร้อมกับการควบคุมม้าให้สงบลง พวกม้าวิ่งตะบึงไปทั่วทั้งฐานจนเกิดเป็นความวุ่นวายขึ้นมา ผู้คนภายในจักรวรรดินั้นคุ้นเคยกับม้าเป็นอย่างดี ดังนั้นภายในฐานจึงไม่ได้มีม้าอยู่แค่ตัวหรือสองตัว หากแต่มีจำนวนนับหมื่น

พวกม้ากำลังเหยียบย่ำพวกโจรและทาสขณะที่สถานการณ์วุ่นวายยังคงดำเนินต่อไป

ฮี้~

พวกม้าวิ่งโถมไปทั่วทุกที่ราวกับเกิดคลื่นสึนามิโถมไปยังทุกที่ที่พวกมันวิ่งตะบึงไป

"เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?" บุรุษศีรษะล้านเลี่ยนวิ่งออกมาจากที่ทำการเมือง มันขมวดคิ้วขณะที่มองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

มันไม่อาจเข้าใจได้ว่าเกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่คอกม้าได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นเพลิงยังลุกโหมอย่างน่ากลัว ทั้งยังลุกลามเป็นวงกว้างภายในเวลาไม่นาน

"จะดีที่สุดถ้าพวกเราไปเชิญท่านอาจารย์ทั้งหลายมาช่วยดับเพลิงขอรับ" สมุนผู้หนึ่งกระซิบกับบุรุษศีรษะล้าน

บุรุษศีรษะล้านผงกศีรษะ "ข้าจะไปควบคุมพวกทาสเพื่อดับไฟ....หากว่าพวกมันไม่ช่วย เช่นนั้นก็ใช้ร่างพวกมันดับไฟ"

"ขอรับ" ลูกสมุนรับคำและจากไป

บุรุษศีรษะล้านกลับเข้าไปด้านในห้องโถงมุ่งหน้าไปยังห้องแห่งหนึ่ง

"เกิดอะไรขึ้น?" มีเสียงดังออกมาจากภายในห้อง

"เกิดเพลิงไหม้ที่คอกม้าจนสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายอย่างยิ่งขอรับ ข้าหวังว่าท่านอาจารย์ทั้งหลายจะยื่นมือช่วยเหลือในการดับไฟ....มิเช่นนั้นพวกเราคงต้องประสบกับความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแล้ว" บุรุษศีรษะล้านกล่าวกับ 'อาจารย์' ด้วยท่าทีนอบน้อม ดูราวกับบ่าวกำลังรายงานต่อเจ้านาย

หนึ่งในอาจารย์เหล่านั้นผงกศีรษะ "พวกเราจะไปจัดการในทันที"

ไม่นานก่อนที่ผู้คนสวมผ้าคลุมดำสี่ถึงห้าคนก็ก้าวออกมาจากห้องโถง ใบหน้าของพวกมันถูกบดบังด้วยหน้ากากสีดำและเผยให้เห็นเพียงแค่ดวงตา

คนกลุ่มนี้มุ่งหน้าไปยังคอกม้าก่อนจะเริ่มลงมือร่ายเวท ครู่ถัดมาแสงสีฟ้าอันแน่นหนาก็ปรากฏขึ้นที่ด้านบนคอกม้า ฝนเริ่มตกลงมาและฝนตกหนักขึ้นเพียงชั่วเวลาอันสั้น

เพลิงเริ่มมอดดับลงอย่างรวดเร็ว พวกทาสช่วยกันดับเพลิงกลุ่มเล็กๆด้วยถังน้ำ

"เป็นพวกมันอีกแล้ว!" เซียวอวี๋ตกตะลึงเมื่อได้เห็นกลุ่มคนผ้าคลุมสีดำอันลึกลับ ภายในใจเริ่มเกิดลางสังหรณ์ที่เลวร้ายขึ้นมา

"เป็นพวกมันที่หนุนหลังเคราแดง...เป็นไปได้อย่างมากว่าพวกมันจะสนับสนุนพวกกบฏด้วยเช่นกัน" เซียวอวี๋สูดหายใจเข้าลึก

เขาตระหนักได้ว่าจะต้องทุ่มเททุกอย่างสันบสนุนโถวปาหงให้ได้ ก้าวต่อไปของพวกมันจะต้องเป็นการโจมตีดินแดนไลอ้อนอย่างแน่นอนหากว่าพวกมันสามารถควบคุมจักรวรรดิเมฆาตะวันตกเอาไว้ได้ ประตูหน้าด่านของการรุกรานอาณาจักรพยัคฆ์คำรนก็คือดินแดนไลอ้อน

"พวกมันช่างน่ากลัวนัก! พวกมันเป็นใครกัน? มีพวกมันอยู่ทุกหนทุกแห่ง ข้าจะต้องทำให้โถวปาหงจัดการกับพวกมันเพื่อไม่ให้พวกมันโจมตีดินแดนไลอ้อนได้" มีความคิดผุดขึ้นมามากมายภายในหัวของเซียวอวี๋ ความซับซ้อนของสถานการณ์ตอนนี้อยู่เหนือความเข้าใจของเขาไปแล้ว การแย่งชิงบัลลังก์ไม่ได้เพียงเป็นเรื่องของจักรวรรดิเมฆาอีกต่อไป หากแต่ยังเกี่ยวพันถึงอาณาจักรพยัคฆ์คำรน

"โชคดีที่มีนักรบอัญเชิญอยู่ เดิมทีสมควรมีเวลามากพอเพื่อพัฒนากองทัพ หากแต่ในตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว....ความแข็งแกร่งของเราตอนนี้ยังไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับพวกมัน" เซียวอวี๋มุ่งหน้าไปยังประตูเมืองโดยปราศจากความลังเลทันที

ขณะที่ทางด้านของพวกโจรก็ยังคงง่วนอยู่กับการดับเพลิง

"ขอบคุณท่านอาจารย์ทุกท่าน" บุรุษศีรษะล้านโค้งตัวให้กับเหล่าผู้ใช้มนตราเมื่อเพลิงมอดดับลงแล้ว

พวกผู้ใช้มนตรามองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังเตรียมตัวจากไป

ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมา "ไฟไหม้! ไฟไหม้ยุ้งฉางแล้ว!"

ทั้งบุรุษศีรษะล้านและเหล่าผู้ใช้มนตราต่างตกตะลึง พวกมันเขาใจทันทีว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม พวกมันตอบสนองช้าเกินไป

เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นที่ประตูเมือง มันเป็นระเบิดจากยุคโบราณ

"มีศัตรู!" ยามลาดตระเวรตะโกนขึ้นมา

"ไปที่ประตูเร็ว!" บุรุษศีรษะล้านรีบตะโกนสั่งการสมุน

ในเวลานั้นเองก็มีอีกเสียงตะโกนขึ้นมา "แม่ทัพใหญ่แห่งจักรวรรดิเมฆา โถวปาหู่อยู่ที่นี่แล้ว หัวหน้าโจรเคราแดงถูกจับกุมแล้ว ผู้ที่ขัดขืนจะต้องตาย!" ประโยคเดียวกันนี้ยังคงดังขึ้นอีกหลายครั้ง

"ทัพหลวง? แม่ทัพใหญ่โถวปาหู่?" พวกโจรต่างตกตะลึงอ้าปากค้าง ในขณะที่พวกทาสต่างตื่นเต้นขึ้นมา พวกทาสต่างเชื่อว่า พวกมันจะได้รับอิสระภาพอย่างแน่นอนภายใต้การบุกโจมตีของโถวปาหู่