ตอนที่ 419

เพียงแค่ข้อมูลเล็กๆน้อยๆเท่านั้น สูเจิ้งเหมารู้สึกได้ถึงความห่างชั้นระหว่างเขากับซูข่าน มันห่างชั้นกันเกินไปแล้ว

นี่คือความแตกต่างระหว่างมนุษย์ธรรมดากับพระเจ้าสินะ

ซูข่านได้พูดต่อว่า

"คนที่ทำจะต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์พอสมควร ดูท่าทางแล้วพวกเขาคงจะรู้ถึงยอดขายของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงเป็นอย่างดี จากนั้นก็คงสืบถึงผลิตภัณฑ์ภายในโรงงาน"

"แล้วเขาก็คงเล็งเห็นช่องโหว่แล้วจึงทำการโจมตีช่องโหว่นั้น แสดงว่าคนที่ทำจะต้องมีธุรกิจหรืออุตสาหกรรมตู้เย็นแบบเดียวกับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียง"

ซูข่านตั้งเป้าไปที่ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตู้เย็น มูลค่าของตลาดนี้ค่อนข้างใหญ่ ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะต้องการกำจัดคู่แข่ง

"ประเภทเดียวกันเหรอครับ?"

ดวงตาของสูเจิ้งเหมาเบิกกว้างขึ้น

"ถ้าอย่างงั้นก็ง่ายเลยสิครับ ในเมืองเผิงเฉิงมีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับตู้เย็นไม่กี่แห่งเท่านั้น"

หากเป็นในช่วงหลังปี 1990 ช่วงนั้นคงจะต้องตามหากันลำบากหน่อย เพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศจีนเกือบทั้งหมดเริ่มผลิตตู้เย็นเป็นของตัวเอง

แต่โชคดียังดีที่ยังไม่ถึงปีนั้น ตอนนี้ยุคนนี้มีโรงงานที่ผลิตตู้เย็นได้เพียงไม่กี่โรงงาน และยิ่งในเผิงเฉิงอีก ซูข่านตีวงได้แคบลงมาเรื่อยๆ

"ไม่เพียงแต่ตู้เย็น แต่ต้องรวมไปถึงพัดลมไฟฟ้าด้วย"

ซูข่านได้พูดต่อ

พัดลมไฟฟ้าเฟยเซียของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงนั้น มียอดขายติดอันดับหนึ่งในสามพัดลมที่ขายดีที่สุดในประเทศ

ส่วนแบ่งทางการตลาดเกี่ยวกับพัดลมไฟฟ้าจึงถูกแบ่งโดยโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียง

ดังนั้นหากโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงมีปัญหา ยอดขายพัดลมไฟฟ้าเฟยเซียจะต้องตกลงไปด้วย

"เข้าใจแล้วครับ"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้า

ซูข่านได้วิเคราะห์ทุกอย่างไว้ชัดเจนหมดแล้ว สูเจิ้งเหมาเพียงแค่ไปตามหาสิ่งที่ซูข่านบอกเท่านั้น สูเจิ้งเหมารู้เรื่องนี้ เขารู้สึกว่าจะต้องตามหาคนที่ปล่อยข่าวเจอในเร็วๆนี้แน่

แต่ซูข่านรู้สึกว่ามันไม่ง่ายเช่นนั้น แม้ว่าจะบีบให้เหลือเพียงแค่วงแคบๆ แต่ก็ยากที่จะรู้ตัวคนทำพร้อมกับหลักฐานมัดตัว

ยุคนี้มันยังไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือกล้องวงจรปิดสักเท่าไหร่ มันจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆที่จะทำการก่ออาชญากรรมข้างถนนโดยไม่ถูกจับได้

แล้วยิ่งเรื่องต้องทำในสถานที่ปิดแบบนี้อีก มันจึงยากกว่าเดิมอีกหลายต่อหลายเท่า

ซูข่านได้ถามสูเจิ้งเหมาต่อ

"นายไปหาคนที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพซะ จากนั้นก็ไปที่สำนักพิมพ์ของหนังสือพิมพ์เพื่อยืมภาพถ่าย แล้วก็ดูว่ารูปนั้นใช้ฟิล์มของอะไรถ่าย กล้องที่ใช้คู่กับฟิล์มตัวนี้ด้วย"

ใบหน้าของสูเจิ้งเหมาสว่างขึ้นราวกับว่ามีคนมาจุดประกายความคิดให้กับเขา ตัวของเขานั้นลืมไปซะสนิทเลยว่ามีวิธีแบบนี้อยู่ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้อาจจะบอกถึงเจ้าของที่ถือครองมันอยู่ก็เป็นได้

"นอกจากนี้"

ซูข่านมองดูสูเจิ้งเหมาก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดด้วยรอยยิ้มต่อว่า

"ให้ช่างภาพคนนั้นดูสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วย มีโอกาสที่เขาน่าจะรู้ว่าสถานที่ตรงนั้นถูกถ่ายที่ไหนและมุมไหน"

สิ่งเหล่านี้คือการวิเคราะห์ที่มักจะอยู่ในนวนิยายนักสืบบางเรื่อง ซูข่านจำเป็นต้องวิเคราะห์ทุกอย่างเท่าที่เขาจะสามารถวิเคราะห์ได้

ถ้าหากไม่สามารถเจอคนที่คิดไม่ดีกับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงได้

อีกฝ่ายจะต้องเล่นงานโรงงานอิเล็กทรอนิกส์อีกแน่ๆ

สถานการณ์แบบนี้จำเป็นต้องรีบหาตัวคนทำแล้วกำจัดให้เร็วที่สุด เพราะว่าอีกฝ่ายก็พยายามจะกำจัดอยู่เหมือนกัน

มันก็เหมือนกับสงครามของสมาร์ทโฟนนั่นแหละ อย่ามองว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนจะมีมิตรภาพที่ดีระหว่างกันนะ จริงๆพวกเขาก็หวังให้บริษัทคู่แข่งคนอื่นล้มละลายเหมือนกัน

ลองคิดดูสิมูลค่าของตลาดสมาร์ทโฟนมันใหญ่แค่ไหน หากว่าถือครองคนเดียวทั้งหมดจะได้เงินต่อปีไม่รู้กี่ล้านต่อกี่ล้าน

ไม่เพียงแต่สมาร์ทโฟนอย่างเดียวที่มีเรื่องประเภทนี้

ขนาดบริษัทอย่างแอปเปิ้ลหรือไมโครซอร์ฟเองก็เป็นเหมือนกัน

ต่อหน้าผู้คนแล้วทั้งสองบริษัทก็ดูเหมือนจะเป็นมิตรกันดีหรอก แต่ลับหลังนี่พวกเขาใช้กลยุทธทุกรูปแบบเพื่อโค่นล้มอีกฝ่าย

การทำธุรกิจเองก็เหมือนกับการทำสงครามนั่นแหละ ไม่มีการเลือกวิธีการเท่าไหร่ในการเอาชนะศัตรูหรอก ที่เห็นว่าต้องสู้กันอย่างยุติธรรมก็มีแค่ในละครหลังข่าวเท่านั้น

คนที่ทำธุรกิจส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาไม่ค่อยจะขาวสะอาดกันสักเท่าไหร่หรอก พวกใจดีมีเมตตาอย่างลู่กั๋วเฉียงยังเอาตัวไม่รอดเลยถ้าไม่ได้ซูข่านช่วยเอาไว้

ซูข่านรู้ดีว่าตลาดเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในอนาคตนั้นมันจะใหญ่แค่ไหน และยิ่งในยุคของสมาร์ทโฮมแล้วด้วยละก็

ดังนั้นจำเป็นต้องวางรากฐานเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ดีเสียก่อน พวกถึงในยุคที่สมาร์ทโฟน ตอนนั้นซูข่านก็สามารถเป็นผู้นำในเรื่องสมาร์ทโฮมได้ทันที

แต่การจะไปถึงจุดหมายตรงนั้นได้ จำเป็นต้องกำจัดเสี้ยนหนามที่ขวางทางอยู่ก่อน

"เอ่อ…"

สูเจิ้งเหมาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เขามองไปที่ซูข่านอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

เขามีเวลาตั้งหลายวันในการสืบหาคนที่คิดร้ายต่อโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียง แต่สูเจิ้งเหมาก็ยังไม่สามารถสืบได้แม้กระทั่งเงา

แต่คุณซูใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีกับข้อมูลเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสืบเรื่องราวได้แล้ว

สูเจิ้งเหมาได้ย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ได้เจอกันซูข่านครั้งแรก ตอนนั้นหากว่าเขานำหยกจักรพรรดิ์ที่ซูข่านฝากขายเอาไปขายซะเอง ตอนนี้เขาคงจะกลายเป็นอาหารปลาในแม่น้ำเซียงเจียงแล้วก็ได้

แถมเงินที่ได้จากการขายหยกจักรพรรดิ์ก็ได้เปลี่ยนการเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่นล้านไปแล้ว

มันสมองของสูเจิ้งเหมานั้นไม่สามารถเทียบกับซูข่านได้เลย สูเจิ้งเหมารู้สึกว่าเขานั้นเป็นเหมือนกับก้อนเต้าหู้เน่าๆก้อนหนึ่งเท่านั้นถ้าเทียบกับซูข่าน

"ผมจะรีบหาช่างภาพมาจัดการเรื่องนี้ทันทีครับ เท่านี้ก็สามารถหาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว และผมจะไม่ยอมปล่อยมันไปเด็ดขาดครับ"

สูเจิ้งเหมาพูดด้วยความมั่นใจ

"ดีมาก"

ซูข่านพยักหน้าให้กับสูเจิ้งเหมา

สถานะของสูเจิ้งเหมาในเผิงเฉิงนั้น ดีกว่าของลู่กั๋วเฉียงมาก

ตอนนี้คนทั่วไปรู้จักกับเขาในฐานะของ เศรษฐีจากเซียงเจียงผู้สร้างตึกที่สูงที่สุดในประเทศ หากว่าเขาไม่สามารถหาตัวคนที่คิดร้ายกับเจ้านายใหญ่ได้

ตัวของเขานั้นก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหนแล้ว

"คุณซูครับ"

สูเจิ้งเหมายังไม่ลุกขึ้น เขายังคงนั่งเหมือนเดิมและพูดกับซูข่านต่อ

"นอกเรื่องที่ผมไปสืบมาแล้ว ผมก็ยังมีอีกเรื่องที่จะบอกคุณซูด้วยครับ"

"เรื่องอะไร?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองไปที่สูเจิ้งเหมา

"คุณจางหลังรู้ว่าคุณซูมาที่เผิงเฉิง เธอจึงได้ฝากข่าวมาบอกครับ"

สูเจิ้งเหมาพูดช้าๆ