ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
ดอนและผู้ใช้มนตราอีกสองที่ถูกจับตัวมาได้ถูกสอบปากคำโดยเซียวอวี๋ เซียวอวี๋สามารถทำความเข้าใจสถานการณ์ในเบื้องต้นได้ หากแต่เชลยเหล่านี้ไม่ล่วงรู้รายละเอียดแผนการรบ ในเวลาเดียวกันเซียวอวี๋ก็สั่งให้กองทัพของเขาเร่งมือสังหารศัตรูเพื่อที่จะสามารถเคลื่อนพลไปยังเมืองถัดไป ในดินแดนตุ้ยแห่งนี้มีเมืองหลักอยู่สองแห่ง หนึ่งคือเมืองไพลยาดีสที่กำลังถูกเซียวอวี๋บุกโจมตี
ตอนนี้พวกเขาจะต้องเคลื่อนพลไปยังเมืองถัดไปเพราะเป็นไปได้มากว่าที่นั่นจะมีกองทัพประจำการอยู่เช่นกัน เซียวอวี๋เชื่อว่าทั้งผู้ใช้มนตราและผู้ฝึกยุทธ์หรือแม้กระทั่งทหารธรรมดาบางคนก็อาจสามารถหลบหนีและนำข่าวนี้ไปแจ้งต่อเมืองถัดไปหรือรัฐเว่ยได้ ดังนั้นในขณะที่สถานการณ์กำลังโน้มเอียงมาทางเขา เขาก็ต้องรีบตักตวงโดยเร็ว
ซึ่งความจริงกองทัพของเซียวอวี๋ก็สังหารศัตรูด้วยอัตราเร็วที่สูงอยู่แล้ว กองทัพอากาศนั้นรวดเร็วและมีความคล่องตัวมากกว่าในการสังหารศัตรูหากเทียบกับกองกำลังอื่นๆ ดังนั้นนักรบชุดใหม่เกือบทั้งหมดจึงมีระดับถึงสามแล้ว
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าภายในเมืองไพลยาดีสแห่งนี้มีกองทัพของศัตรูอยู่กว่าสามหมื่นคน เซียวอวี๋ยังจำวันที่เขาพาพวกออร์คออกไปกวาดล้างพวกโจรเพื่อเพิ่มระดับได้อยู่ เขาพึงพอใจกับผลลัพธ์เมื่อได้ตรวจสอบสถานะของพวกเขา ยิ่งพวกเขามีระดับสูงขึ้น พวกเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
กระนั้นทางฝั่งเขาเองก็เกิดการสูญเสียบ้างประปราย เหตุผลหลักก็มาจากหุ่นกลและกองกำลังที่ซ่อนตัวอยุ่ในเงามืดเพื่อลอบโจมตีกองทัพของเขา กระนั้นเมื่อนำมาเทียบกับผลลัพธ์แล้วมันก็ไม่นับเป็นอย่างไร
เซียวอวี๋ย่อมไม่คิดที่จะปล่อยให้สมบัติของเมืองไพลยาดีสหลุดมือไป เขานำตัวโฟเรอร์มาด้วยเพื่อค้นหาที่ซ่อนแห่งต่างๆ แม้ว่าดินแดนแห่งนี้จะไม่ได้ร่ำรวยเช่นเดียวกับดินแดนของโซโลมอน แต่เซียวอวี๋ก็ไม่คิดจะทิ้งไว้แม้แต่เหรียญทองเดียว ที่ไม่คาดคิดก็คือ เซียวอวี๋พบตัวเจ้าหน้าที่กรมเมืองขณะที่เขากำลังตรวจค้นเมือง เขาพบว่าชายผู้นี้ไม่ได้เป็นคนของตระกูลเคเนดี้ หากแต่เป็นผู้ที่ยอมภักดีต่อตระกูล
เซียวอวี๋ไม่จำเป็นต้องทรมาณอะไรมาก ชายผู้นี้ก็เปิดปากบอกทุกสิ่งด้วยการทุบตีเพียงเล็กน้อย ตระกูลเคเนดี้ได้ติดสินบนชายผู้นี้และยึดอำนาจควบคุมเมืองไป ชายผู้นี้เชื่อว่ามันจะได้ขึ้นเป็นลอร์ดในอนาคตหากให้ความร่วมมือต่อตระกูลเคเนดี้
ทว่าจากฝันหวานได้กลายเป็นฝันร้ายหลังจากที่ให้ความร่วมมือไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ กระนั้นมันก็ไม่ได้ล่วงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับยุทธวิธีและกลยุทธ์ที่ตระกูลเคนเนดี้กำลังจะใช้ในสงคราม
เซียวอวี๋ตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังเมืองถัดไปก่อนรุ่งสาง เขาส่งทรัพย์สินและสมบัติที่ยึดได้ รวมทั้งหุ่นกลล่วงหน้ากลับดินแดนไป ก่อนที่เขาจะออกเดินทางต่อ
จะต้องใช้เวลาครึ่งวันจากที่นั่นในการเดินทางไปยังรัฐเว่ย เซียวอวี๋คิดว่ากว่าที่ตระกูลเคเนดี้จะล่วงรู้ข่าวนี้ก็ต้องเวลาอย่างน้อยหนึ่งวัน ดังนั้นต่อให้พวกเขาจะยกกำลังมาจากรัฐเว่ย มันก็ต้องใช้เวลาอีกราวสองวันเพื่อไปถึงดินแดนไลอ้อน ซึ่งนั่นก็มากพอที่เขาจะกลับไปถึงดินแดนไลอ้อนก่อนแล้ว
เซียวอวี๋เดินทางมาถึงเมืองต่อไปได้ก่อนเที่ยง อย่างไรก็ตามเขาพบว่าฝ่ายศัตรูได้ตั้งทัพพร้อมรับมืออยู่ก่อนแล้ว ดูเหมือนว่าข่าวการโจมตีของเขาจะมาถึงเมืองเลกเซนานพอดู เขาหรี่ตาลงมองไปยังตัวเมือง มันคงเป็นปัญหาอย่างมากหากใช้กองทัพทั่วไปโจมตีเมืองแห่งนี้ แต่เซียวอวี๋ก็ไม่หวั่นเกรงแต่อย่างใดในเมื่อเขาได้วางแผนเอาไว้แล้ว
"ใส่เกราะให้ยักษ์ศิลา! เตรียมตัวโจมตี!" เซียวอวี๋ตะโกนออกคำสั่ง เขาทราบดีว่าจะต้องรีบเมืองนี้ให้ได้โดยเร็ว พวกทาสจากชนเผ่าเหล็กทมิฬเริ่มลงมือใช้เห็ลกที่ทอเป็นแผ่นใหญ่คลุมร่างพวกยักษ์ศิลา
แถบเหล็กหนาหกเซนติเมตรและมีตะขออยู่ที่ขอบ พวกมันสามารถร้อยเข้าด้วยกันได้ ชนเผ่าเหล็กทมิฬเหล่านี้มีฝีมือในการใช้แรงงานอย่างยิ่ง พวกเขาสามารถสร้างของพวกนี้ได้ในเวลาอันสั้น
แถบเหล็กเหล่านี้คล้ายเป็นเกราะง่ายๆหลังจากประกอบเสร็จสิ้น ตอนนี้มันดูเหมือนชุดเกราะขนาดใหญ่ที่สวมใส่โดยพวกยักษ์ศิลา กระทั่งบาริสต้าหนักก็ยังไม่อาจเจาะทะลวงมันได้
พวกยักษ์ศิลาไม่ได้รับบาดเจ็บในการสุ้รบก่อนหน้านี้ กระนั้นพวกมันก็เคยถูกยิงด้วยบาริสต้าหนักจนได้รับบาดเจ็บ เซียวอวี๋คิดว่าเขาคงต้องเสียยักษ์ศิลาไปหากไม่ได้บ่อจันทราที่เขามี ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจจัดสร้างเกราะอย่างง่ายขึ้นมาให้พวกยักษ์ศิลาใช้ แต่เกราะเหล่านี้ก็ไม่อาจให้หนาเกินไป พวกยักษ์ศิลานั้นมีขนาดใหญ่อยู่แล้ว
ตอนนี้เกราะของพวกมันสามารถต้านทานการยิงจากบาริสต้าหนักได้โดยไม่แม้แต่จะสร้างบาดแผลใดๆ นี่ทำให้พวกมันคล้ายกลายเป็นยักษ์เหล็กที่กวาดพิชิตโดยไร้ผู้ต้าน
เซียวอวี๋ขอให้โฟเรอร์ร่างแบบเกราะที่พวกยักษ์ศิลาสามารถใช้ได้ขึ้นมา โฟเรอร์จึงออกแบบอย่างง่ายโดยใช้แถบเหล็กเชื่อมต่อกันขึ้นเป็นเกราะ ซึ่งในตอนนี้พวกเขามีอยู่เพียงเก้าชุดเท่านั้น
เกราะมีเพียงเก้าชุด แต่หลังจากที่พวกยักษ์ศิลาสวมใส่มันแล้ว พวกมันก็ดูคล้ายกับปีศาจที่ไม่มีวันตาย
"เปลี่ยนชื่อพวกมันเป็นยักษ์เหล็กดีหรือไม่? ตอนนี้กระทั่งผู้ใช้มนตราขั้นที่ห้าก็ไม่อาจทำอย่างไรมันได้แล้ว ฮ่าฮ่า...." เนื่องเพราะเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้เขาสร้างได้เพียงของเรียบง่าย ในอนาคตพวกเขาจะจัดสร้างเกราะหนาและเกราะที่ดีกว่านี้ พร้อมทั้งหหมวกเกราะสำหรับพวกยักษ์ศิลา ถึงตอนนั้นพวกมันก็จะสามารถบดขยี้หุ่นกลได้อย่างง่ายดาย
ไพร่พลเริ่มส่งเสียงเชียร์และโห่ร้องเมื่อได้เห็นพวกยักษ์ศิลาสวมใส่เกราะ พวกมันรู้ว่าเมื่อพวกเขามีพวกมันอยู่ฝ่ายเดียวกัน การจะครองโลกใบนี้ก็ไ่ใช่เพียงเรื่องเพ้อฝัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเพียงเมืองแห่งนี้
ทหารฝ่ายศัตรูตกตะลึงอ้าปากค้างเมื่อเห็นยักษ์เหล็กเก้าตนมุ่งหน้ามาทางเมือง ดวงตาของพวกมันแทบจะถลนออกจากเบ้า พวกมันก้มลงมองดูอาวุธในมือก่อนจะหันกลับไปมองพวกยักษ์ศิลา นี่ไม่ใช่การเอาไม้ซีดไปงัดไม้ซุงงั้นหรือ?
เครื่องบาริสต้าหนักจะสามารถทำอะไรพวกมันได้จริงๆ?
..................................
..................................
ตึง ตึง ตึง~
แผ่นดินเกิดการสั่นไหวเมื่อยักษ์ศิลาสวมเกราะทั้งเก้าก้าวเท้านำหน้ามุ่งตรงไปยังเมืองเลกเซ พวกยักษ์ศิลาที่ไม่ได้สวมตัวอื่นๆเองก็ติดตามอยู่ทางด้านหลัง.....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved