ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
"เจ้ากล่าวว่าอะไรนะ? เขามีผู้คุ้มกันเป็นเอลฟ์และออร์ค?" หวังเทียนหู่เอ่ยถามด้วยความตกตะลึง หลงเหลือเพียงหวังเทียนหู่และพ่อบ้านโม่อยู่ตามลำพังในห้องโถงแห่งนี้ พ่อบ้านโม่ค่อยๆกล่าวรายงานออกมาทีละเรื่องตั้งแต่พวกเขาเดินทางออกจากเมืองไลอ้อนต่อหวังเทียนหู่ "ขอรับ เขามีเพียงออร์ค 11 ตนและ 1 เอลฟ์ ทว่าพวกมันทั้งหมดนั้นแปลกประหลาดอย่างมาก นอกจากนั้นยังไม่มีขุนนางใดที่มีออร์คและเอลฟ์เป็นผู้คุ้มกันมานานมากแล้ว" พ่อบ้านโม่ไม่ทราบที่มาของออร์คและเอลฟ์พวกนี้ "ทั้งเผ่าออร์คและเอลฟ์ต่างเลือกที่จะหลบซ่อนอยู่ในภูเขาลึกมานานมากแล้ว ตัวเมืองไลอ้อนเองก็อยู่ใกล้ชิดกับภูเขาอัลคาเกน ซึ่งเขาอาจจะพบกับพวกมันที่นั่น....บางทีเขาอาจเพียงโชคดี?!" หวังเทียนหู่พึมพำออกมา พ่อบ้านโม่ผงกศีรษะ "ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ทว่าความแข็งแกร่งของออร์คพวกนี้ยังมากเสียยิ่งกว่าที่ถูกเล่าขานเอาไว้เสียอีก ข้าได้ใช้พวกอัศวิน 100 นายพร้อมกับคัมภีร์โซ่ ทว่าพวกเรากลับพ่ายแพ้หมดรูป...." "อะไรนะ?! ออร์คเพียง 11 ตนเอาชนะอัศวินชั้นยอด 100 นายที่ใช้คัมภีร์โซ่ได้?" มีร่องรอยของความตกตะลึงฉายอยู่ในแววตาของหวังเทียนหู่ เขาไม่เคยพวกออร์คต่อสู้ด้วยตาตนเองมาก่อน อันที่จริงแล้วเขาเคยเข้าไปผจญภัยภายในภูเขาและป่าลึกต่างๆกับเซียวซานเทียนมาแล้วเมื่อยังเยาว์เพื่อออกค้นหาพวกออร์ค พ่อบ้านโม่ผงกศีรษะรับด้วยความอับอาย เขายังไม่ได้รายงานว่าเสียสร้อยมนตราไปด้วย "เป็นเจ้าต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของพวกออร์คงั้นหรือ?" หวังเทียนหู่เอ่ยปากถาม เขาทราบดีว่าพ่อบ้านโม่ไม่ใช่คนประเภทที่จะลงมืออย่างผลีผลาม พ่อบ้านโม่คุกเข่าลง "ท่านลอร์ด ข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดลงโทษข้า!" หวังเทียนหู่ขมวดคิ้ว พ่อบ้านโม่นั้นภักดีและได้ติดตามเขามาหลายปี เขาไม่ได้กระทำเรื่องผิดพลาดมาเนิ่นนานแล้ว แล้วเหตุใดเขาจึงแสดงออกเช่นนี้? "เจ้าได้ติดตามรับใช้ข้ามาหลายปีแล้ว ลุกขึ้นยืนเถอะ" หวังเทียนหู่นั้นเป็นชายเจ้าเล่ห์ เขาทราบว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะปกครองดินแดนอันเฟื่องฟูหากว่าเขาไม่ทำเป็นลืมตาข้างหลับตาข้างกับความผิดพลาดเล็กน้อยของบริวารเสียบ้าง พ่อบ้านโม่ได้ยืนขึ้นแต่กลับก้มศีรษะลงต่ำกว่าเดิม "เซียวอวี๋ไม่ได้มีเพียงออร์คและเอลฟ์เท่านั้นขอรับ แต่เขายังมีลูกมังกรเป็นสัตว์เลี้ยง....สิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้ มังกรโตเต็มวัยนั้นเปรียบได้กับภัยพิบัติ...เพื่อที่จะชิงมังกรนั้นมา...ข้าจึงใช้สร้อยคอมนตราในการเดิมพันกับเซียวอวี๋....และข้าพ่ายแพ้ขอรับ" "อะไรนะ? เขามีมังกรเป็นสัตว์เลี้ยง?" เรื่องของมังกรยังน่าตกตะลึงเสียยิ่งกว่าการสูญเสียสร้อยคอมนตราไป หวังเทียนหู่มองข้ามเรื่องการสูยเสียสร้อยคอไปขณะที่ความสนใจของเขาอยู่ที่เรื่องมังกร เขารู้ว่าอัศวินมังกรได้หายสาปสูญไปจากโลกใบนี้กว่าพันปีแล้ว มีนักผจญภัยรุ่นเยาว์มากมายที่ใฝ่ฝันจะครอบครองมังกรและปกครองน่านฟ้าอันไพศาล เมื่อตอนที่เขายังเยาว์วัย หวังเทียนหู่เองก็ออกผจญภัยกับสหายเพื่อออกตามหามังกรในตำนาน พวกเอลฟ์ ออร์คและอื่นๆ และเป็นตอนนั้นเองที่เขาได้พบพานกับเซียวซานเทียน พวกเขาสัญญากันว่าจะยกบุตรธิดาให้ตบแต่งกันในอนาคต "นายท่าน ข้าได้ใช้สร้อยคอเป็นเดิมพันโดยไม่ได้รับคำอนุญาติจากนายท่านก่อน โปรดลงโทษข้าด้วยขอรับ!" พ่อบ้านโม่จรดศีรษะลงไปกับพื้นและไม่ได้ไหวติงเพื่อสร้างความประทับใจที่ดีต่อหวังเทียนหู่ "ลุกขึ้นซะ! นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เป็นข้าก็จะทำเช่นเดียวกัน สร้อยคอมนตราแน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งมีค่า ทว่ามันก็ไม่ได้ทำให้ข้าต้องสูญเสียถึงเพียงนั้น ยิ่งไปกว่านั้นท่านอาจารย์ลู่ได้รับสิ่งดึงดูดใจจนพอที่จะอยู่ที่ดินแดนนี้แล้ว ดังนั้นสร้อยคอจึงยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไร" ในยุคสมัยนี้ มังกรเป็นเพียงเรื่องเล่าในตำนาน มันยังมีครึ่งมังกรอาศัยอยู่ แต่พวกมันทั้งหมดนั้นบินไม่ได้ พวกมันแทบไม่แตกต่างไปจากสัตว์อสูรทั่วไป ฐานะของดินแดนจะเพิ่มพูนอย่างมากหากพวกเขามีมังกรที่สามารถบินได้! ยิ่งไปว่านั้นสิ่งมีชีวิตดังกล่าวจะดึงดูดความสนใจจากผู้เยาว์ที่อยู่ทั่วทุกสารทิศ คุณค่าของโฆษณาชวนเชื่อนี้ยังมากยิ่งกว่าตัวมังกรเองเสียอีก "ขอบคุณท่านลอร์ดที่เมตตา! ขอบคุณท่านลอร์ด ข้าไม่อาจทดแทนบุญคุณท่านได้แม้ว่าจะทำงานรับใช้ไปชั่วชีวิตของข้า!" พ่อบ้านโม่กล่าวออกมา หวังเทียนหู่กลายเป็นผู้มีจิตใจเมตตาในสายตาของพ่อบ้านโม่จากการที่หวังเทียนหู่ให้อภัยกับความผิดที่เขาสูญเสียไอเท็มที่มีมูลค่ามหาศาลนี้ หวังเทียนหู่เดินวนไปมาอยู่ภายในห้องโถง "พวกออร์คนั้นยังไม่ใช่ปัญหาเท่าใดนัก.......ทว่าคำสัญญของท่านธีโอดอร์กลับทำให้ข้ายุ่งยากเสียแล้ว ข้าเกรงว่าจะไม่มีใครหน้าไหนกล้าจะท้าทายจอมมนตราขั้นที่หก ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่านี่คือท่านธีโอดอร์ ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าอาจจะทะลวงผ่านขั้นที่ 7 ได้แล้ว!" พ่อบ้านโม่ผงกศีรษะ "ข้าไม่ทราบว่าเจ้าอันธพาลนั่นทำให้ท่านธีโอดอร์ตกปากรับคำได้อย่างไร แต่นี่หมายความว่าเราไม่อาจจัดงานแต่งงานใหม่ให้กับคุณหนูสี่ได้แล้ว นี่จะนำไปสู่ความยุ่งยากอย่างมาก" หวังเทียนหู่ตอบกลับ "นางเป็นบุตรสาวของข้า.....ข้าไม่อาจตัดสินใจในการแต่งงานของนางงั้นรึ? หากนางกล่าวว่ายินดีจะแต่งงาน เช่นนั้นเซียวอวี๋ก็จะไม่คัดค้านในเรื่องนี้อีก!" หลังจากนั้นพ่อบ้านโม่ยังกล่าวยุยงหวังเทียนหู่ด้วยการบอกเล่าพฤติกรรมที่ไม่อาจให้อภัยได้ของเซียวอวี๋ออกมา ใบหน้าของหวังเทียนหู่กลายเป็นน่าเกลียดเมื่อได้ฟังถ้อยคำของพ่อบ้านโม่ เขาเกือบจะคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่เมื่อทราบว่าเซียวอวี๋คุกคามพ่อบ้านโม่ในอาณาเขตของเขาเอง! เจ้าเด็กนี่จะไม่หยิ่งยโสเกินไปหน่อยหรือ? อย่างไรก็ตาม หวังเทียนหู่ได้รับข้อมูลมากมายจากพ่อบ้านโม่ เขารู้ว่าเซียวอวี๋ยังมีความลับอีกมากมาย เมืองไลอ้อนนั้นไม่ได้เป็นดังเช่นกับข่าวลือ! เมืองไลอ้อนกำลังตกต่ำลงจริงหรือไม่? ....................................... ....................................... เซียวอวี๋เดินทางไปยังที่พักซึ่งตระกูลหวังจัดเอาไว้ให้ เขาไม่ได้มีสาวงามทั้งสามนางคอยล้อมรอบอีก ดังนั้นเขาจึงรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง เขาจึงไปพบแอนโทนีดาสเพื่อเดินหมาก "งานเลี้ยงจะมีในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นเราต้องเตรียมตัวสักเล็กน้อยเพื่อแสดงให้พวกมันเห็น" ................................... .................................. หญิงรับใช้ได้นำทางซีเหวินมายังลานที่พักของมารดานาง ภายในลานแห่งนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย มันยังคงเป็นเช่นตอนก่อนที่ซีเหวินจะจากไป ซีเหวินเริ่มร้องไห้ออกมาเมื่อก้าวเข้าสู่ลานแห่งนี้ หญิงรับใช้ไปตามมารดานาง ทำให้มารดาของนางรีบออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อพบหน้าบุตรสาว พวกนางสวมกอดกันทั้งน้ำตา "ซีเหวิน ลูกกลับมาแล้ว!" มารดาของนางกล่าวด้วยอารมณ์ "ลูกกลับมาแล้วท่านแม่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?" ซีเหวินปาดน้ำตา นางพบว่ามารดาของนางดูเหมือนจะชราขึ้นหลายปี นี่ราวกับมีมีดมากรีดหัวใจของนาง "มารดาสบายดี สบายอย่างยิ่ง! อยู่ที่เมืองไลอ้อนเป็นอย่างไรบ้าง? มราดาได้ยินว่าเมืองไลอ้อนกำลังตกต่ำ ลุูกลำบากมากหรือไม่? มารดาไม่ต้องการให้เจ้าตบแต่งเข้าตระกูลเซียว ทว่าบิดาของเจ้าและเซียวซานเทียนได้ทำสัญญากันไว้แล้ว ดังนั้นมารดาจึงไม่อาจทำอย่างไรได้...." มารดาของนางรู้สึกผิดที่ปล่อยให้นางตบแต่งเข้าตระกูลเซียว ซีเหวินนั้นเป็นสาวงามและนางยังต้องแต่งให้กับตระกูลที่อยู่ห่างไกลอีก สามีของซีเหวินก็ล้มป่วยหลังจากนั้นไม่นาน นี่ไม่ใช่ชีวิตที่สมควรมีความสุขของหญิงสาวนางหนึ่งเลย "ท่านแม่ ข้าสบายดี ที่นั่นมีพี่สาวอยู่หลายนาง พวกนางเอ็นดูข้าราวกับน้องสาวในสายเลือด อยู่ที่นั่นข้ามีความสุขอย่างมาก แล้วท่านล่ะ? นายหญิงคนอื่นๆรังแกท่านอีกหรือไม่?" ซีเหวินทราบสถานะของมารดานางภายในตระกูลหวังดีดังนั้นนางจึงกังวลอย่างมาก มารดาของซีเหวินปาดน้ำตา "มารดายินดียิ่งที่ได้ยินเจ้ากล่าวเช่นนั้น มารดา....มารดาเจ้ายังใช้ชีวิตแบบที่เคยมาเสมอ..." ทั้งคู่พูดคุยกันขณะที่เข้าไปในห้อง ลีอาและทิรันด้าคอยติดตามอยู่ด้านหลัง เซียวอวี๋ได้สั่งให้พวกนางคอยเฝ้าดูแลซีเหวินตลอดเวลา ทิรันด้าจะไม่ยินยอมฟังคำสั่งยามเมื่อเซียวอวี๋จะรุกรานนาง ทว่านางจะปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเต็มกำลังเมื่อได้รับมอบหมายมา ลีอาเองก็กลายเป็นสนิทสนมกับซีเหวินเมื่อทราบสถานการณ์ของนาง ดังนั้นนางจึงยินยอมอยู่ข้างกายของซีเหวินเพื่อคอยดูแล ซีเหวินนำของขวัญออกมามอบให้มารดาและแจกจ่ายให้หญิงรับใช้ เพื่อนของนางและหญิงรับใช้บางคนมาเยี่ยมนางเมื่อได้ยินมานางกลับมาแล้ว พวกนางไม่ได้คาดว่านางจะกลับมามือเปล่า มารดาของซีเหวินประหลาดใจอยู่เนิ่นนานเมื่อมองเห็นของขวัญที่ซีเหวินจัดเตรียมมา เมืองไลอ้อนไม่ใช่กำลังย่ำแย่หรอกหรือ? นางสามารถนำของมีค่าเช่นนี้มาได้อย่างไร? แม้แต่นายหญิงของตระหวังก็ยังไม่อาจครอบครองมันได้! มันมีทั้งเครื่องเพชรราคาแพง เสื้อผ้า น้ำหอม กระเป๋า เครื่องประทินโฉมและอื่นๆ ซีเหวินไม่เคยมีสิ่งเหล่านี้ตอนอยู่ภายในตระกูลหวังมาก่อน บางครั้งเหล่าพี่สาวของนางยังซื้อสิ่งของราคาแพงมาอวดโอ่ต่อนาง! ตอนนี้ซีเหวินมีทุกสิ่งที่เหล่าหญิงสาวเฝ้าใฝ่ฝันแล้ว เซียวอวี๋ได้รับสิ่งของมามากมายจากค่ายโจรต่างๆ เขาปล้นสมบัติที่มีราคาหลายหมื่นเหรียญทองมาได้จำนวนมาก.......ชุดที่นิยมที่สุดเขากระทั่งยังโยนเอาไว้ที่พื้นของคลังโดยไม่แยแส เหล่าพี่สะใภ้สามารถสวมใส่ชุดที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวันได้ก็เพราะเขา! ซีเหวินเองก็นำสิ่งของที่มีราคาหลายหมื่นเหรียญทองมาเช่นกัน นางค่อยๆหยิบออกมาราวกับกับพวกมันเป็นสิ่งของไร้ราคาค่างวดที่หาได้ตามข้างทาง! มารดาของนางต้องการจะหยุดนาง ทว่าซีเหวินก็ยังคงนำสิ่งของออกมาไม่หยุด.......
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved