ตอนที่ 263

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ทหารของปาเทียนหมิงล้วนเป็นทหารชั้นยอด หากแต่ไพร่พลภายในเมืองต่างก็ได้รับค่าชดเชยด้วยเงิน ดังนั้นสถานการณ์ตอนนี้จึงยังคู่คี่สูสี

ปาเทียนหมิงแค่นเสียงออกมาขณะทอดตามองดูทั่วสนามรบ "โถวปาหงมันมีฝีมืออยู่บ้างแต่อีกไม่นานข้าจะยึดเมืองและจับตัวมันมา"

ปาเทียนหมิงมั่นใจในศึกครั้งนี้อย่างมาก โถวปากุ้ยได้ส่งทรัพยากรมากมายให้กับเขา เขาคงกลายเป็นที่หัวเราะเยาะของผู้คนไปหลายร้อยปีหากไม่อาจตีหักเอาเมืองฮัวเหลียนมาได้

การรบยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่มีผู้บาดเจ็บล้มตายจากทั้งสองฝ่าย ผู้บัญชาการคนหนึ่งเข้ามาอยู่ที่ข้างกายของปาเทียนหมิง "ท่านแม่ทัพ ไฉนพวกเราไม่ส่งพวกชาแมนและนักรบหมาป่าเข้าสู่สนามรบหรือขอรับ? พวกเราจะสามารถเอาชนะได้โดยง่าย"

ปาเทียนหมิงส่ายหน้า "ไม่จำเป็นต้องเผยไพ่ในมือทั้งหมดออกไปก่อนศึกสุดท้าย พวกมันสามารถก่อกำแพงสูงได้ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นพวกมันจะต้องเตรียมทำศึกยืดเยื้อกับพวกเรา...ข้าไม่อาจส่งนักรบหมาป่าและชาแมนออกไปตอนนี้"

การโจมตีระลอกแรกยุติลงในเวลาหนึ่งชั่วโมง กองทัพของปาเทียนหมิงไม่อาจสร้างความเสียหายได้มากนักเพราะไพร่พลของเมืองต่างก็สุ้รบอย่างกล้าหาญ

เซียวอวี๋และโถวปาหงได้ไปเดินเยี่ยมเหล่าทหารบนกำแพงในช่วงพักผ่อน เหล่าทหารต่างเต็มไปด้วยจิตวิญญาณต่อสู้เมื่อได้เห็นองค์จักรพรรดิเสด็จมาเยี่ยมเยือนพวกมันด้วยพระองค์เอง

"เจ้าคิดว่าพวกเราจะสามารถยื้อไปได้อีกนานเท่าใด?" โถวปาหงเอ่ยถามออกมาเมื่ออยู่กันตามลำพัง แม้ว่าพวกเขาจะสามารถป้องกันเอาไว้ได้ หากแต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีนัก ทั้งคุณภาพและจำนวนกองทัพของฝั่งปาเทียนหมิงต่างสูงกว่าฝั่งของพวกเขา

เซียวอวี๋ยิ้มออกมา "ไม่ต้องกังวลไป...ข้ากล่าวเอาไว้แล้วว่าจะช่วยให้เจ้าได้นั่งบนบัลลังก์อย่างมั่นคง....กองทัพของข้าจะมาถึงเมืองฮัวเหลียนในวันพรุ่ง ดังนั้นที่เราต้องทำก็คือปกป้องเมืองในส่วนของวันนี้และคืนนี้..."

โถวปาหงขมวดคิ้ว "กองทัพเจ้าแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเชียว?"

เซียวอวี๋เผยรอยยิ้มลี้ลับ "พวกเราเพียงต้องป้องกันเมืองในวันนี้เอาไว้ให้ได้...แล้วพรุ่งนี้เจ้าจะได้ทราบความร้ายกาจของทัพข้า"

โถวปาหงทอดมองดูค่ายกระโจมของฝ่ายข้าศึก "ข้ากังวลว่าพวกมันจะเรียกใช้ทัพนักรบหมาป่า...หากเป็นเช่นนั้นพวกเราก็ไม่อาจรักษาเมืองไว้ได้แล้ว"

เซียวอวี๋ยิ้มขณะที่ชี้นิ้วไปที่กองฟางที่แยกตัวออกมาจากโคลนส่วนฐานของกำแพง "เจ้าเห็นนั่นหรือไม่? พวกหมาป่าคงหงุดหงิดน่าดูเมื่อพวกเราใช้สิ่งนี้"

โถวปาหงมึนงง "เพียงกองฟางจะทำร้ายนักรบหมาป่าได้อย่างไร?"

เซียวอวี๋หันมามองโถวปาหง "อันนี้เจ้าโง่จริงๆหรือว่าเจ้าแกล้งโง่กัน? แน่นอนว่าฟางไม่อาจทำอย่างไรพวกมันได้..แต่หากพวกเราจุดไฟ....เจ้าคิดว่ายังจะทำอะไรพวกมันไม่ได้อีกหรือ? พวกมันอาจจะฝึกฝนหมาป่ามาเป็นพิเศษ แม้ว่าพวกมันจะไม่กลัวไฟ...แต่หากเป็นเส้นขนที่ยาวของพวกมันเล่า? พวกเราจะเทราดน้ำมันลงไปเพื่อให้แน่ใจว่าไฟจะลุกโหมอย่างรวดเร็ว"

ซึ่งความจริงแล้วเซียวอี๋ได้ตระเตรียมน้ำมันเอาไว้แต่แรก เขาต้องการใช้พวกมันเผาค่ายของศัตรู แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะต้องนำมันมาใช้กับสิ่งอื่นก่อน อย่างไรเสียตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่อาจรับมือกับนักรบหมาป่าได้

ดวงตาของโถวปาหงสว่างจ้า "แม้ว่าจะไม่อาจฆ่าพวกมันได้ทั้งหมด แต่พวกมันก็จะต้องสูญเสียอย่างหนักจนต้องหยุดการโจมตี"

ปาเทียนหมิงออกคำสั่งโจมตีอีกครั้ง ตอนนี้มีกองทัพมากกว่าสองทัพมาเข้าร่วมกับมัน ทำให้ตอนนี้มันมีกำลังคนอยู่ในควบคุมมากกว่าหนึ่งแสนคน

มันมั่นใจอย่างยิ่งว่ากลยุทธ์ของมันจะประสบความสำเร็จและลดทอนกำลังของฝ่ายป้องกันจนหมดสิ้น ปาเทียนหมิงวางแผนที่จะโจมตีหลายระลอกค่อยๆตัดทอนกำลังของฝ่ายรักษาเมือง

การรบดำเนินต่อไปอีกหลายชั่วโมงและยุติลงเมื่อฟ้าเริ่มมืด

"ท่านแม่ทัพ พวกเราจะโจมตีในตอนกลางคืนด้วยหรือไม่ขอรับ?" ผู้บัญชาการเอ่ยถาม

ปาเทียนหมิงหรี่ตาลง "แน่นอน การโจมตีในตอนกลางคืนจะสร้างความเสียหายให้กับพวกมันได้มาก....นอกจากนี้ ให้ส่งนักรบหมาป่าออกไปหนึ่งร้อยนาย"

ผู้บัญชาการมึนงง "ท่านแม่ทัพ ไฉนพวกเราไม่เก็บพวกมันไว้ใช้ในศึกตัดสิน?"

ปาเทียนหมิงยิ้มออกมา "นักรบหมาป่ามีชื่อเสียงเลื่องลือในจักรวรรดิ พวกเราเพียงส่งออกไปกดดันพวกมัน พวกมันหลายคนจะหมดกำลังใจเมื่อทราบว่าฝั่งของเรามีนักรบหมาป่า"

ผู้บัญชาการผงกศีรษะรับ

.................................

.................................

อวู๊ววว~

ผู้คนภายในเมืองเริ่มได้ยินเสียงหอนของหมาป่าในยามค่ำคืน พวกเขาทราบว่านักรบหมาป่าจะออกโจมตีแล้ว ทุกคนต่างทราบดีว่าหนึ่งหมาป่าสามารถฉีกร่างทหารมือดีได้นับสิบในการต่อสู้

ภายในจักรวรรดิเมฆาตะวันตกแล้ว นักรบหมาป่านับเป็นราชันย์แห่งสนามรบ ไพร่พลที่เฝ้ารักษากำแพงเริ่มตัวสั่นเทิ้มขึ้นมา ไม่มีผู้ใดต้องการเข้าปะทะกับนักรบหมาป่า

เซียวอวี๋อดยกมือขึ้นลูบจมูกไม่ได้เมื่อได้เห็นสีหน้าที่ดูหวาดกลัวของเหล่าทหาร เขาประเมินความหวาดกลัวของไพร่พลทั่วไปต่อนักรบหมาป่าต่ำเกินไป ชื่อเสียงของนักรบหมาป่านี้มีอิทธิพลอย่างมาก

กระนั้นคืนนี้เขาก็ต้องรักษาเมืองเอาไว้ให้ได้

"ทหารทั้งหลายจงฟังข้า! พวกเรามีอาวุธพิเศษเพื่อใช้รับมือกับนักหมาป่า! สิ่งที่พวกเจ้าต้องทำก็คือยันทหารข้าศึกเอาไว้....ข้าจะรับมือกับพวกนักรบหมาป่าเอง!" เซียวอวี๋ทราบว่าเขาต้องรักษาขวัญกำลังใจของไพร่พลเอาไว้ให้ได้

อันที่จริงเขาเตรียมที่จะใช้ทัพอัศวินและพลเดินเท้าในการต้านทานพวกนักรบหมาป่าแล้ว

พลเดินเท้าสามารถใช้โล่ประดุจแขนของตน นักรบหมาป่าไม่อาจทะลวงผ่านพวกเขามาได้ ในขณะที่พวกอัศวินทั้งหมดต่างสวมใส่เกราะหนัก ดังนั้นพวกหมาป่าก็ย่อมไม่อาจจัดการพวกเขาได้โดยง่ายเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นอาวุธของพวกอัศวินยังเป็นดาบหนัก เซียวอวี๋เชื่อว่ามันย่อมเพียงพอที่จะสับสังหารหมาป่า

ในเวลาเดียวกันเซียวอวี๋ก็ส่งคนไปนำน้ำมันมาที่กำแพง

"หากข้าคำนวณไม่ผิดสมควรมีนักรบหมาป่าราวหนึ่งร้อยคนโจมตีทางทิศตะวันตก" เซียวอวี๋ฟังจากเสียงหอนและตัดสินทิศทางที่พวกมันจะโจมตีเข้ามา

อวู๊ววว~

เสียงกลองศึกดังสะท้อนออกมาขณะที่เสียงหอนของหมาป่าก็ยิ่งเข้ามาใกล้เมือง กองทัพของปาเทียนหมิงได้ใช้ประโยชน์จากความมืดมิดเข้าโจมตีอีกครั้ง

ทหารข้าศึกเริ่มพาดบันไดและปีนขึ้นมา

"ไฟ!" เซียวอวี๋ตะโกนสั่งการ

เซียวอวี๋พลันออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว เขาทราบว่าพวกนักรบหมาป่านั้นมีความว่องไวสูง มันจะสายเกินไปหากรอให้พวกมันเข้ามาใกล้กว่านี้

น้ำมันถูกเทราดลงไป จากนั้นจึงตามด้วยคบเพลิง ไฟเริ่มลุกโหมและส่องสว่างขึ้นมาในความมืด

เซียวอวี๋สั่งให้คนนำไม้แห้งมาเป็นเชื้อเพลิง

"....เกิดอะไรขึ้น?" เหล่าไพร่พลที่ปีนกำแพงอยู่ต่างมึนงง พวกมันพบว่าที่พื้นดินด้านล่างกลับมีกองเพลิงลุกโหมขึ้นมา กระนั้นมันก็สายไปแล้วที่จะหลบหนี อย่างไรก็ตาม หากมันเลือกที่จะปีนขึ้นไป พวกมันก็ต้องตายอยู่ดี นอกจากนี้กำลังเสริมที่ด้านล่างยังไม่อาจปีนตามขึ้นมา

มันเป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เหล่าไพร่พลป้องกันเมืองไม่ให้โอกาสพวกมันได้ขบคิด ลูกธนูถูกยิงลงมาสังหารไพร่พลที่กำลังปีนบันได

อวู๊ววว~

พวกหมาป่าเริ่มหยุดเท้าเมื่อได้เห็นทะเลเพลิงอยู่ที่เบื้องหน้า

พวกหมาป่าเชื่อมโยงจิตใจเข้ากับผู้ขี่ของพวกมัน นักรบที่ควบคุมหมาป่าย่อมไม่โง่เขลา พวกหมาป่าอาจมีขนหนาที่สามารถต้านทานความหนาวเย็นของทุ่งราบ กระนั้นมันก็ยังสามารถติดไฟโดยง่าย มันคงยากที่จะดับหากว่าหมาป่าถูกไฟลุกไหม้

"หืม....ไฟงั้นรึ! โถวปาหงนี่ช่างเจ้าเล่ห์จริงๆ...แต่จะสามารถใช้ไฟได้นานสักเท่าใดเชียว?" ปาเทียนหมิงออกคำสั่งหยุดโจมตีและรอจนกว่าเปลวเพลิงจะมอดดับลง