ตอนที่ 235

"เชิญค่ะ"

จางหม่านนั่งลงที่โซฟาและเอนหลังของเธอ

มองเมื่อไปที่ท่านั่งของจางหม่านแล้ว บวกกับน้ำเสียงของเธอ หลี่เสว่เอ๋อรู้สึกคุ้นเคยเล็กน้อยกับท่าทางแบบนี้ ราวกับเห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่

มันเป็นร่างที่ใหญ่กว่านี้เล็กน้อย หลี่เสว่เอ๋อได้นึกถึงตอนที่เข้าไปในห้องของประธานจางครั้งล่าสุด ดูเหมือนว่าเจ้านายใหญ่ของเธอนั่นเองที่ทำท่าทางแบบนี้

และยังวิธีการพูดที่เปลี่ยนไปอีก เป็นไปได้ไหมที่ประธานจางกำลังเลียนแบบเจ้านายอยู่

หลี่เสว่เอ๋อรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่เห็นท่าทางและลักษณะการพูดของจางหม่านเปลี่ยนไป

"ขอบคุณครับ"

ซุนเจิ้งยี่พูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพก่อนจะโค้งคำนับให้จางหม่านครั้งหนึ่ง

จางหม่านมองไปยังซุนเจิ้งยี่ เพราะว่าซูข่านเคยพูดถึงชื่อนี้อยู่ ถึงแม้จะเป็นเพียงการพูดแค่ครั้งเดียว แต่เธอก็ยังจำมันได้

ชื่อที่เจ้านายของเธอได้เอ่ยออกมานั้น ต้องเป็นคนที่ไม่ธรรมดาแน่นอน เธอเลยเลือกที่จะจำเอาไว้

"ประธานจางครับ เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นนั้นจะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆของโลก จะเป็นรองก็เพียงแต่สหรัฐเท่านั้น การเติบโตของที่ผ่านก็แสดงให้เห็นได้แล้วว่าเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นนั้นดีขนาดไหน"

ซุนเจิ้งยี่พูดจาได้อย่างคมคาย ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความมั่นใจกับข้อมูลของเขา ทุกคำพูดที่เขาพูดออกมาล้วนแล้วแต่เป็นถ้อยคำที่ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างดี

"ดังนั้นในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ด้วยอัตราที่เศรษฐกิจยังเป็นแบบนี้อยู่ จะมีองค์กรขนาดเล็กได้เกิดขึ้นมากมายหลายแห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น พวกบริษัทขนาดเล็กเหล่านี้ต่างต้องการเวลาและเงินทุนจำนวนมาก"

"หากว่าเราคว้าโอกาสในการร่วมทุนกับบริษัทขนาดเล็กเหล่านี้ได้ พวกเขาก็จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายมาเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่"

"ผมไม่รู้ประธานจางเคยได้ยินเกี่ยวกับบริษัทเกมในประเทศญี่ปุ่นมั่งไหม อย่างบริษัทเกมที่ชื่อโคนามิ(Konami) บริษัทนี้ผลิตเกมดีๆออกมากมายเลยครับ แล้วก็ยังบริษัท นินเทนโด(Nintendo)และเซก้า(Sega)อีก"

"วงการธุรกิจเกี่ยวกับเกมของญี่ปุ่นกำลังจะไปได้สวยเลยครับ และก็ยังมีบริษัทแบบนี้อีกหลายหมื่นทั่วประเทศ บางบริษัทขาดเงินทุนสนับสนุนอยู่เป็นจำนวนมาก สำหรับพวกเราแล้ว เราแค่ลงทุนด้วยเงินจำนวนหนึ่งเท่านั้นเอง"

"ถ้าพวกเขามีเงินทุนมากเพียงพอ พวกเขาก็จะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมากเลยละครับ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ในเวลาเพียง 2-3 ปีเท่านั้น ถึงตอนนั้นเราค่อยขายหุ้นคืนเอากำไรทีหลังก็ยังได้เลย"

"ตอนนี้โอกาสดังกล่าวอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเต็มไปหมดเลยครับ หากพลาดโอกาสนี้ไปผมเกรงว่าจะไม่มีโอกาสดีๆแบบนี้อีกแล้ว"

"นี่คือเหตุผลที่ผมต้องการจะเชิญประธานจางและประธานหลี่มาร่วมลงทุนคู่กับผม บริษัทของผมก็หาแนวร่วมคล้ายๆกับของพวกคุณทั้งสองคนอยู่"

20 นาที สำหรับการนำเสนอแนวคิดของซุนเจิ้งยี่นั้นทำได้ดีมากเลย ทุกๆอย่างที่เขาแสดงความคิดเห็นออกมาล้วนแล้วแต่มีเหตุและผลรองรับทุกข้อ

ความสามารถของเขานั้นน่าชื่นชมอย่างมาก

แล้วอีกอย่างการที่ซุนเจิ้งยี่พูดเข้าประเด็นทำให้จางหม่ายและหลี่เสว่เอ๋อเข้าใจเจตนาทั้งหมดได้ทันที พวกเธอทั้งสองรู้ทันทีว่าซุนเจิ้งยี่ต้องการอะไรจากพวกเธอ

จางหม่านที่ได้ยินซุนเจิ้งยี่พูดจบก็รู้สึกตกใจขึ้นมา

คำพูดของเขากับเจ้านาย มันมีความหมายเหมือนกันเลย ที่ว่าตลาดของประเทศญี่ปุ่นจะให้ผลตอบแทนที่ดีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ของซุนเจิ้งยี่ทำนายไว้ว่าอีก 2-3 ปี

ทำไมเขาถึงได้มองภาพรวมตลาดของประเทศญี่ปุ่นได้คล้ายกับเจ้านายเลย

ด้วยความคิดที่คล้ายกับเจ้านายแบบนี้ แสดงว่าวิสัยทัศน์ของคนๆนี้ไม่ธรรมดาทีเดียว

"คุณต้องการเงินทุนเท่าไหรคะ?"

จางหม่านครุ่นคิดอยู่สักครู่ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

"ฉันว่าความคิดของคุณมีเหตุผลรองรับที่ดีมาก"

"เอ่อ"

หลี่เสว่เอ๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ทำไมประธานจางถึงเชื่อผู้ชายคนนี้ได้อย่างรวดเร็ว

ประธานจางต้องการลงทุนกับชายคนนี้ทันทีเลยเหรอ?

ทำไมประธานถึงตัดสินใจเองแบบนี้ล่ะ?

ทำไมไม่ถามเจ้านายของพวกเราก่อน?

ทำแบบนี้แล้วจะไม่โดนเจ้านายว่าเอาเหรอ?

หลังจากนั้นหลี่เสว่เอ๋อก็รู้ได้ทันทีว่าจางหม่านก็ทำตามคำสั่งของเจ้านายอยู่ เธอนึกถึงคำพูดของจางหม่านที่พูดไว้กับเธอก่อนหน้านี้ว่า

"บริษัทของเราไม่ได้ขาดแคลนเงิน หากว่ามีโอกาสก็ใช้เงินทั้งหมดลงทุนได้"

จางหม่านรับรู้ได้ถึงความประหลาดใจของหลี่เสว่เอ๋อ เธอจึงหันหน้าไปหาแล้วพยักหน้าให้เล็กน้อย หลี่เสว่เอ๋อเห็นแบบนั้นก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาบ้าง

ซุนเจิ้งยี่เองก็ประหลาดใจกับคำพูดของจางหม่าน เขาตะลึงเล็กน้อยที่ได้ยิน

เขาได้ตะเวณพบนักลงทุนมามากมาย แต่ไม่มีนักลงทุนรายไหนสนใจแม้แต่คนเดียว ยกเว้นแต่ประธานจางคนนี้ เธอตอบรับข้อเสนอทันทีหลังจากที่เขาพูดจบ

โดยทั่วไปแล้วนักลงทุนมักจะปฏิเสธเขาทันที พวกนักลงทุนคิดว่าความคิดของซุนเจิ้งยี่มันเป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น เป็นความคิดที่ไม่น่าเชื่อถือ

แต่ทำไมประธานจางถึงตอบตกลงรับข้อเสนอของเราได้อย่างง่ายดาย ก่อนหน้านี้มันยากเหลือเกินกว่าจะหาคนมาลงทุนได้สักคน

ด้วยเหตุที่จางหม่านตอบรับทันทีทำให้ซุนเจิ้งยี่พูดอะไรต่อไม่ออก

เขาได้พยายามสูดหายใจเข้าออกลึกๆเพื่อระงับความตื่นเต้น ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ

"100,000 ดอลล่าห์แลกกับหุ้น 10% ครับ"

"มูลค่ารวมทั้งหมด 1 ล้านดอลล่าห์เลยเหรอคะ?"

หลี่เสว่เอ๋อถามทันทีด้วยความตกใจ

"เอ่อ!!"

ซุนเจิ้งยี่หยุดนิ่งไปชั่วขณะ ราคานี้มันสูงเกินไปจริงๆ ในบริษัทการลงทุนทุกคนก็ปฏิเสธด้วยเหตุผลนี้หมด

เงินตั้ง 100,000 ดอลล่าห์ แม้แต่บริษัทใหญ่ๆเองยังไม่กล้าเสี่ยงเลย ไม่ต้องพูดถึงบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนได้ไม่นานหรอก

แต่ทำไมการเจรจาการลงทุนครั้งนี้ ทำไมไม่ประธานหลี่ถึงไม่เป็นคนตกลง ทำไมต้องเป็นประธานจางด้วย? เธอเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทเฉียนฟ่านงั้นเหรอ?

"โอเคค่ะ"

จางหม่านกระพริบตา 2-3 ครั้งก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม

หลี่เสว่เอ๋อตกใจที่ได้ยินทันที ประธานจางกำลังจะตกลงลงทุนกับบริษัทนี้เนี่ยนะ?

"จริงเหรอครับ"

ซุนเจิ้งยี่ก็ตกตะลึงและตกใจกับคำตอบของจางหม่าน เขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะตอบรับข้อเสนอนี้ของเขา

ซุนเจิ้งยี่เกือบจะกระโดดขึ้นด้วยความดีใจแล้ว

จางหม่านมองไปที่ซุนเจิ้งยี่แล้วก็ยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดขึ้นมาช้าๆ

"ฉันมีเพียงข้อเรียกร้องเดียวเท่านั้น"