ตอนที่ 236

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋วางแผนที่จะพักผ่อนที่เมืองรัชเชตสักหลายวัน หลังจากนั้นจึงค่อยเดินทางไปยังเมืองฮาบาส เมืองหลวงของจักรวรรดิและปิดท้ายด้วยการไปเยือนชนเผ่าบลัดเอลฟ์

มีความเป็นไปได้ที่ชาวเผ่าบลัดเอลฟ์จะติดตามเขากลับไปยังดินแดนไลอ้อน ดังนั้นเขาจึงต้องเดินทางไป นอกจากนี้เขายังต้องการไปยังเมืองหลวงของจักรวรรดิเพื่อทำความเข้าใจกับนโยบายและรูปแบบบการปกครองของจักรวรรดิเมฆาตะวันตก

.............................

.............................

วันนี้ ขณะที่เซียวอวี๋กำลังจะเดินทางออกจากเมืองรัชเชตก็ได้พบคนคุ้นเคย

"โถวปาหง เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" เซียวอวี๋พบกับชายหนุ่มสะพายดาบยาว ขณะรถม้าของเขาบรรทุกสัมภาระเต็มอัตราเพื่อเตรียมเดินทางออกจากเมือง

โถวปาหงหันมามองเซียวอวี๋ "แล้วเจ้าเล่า?"

เซียวอวี๋เอ่ยตอบ "เจ้าจำไม่ได้? ข้าเคยบอกเจ้าว่าข้าจะไปล่าพวกเซนทอร์ มีชนเผ่าของพวกมันอยู่ใกล้กับเมืองรัชเชต พวกเราเพิ่งไปล่าพวกมันมาไม่กี่วันก่อน"

โถวปาหงประหลาดใจ "พวกเซนทอร์? เจ้าสามารถกำจัดชนเผ่าเซนทอร์ได้จริงๆ?"

โถวปาหงทราบดีถึงนิสัยของพวกเซนทอร์ ชนเผ่าของพวกมันที่อยู่รวมกันมีไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันตัว และนั่นหมายความว่าเซียวอวี๋สามารถกวาดล้างพวกเซนทอร์มากกว่าหนึ่งพันตัวด้วยกองกำลังไม่ถึงห้ารอยคน

นี่เป็นเรื่องที่น่าทึ่งอย่างมาก เป็นที่ทราบกันดีว่าเซนทอร์หนึ่งตัวสามารถรับมือกับทหารม้าเร็วทั่วไปได้สี่ถึงห้านาย

เซียวอวี๋ยิ้ม "พวกเจ้ามีเพียงทหารม้าเกราะเบา ทว่าคนของข้าล้วนเป็นทหารม้าเกราะหนัก พวกเซนทอร์ไม่นับเป็นอย่างไร"

โถวปาหงกวาดสายตามองเหล่าอัศวินบนหลังม้า มันสังเกตุอยู่ครู่หนึ่ง "ใช้ทัพม้าเกราะหนักในทุ่งกว้างของจักรวรรดิงั้นหรือ? ข้าไม่รู้ว่าเจ้าโง่เขลาหรือว่ากล้าหาญกันแน่ พวกมันไล่ติดตามทหารม้าเร็วได้ทันหรือ? ข้าเกรงว่าพวกมันคงเหนื่อยล้าหมดเสียก่อน...แม้ว่าม้าพวกนี้จะดีกว่าม้าทั่วไปจริงๆ"

เซียวอวี๋ตอบอย่างไม่ใส่ใจ "ข้าใช้กลยุทธ์ตั้งรับ....ไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าตี ดังนั้นเพียงทหารม้าเกราะหนักก็เพียงพอแล้ว เจ้าก็ทราบ ขบวนรถของพวกเราถูกพวกโจรเคราแดงเข้าโจมตี แต่พวกเราก็สังหารพวกมันอย่างง่ายดาย...."

โถวปาหงถามอีก "เจ้าเคยปะทะกับพวกมันงั้นหรือ?"

เซียวอวี๋พยักหน้า "ถูกแล้ว กลุ่มโจรเคราแดงเข้าโจมตีพวกเราระหว่างที่กำลังเดินทางมายังจักรวรรดิ แต่พวกเราก็สามารถขับไล่พวกมันไปอย่างง่ายดาย"

ดวงตาของโถวปาหงสาดประกาย "พวกโจรเคราแดงนั้นน่ารังเกียจยิ่ง.....อันที่จริงแล้วที่ข้าเดินทางมาก็เพื่อกำจัดพวกมัน"

เซียวอวี๋เกิดความสนใจในภารกิจของโถวปาหง "เพื่อกำจัดพวกโจรเคราแดงงั้นหรือ? พวกมันอยู่ที่เมืองรัชเชต?"

โถวปาหงตอบกลับ "ตอนนี้มันไม่ได้อยุ่ภายในเมืองรัชเชต....หากแต่พวกเราได้ข้อมูลมาว่าเคราแดงจะส่งคนของมันมาโจมตีเมืองรัชเชตนี้...ข้านำคนของข้ามาที่นี่ก็เพื่อสกัดกั้นพวกมัน"

เซียวอวี๋ถามต่อ "โอ เป็นเช่นนั้นเอง...หากว่าเป็นจริงข้าคงต้องรีบออกจากเมืองก่อนที่จะมีอันตรายเสียแล้ว"

โถวปาหงมีอรยยิ้มแปลกๆ "อืม...แต่หากว่าเจ้าออกเดินทางตอนนี้ก็คงต้องปะทะกันพวกมันบางส่วน จะดีกว่าหากรอให้พวกมันเข้าโจมตีเมืองเสียก่อน"

เซียวอวี๋ลูบจมูก "อย่าคิดว่าข้าไม่สังเกตเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายของเจ้า! เจ้าต้องการอะไร?"

โถวปาหงหัวเราะ "ไม่มีอะไรมาก....ข้าเพียงแต่ยังขาดคนที่จะไปจัดการกับเคราแดง เจ้ามีทหารม้าเกราะหนักที่เสียเปรียบในการต่อสู้ระยะไกล หากแต่ยอดเยี่ยมในการป้องกัน ตอนนี้พวกเราต่างก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต่อสู้ร่วมกับข้า.....หากว่าพวกโจรเคราแดงลงมือได้สำเร็จ ทั้งเจ้าและข้าก็จะไม่รอดออกไปจากที่นี่"

"ข้าไปลงเรือลำเดียวกับเจ้าได้อย่างไร?"

"อันที่จริงแล้วข้ากำลังช่วยเจ้าอยู่" โถวปาหงยิ้ม

เซียวอวี๋กล่าวแย้ง "ช่วยข้า? ช่วยข้าอย่างไร?"

โถวปาหงเข้ามานั่งภายในรถม้าของเซียวอวี๋ "เคราแดงเป็นผู้ที่อาฆาตแค้นยิ่ง เจ้าทำให้มันสูญเสียอย่างหนัก ดังนั้นมันจะทำทุกหนทางเพื่อล้างแค้นต่อเจ้า ข้าคิดว่ามันคงเล็งสาวงามสองนางที่อยู่ภายในขบวนรถของเจ้า....มันคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าหากว่าพวกนางตกไปอยู่นเงื้อมมือของมัน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือเจ้ามาช่วยข้าสังหารเคราแดง มิเช่นนั้นเจ้าคงไม่อาจรอดชีวิตกลับไปยังอาณาจักรของเจ้าได้"

เซียวอวี๋ขบคิดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเรื่องของเคราแดง เขาไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเคราแดงแต่อย่างใด ทว่าฝั่งเขาก็อาจจะต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อยหากถูกพวกมันพัวพันกลุ้มรุม

"เจ้ามีแผนที่จะจัดการเคราแดงอย่างไร?" เซียวอวี๋หันไปมองโถวปาหงอย่างสงสัย

โถวปาหงชี้ไปยังเหล่าพ่อค้าที่กำลังขายม้าอยู่ "เจ้าเห็นพวกมันหรือไม่? พวกมันก็คล้ายกับเป็นพ่อค้าวาณิชทั่วไปแต่อันที่จริงแล้วพวกมันเป็นกองกำลังของข้า ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นมือดี ข้าลอบเคลื่อนกองกำลังห้าพันนายเข้ามาในเมืองรัชเชตเป็นการลับ ข้ากำลังรอคอยให้พวกโจรเคราแดงมาถึงเพื่อกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก"

เซียวอวี๋เอ่ยถาม "ไฉนเจ้าจึงเปิดเผยความลับนี้ต่อข้า?"

โถวปาหงตบบ่าของเซียวอวี๋ "ข้าชื่นชอบความกล้าหาญของเจ้า เจ้าเป็นคนแรกที่เอาชนะข้าได้ ข้าชื่นชมเจ้าอย่างยิ่ง หวังว่าเจ้าจะช่วยเหลือข้าในครั้งนี้ ข้าจะเป็นเกียรติอย่างยิ่งหากเป็นเช่นนั้น"

เซียวอวี๋ตอบเสียงแผ่ว "ข้าไม่ต้องการเกียรติยศ"

โถวปาหงหัวเราะ "ไม่เกี่ยวว่าเจ้าจะต้องการหรือไม่....เจ้าถูกผูกติดกับเมืองนี้แล้ว เจ้าจะใช้โอกาสนี้สังหารเคราแดงไปหรือไม่ก็รอให้มันไล่ล่าสังหารเจ้า....ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับเจ้า"

เซียวอวี๋กัดฟัน "ข้าจะมอบบทเรียนให้เจ้าอย่างสาสมหลังจัดการเจ้าเคราแดงอะไรนั่นเรียบร้อยแล้ว"

โถวปาหงยิ้ม "ข้าจะรอ"

ดูเหมือนว่าเขาจะอาจเดินทางออกจากเมืองในวันนี้ได้เสียแล้ว มันจะดีกว่าหากรั้งรออยู่ภายในเมืองให้พวกโถวปาหงและเคราแดงเข่นฆ่ากันไปเอง

กระนั้นเซียวอวี๋ก็มีประสบการณ์ลึกล้ำในด้านการกำจัดฝูงโจร เขาตระหนักดีว่าพวกโจรเคราแดงจะต้องมีสมบัติเก็บซ่อนไว้อย่างแน่นอน มันคงจะดีไม่น้อยหากว่าสมบัติเหล่านั้นถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของเขาทั้งหมด

"เจ้าตั้งใจจะเข้าโจมตีฐานของพวกมันหลังจากกำจัดพวกมันได้แล้วหรือไม่?" เซียวอวี๋ถาม

โถวปาหงผงกศีรษะ "ข้าวางแผนที่จะกวาดล้างพวกมันทั้งหมด แน่นอนว่าย่อมต้องไปสังหารเคราแดงที่อยู่ภายในฐาน ข้าต้องการขุดรากถอนโคนให้สิ้น มิเช่นนั้นคงมีเคราแดงคนที่สองเกิดขึ้นมาอีก"

เซียวอวี๋พยักหน้า "เอาเถอะ...ข้าตกลง แต่ข้าจะต้องได้ผลประโยชน์"

โถวปาหงตอบกลับ "ย่อมได้....เจ้าสามารถหยิบฉวยทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เจ้าสามารถหยิบไปได้"

"เป็นความจริง?"

"เป็นความจริง"

"ไม่กลับคำนะ?"

"ไม่กลับคำ"

เซียวอวี๋ฉีกยิ้มกว้างขณะที่ได้ยินโถวปาหงตอบตกลง โถวปาหงรู้สึกราวกับกำลังร่วมมือกับพยัคฆ์ที่กลืนเนื้อไม่คายกระดูกตัวหนึ่งเมื่อได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวอวี๋ ที่จริงแล้วเขาคงไม่คิดจะตกปากรับคำอย่างแน่นอนหากทราบมาก่อนว่าเซียวอวี๋มีแหวนมิติอยู่มากมาย

พวกโจรเคราแดงได้ออกปล้นชิงมานานหลายปีแล้ว สมบัติของพวกมันย่อมเทียบได้กับภูเขาขนาดย่อมๆ ตามที่โถวปาหงคิดคำนวณแล้ว คนเพียงห้าร้อยคนจะขนสมบัติไปได้สักเท่าใดกันเชียว? หากเปลี่ยนเป็นเขา เขาจะต้องใช้คนไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคนเดินเข้าเดินออกอยู่ราวครึ่งเดือนจึงจะขนย้ายสมบัติของพวกโจรเคราแดงไปได้หมด......