จางหม่านนั้นอาจจะได้รับความนิยมไม่ได้น้อยไปกว่าดาราหญิงชั้นนำของเซียงเจียงเลย อาจจะเยอะกว่าด้วยซ้ำ
ดาราผู้หญิงส่วนใหญ่แล้วมักจะมีเรื่องซุบซิบกับคนทั้งในและนอกวงการจนผู้คนเริ่มจะเอียน แต่จางหม่านนั้นไม่ค่อยมีเรื่องซุบซิบแบบนั้น
มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมปาปารัซซี่ถึงได้ตามถ่ายรูปเธอเพื่อไปขายให้กับสื่อต่างๆ ตอนนี้คนทั่วไปคงอยากจะรู้เรื่องราวส่วนตัวของประธานบริษัทสาวแสนสวยคนนี้
"ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ"
ซูข่านยิ้มเล็กน้อยและพูดกับหลู่เฉียนซาน
"ไปจากที่นี่กันเถอะ"
"ค่ะเจ้านาย"
หลู่เฉียนซานพยักหน้า จากนั้นเธอก็เปิดประตูรถเบนท์ลีย์ที่อยู่ข้างๆเธอ ซูข่านก็เข้าไปในนั่งในรถเบนท์ลีย์อย่างรวดเร็ว แล้วหลู่เฉียนซานก็เดินไปอีกด้านของรถแล้วขึ้นไปนั่ง
ส่วนซงหมิงเจียงเองก็เปิดประตูที่นั่งข้างคนขับและขึ้นไปนั่งเช่นเดียวกัน ในฐานะบอดี้การ์ดอันดับหนึ่งของซูข่านแล้ว เขาต้องอยู่ใกล้ชิดกับซูข่านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"เจ้านายต้องการจะไปบริษัทก่อนไหมคะ?"
หลู่เฉียนซานถามพร้อมส่งสายตาที่คาดหวัง
"ไม่เป็นไร กลับไปที่บ้านก่อนก็ได้"
ซูข่านหันไปตอบด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เมื่อได้ยินคำตอบของซูข่านแล้ว หลู่เฉียนซานก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ดูเหมือนว่างานที่เธอได้รับมองหมายจากจางหม่านจะไม่สำเร็จซะแล้ว
ก่อนที่หลู่เฉียนซานจะมารับซูข่านนั้น จางหม่านได้บอกให้เธอทำทุกวิถีทางในการพาซูข่านไปยังที่บริษัทให้ได้ เพราะตอนนี้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้เปลี่ยนที่อยู่ใหม่แล้ว
มีการซื้อตึกใหม่เพื่อจัดตั้งเป็นสำนักงานของว่านเซี่ยงกรุ๊ปโดยเฉพาะ ขื่อของตึกเองก็เปลี่ยนใหม่เป็นชื่อเดียวกับบริษัทอย่างตึกว่านเซี่ยง
ตึกสำนักงานแห่งใหม่ ในฐานะเจ้าของบริษัท ทำไมถึงไม่มาเยี่ยมชมสักหน่อยล่ะ?
จางหม่านเองต้องการให้ซูข่านมาที่ตึกว่านเซี่ยงก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนที่หลู่เฉียนซานจะมารับซูข่านที่ท่าเรือ จางหม่านก็ได้บอกให้หลู่เฉียนซานพาซูข่านไปยังตึกสำนักงานแห่งใหม่ให้ได้
แต่หลู่เฉียนซานก็รู้ดีว่าคำตอบมันจะเป็นยังไง เธอไม่สามารถชักจูงซูข่านได้เลย
เธอเองก็รู้สึกหมดหนทาง
รถได้สตาร์ทอย่างเร็วและมุ่งหน้าไปยังบ้านของซูข่านทันที สภาพแวดล้อมของเมืองเซียงเจียงนั้นแตกต่างจากเผิงเฉิงอย่างเห็นได้ชัด
ที่เผิงเฉิงนอกจากตึกซิงซีแล้ว ก็แทบจะไม่มีตึกที่มีขนาดสูงอยู่เลย แต่ในเซียงเจียงนั้นเต็มไปด้วยอาคารและตึกสูงจำนวนมาก
สมแล้วที่เป็นเมืองที่มีนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนที่นี่เยอะ ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมเศรษฐกิจของที่นี่ถึงได้โตเอาโตเอา
ระหว่างที่นั่งรถ ซูข่านก็ได้มองตึกสูงระฟ้าตลอดทั้งทาง เขามองไปเรื่อยๆจนรู้สึกอีกทีตึกระฟ้าพวกนั้นก็ไปอยู่ข้างหลังเขาหมดแล้ว ภาพตรงหน้าได้เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
ตึกสูงระฟ้าได้กลายเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวและภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้จำนวนนับไม่ถ้วน ถนนก็ได้ทอดยาวไปตามแนวของภูเขาลูกนี้
รถได้ขับไปเรื่อยๆตามแนวของภูเขา อีกไม่นานก็จะถึงบ้านของซูข่านที่นี่แล้ว ระหว่างทางรถก็ได้ขึ้นขับภูเขาจนเห็นจุดชมวิวในตัวเมืองเซียงเจียง
จู่ๆซงหมิงเจียงที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับก็ได้พูดขึ้นมา
"พี่สามครับ ดูเหมือนว่าจะมีรถขับตามพวกเรามาครับ"
"หื้ม?"
ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ขับตาม?"
หลู่เฉียนซานได้ยินก็ตกตะลึง
เดิมที่เธอนั้นเป็นคนเซียงเจียง เธอจึงไม่สามารถพูดจีนกลางได้ แต่ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของว่านเซี่ยงกรุ๊ป ตัวของหลู่เฉียนซานจึงได้ไปเรียนเพิ่มเกี่ยวกับภาษาจีนกลาง
ถึงทักษะการพูดของเธอจะไม่ได้คล่องมากนัก แต่ถ้าเป็นการฟัง การอ่าน และการเขียน เธอยังสามารถจับใจความได้อยู่ในประมาณหนึ่ง
"ใช่ครับ"
ซงหมิงเจียงได้พูดต่อ
"ผมสังเกตรถคันนี้มาสักพักครับ เวลาถึงทางแยกทีไร รถคันนี้จะเร่งความเร็วตามมาติดๆราวกับไม่อยากให้คาดสายตา แล้วเมื่อสักครู่รถของเราทำท่าเหมือนจะเลี้ยวเข้าจุดชมวิว แต่สุดท้ายก็เลี้ยวออก"
"รถคันที่ตามเรามาก็ทำแบบเดียวกันเป๊ะๆเลยครับ ผมว่าคงจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆที่พวกเขาจะมีบ้านอยู่ในสถานที่แห่งนี้ด้วย"
จริงๆอย่างที่ซงหมิงเจียงพูด ไม่มีทางที่คนทั่วไปจะมีเงินซื้อบ้านอาศัยอยู่บนภูเขาในเซียงเจียงได้เลย และถ้าพวกเขามีบ้านอยู่ที่นี่จริงๆ รถที่ขับก็ควรจะเป็นรถยุโรปนำเข้าราคาหลายล้าน
ทักษะพวกนี้เป็นหนึ่งในทักษะที่ซงหมิงเจียงได้เรียนรู้ในตอนที่เขาได้มาที่เซียงเจียงเป็นครั้งแรก การสังเกตรอบตัวนั้น เป็นพื้นฐานเบื้องต้นของบอดี้การ์ดเลยก็ว่าได้
"อาจจะเป็นปาปารัซซี่ก็ได้ค่ะ"
หลู่เฉียนซานพูดด้วยความเขินอายเล็กน้อย
"พวกนั้นอาจจะตามเพื่อมาถ่ายรูปก็ได้ พวกเขาคงเห็นฉันที่ท่าเรือตอนที่รับเจ้านาย แล้วอาจจะตามมาหลังจากนั้นก็เป็นได้"
"ปาปารัซซี่?"
ซูข่านขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม
ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอปาปารัซซี่ที่นี่ด้วย พวกนั้นทำงานกันแบบสุดโต่งกันไปเลย
หลู่เฉียนซานได้พูดเสริมต่ออีกว่า
"เมื่อไม่นานมานี่เริ่มมีปาปารัซซี่ตามฉันบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้มากเท่ากับคุณจาง เพราะยังไงตำแหน่งประธานของเธอก็สูงกว่าของฉันอยู่แล้ว"
ตำแหน่งของหลู่เฉียนซานในว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็คือผู้บริหารระดับสูง หรือเรียกง่ายๆว่ารองประธานก็ได้ เธอเองก็มีใบหน้าที่สวยงามพร้อมกับฉายาในบริษัทว่าเจ้าหญิงหิมะ
ปาปารัซซี่ก็คงจะอยากจะถ่ายรูปเธอและนำไปขายให้กับสื่อต่างๆเช่นเดียวกัน
"ไปจัดการซะ"
ซูข่านส่ายหัวเล็กน้อยและพูดกับซงหมิงเจียง
"ทำตามวิธีการของพวกนายได้เลย แต่อย่าลืมฟิล์มในกล้องถ่ายรูปพวกนั้นด้วยล่ะ"
"ครับพี่สาม"
ซงหมิงเจียงพยักหน้าทันทีน
ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นปาปารัซซี่หรือไม่ก็ตาม แต่สำหรับซงหมิงเจียงแล้ว ไม่ว่ายังไงเขาจะต้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับซูข่านให้มากที่สุด
จากนั้นรถก็ค่อยๆหยุดลง ซงหมิงเจียงและทีมงานบอดี้การ์ดก็ได้ลงจากรถไปเพื่อจัดการเรื่องนี้
ส่วนรถเบนท์ลีย์คันที่ซูข่านนั่งก็ได้ขับต่อไปหลังปล่อยซงหมิงเจียงลง ไม่นานนักรถก็ได้มาถึงยังสถานที่คุ้นเคย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved