เพียงแค่ข้อมูลเล็กๆน้อยๆเท่านั้น สูเจิ้งเหมารู้สึกได้ถึงความห่างชั้นระหว่างเขากับซูข่าน มันห่างชั้นกันเกินไปแล้ว
นี่คือความแตกต่างระหว่างมนุษย์ธรรมดากับพระเจ้าสินะ
ซูข่านได้พูดต่อว่า
"คนที่ทำจะต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์พอสมควร ดูท่าทางแล้วพวกเขาคงจะรู้ถึงยอดขายของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงเป็นอย่างดี จากนั้นก็คงสืบถึงผลิตภัณฑ์ภายในโรงงาน"
"แล้วเขาก็คงเล็งเห็นช่องโหว่แล้วจึงทำการโจมตีช่องโหว่นั้น แสดงว่าคนที่ทำจะต้องมีธุรกิจหรืออุตสาหกรรมตู้เย็นแบบเดียวกับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียง"
ซูข่านตั้งเป้าไปที่ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตู้เย็น มูลค่าของตลาดนี้ค่อนข้างใหญ่ ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะต้องการกำจัดคู่แข่ง
"ประเภทเดียวกันเหรอครับ?"
ดวงตาของสูเจิ้งเหมาเบิกกว้างขึ้น
"ถ้าอย่างงั้นก็ง่ายเลยสิครับ ในเมืองเผิงเฉิงมีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับตู้เย็นไม่กี่แห่งเท่านั้น"
หากเป็นในช่วงหลังปี 1990 ช่วงนั้นคงจะต้องตามหากันลำบากหน่อย เพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศจีนเกือบทั้งหมดเริ่มผลิตตู้เย็นเป็นของตัวเอง
แต่โชคดียังดีที่ยังไม่ถึงปีนั้น ตอนนี้ยุคนนี้มีโรงงานที่ผลิตตู้เย็นได้เพียงไม่กี่โรงงาน และยิ่งในเผิงเฉิงอีก ซูข่านตีวงได้แคบลงมาเรื่อยๆ
"ไม่เพียงแต่ตู้เย็น แต่ต้องรวมไปถึงพัดลมไฟฟ้าด้วย"
ซูข่านได้พูดต่อ
พัดลมไฟฟ้าเฟยเซียของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงนั้น มียอดขายติดอันดับหนึ่งในสามพัดลมที่ขายดีที่สุดในประเทศ
ส่วนแบ่งทางการตลาดเกี่ยวกับพัดลมไฟฟ้าจึงถูกแบ่งโดยโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียง
ดังนั้นหากโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงมีปัญหา ยอดขายพัดลมไฟฟ้าเฟยเซียจะต้องตกลงไปด้วย
"เข้าใจแล้วครับ"
สูเจิ้งเหมาพยักหน้า
ซูข่านได้วิเคราะห์ทุกอย่างไว้ชัดเจนหมดแล้ว สูเจิ้งเหมาเพียงแค่ไปตามหาสิ่งที่ซูข่านบอกเท่านั้น สูเจิ้งเหมารู้เรื่องนี้ เขารู้สึกว่าจะต้องตามหาคนที่ปล่อยข่าวเจอในเร็วๆนี้แน่
แต่ซูข่านรู้สึกว่ามันไม่ง่ายเช่นนั้น แม้ว่าจะบีบให้เหลือเพียงแค่วงแคบๆ แต่ก็ยากที่จะรู้ตัวคนทำพร้อมกับหลักฐานมัดตัว
ยุคนี้มันยังไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือกล้องวงจรปิดสักเท่าไหร่ มันจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆที่จะทำการก่ออาชญากรรมข้างถนนโดยไม่ถูกจับได้
แล้วยิ่งเรื่องต้องทำในสถานที่ปิดแบบนี้อีก มันจึงยากกว่าเดิมอีกหลายต่อหลายเท่า
ซูข่านได้ถามสูเจิ้งเหมาต่อ
"นายไปหาคนที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพซะ จากนั้นก็ไปที่สำนักพิมพ์ของหนังสือพิมพ์เพื่อยืมภาพถ่าย แล้วก็ดูว่ารูปนั้นใช้ฟิล์มของอะไรถ่าย กล้องที่ใช้คู่กับฟิล์มตัวนี้ด้วย"
ใบหน้าของสูเจิ้งเหมาสว่างขึ้นราวกับว่ามีคนมาจุดประกายความคิดให้กับเขา ตัวของเขานั้นลืมไปซะสนิทเลยว่ามีวิธีแบบนี้อยู่ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้อาจจะบอกถึงเจ้าของที่ถือครองมันอยู่ก็เป็นได้
"นอกจากนี้"
ซูข่านมองดูสูเจิ้งเหมาก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดด้วยรอยยิ้มต่อว่า
"ให้ช่างภาพคนนั้นดูสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วย มีโอกาสที่เขาน่าจะรู้ว่าสถานที่ตรงนั้นถูกถ่ายที่ไหนและมุมไหน"
สิ่งเหล่านี้คือการวิเคราะห์ที่มักจะอยู่ในนวนิยายนักสืบบางเรื่อง ซูข่านจำเป็นต้องวิเคราะห์ทุกอย่างเท่าที่เขาจะสามารถวิเคราะห์ได้
ถ้าหากไม่สามารถเจอคนที่คิดไม่ดีกับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงได้
อีกฝ่ายจะต้องเล่นงานโรงงานอิเล็กทรอนิกส์อีกแน่ๆ
สถานการณ์แบบนี้จำเป็นต้องรีบหาตัวคนทำแล้วกำจัดให้เร็วที่สุด เพราะว่าอีกฝ่ายก็พยายามจะกำจัดอยู่เหมือนกัน
มันก็เหมือนกับสงครามของสมาร์ทโฟนนั่นแหละ อย่ามองว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนจะมีมิตรภาพที่ดีระหว่างกันนะ จริงๆพวกเขาก็หวังให้บริษัทคู่แข่งคนอื่นล้มละลายเหมือนกัน
ลองคิดดูสิมูลค่าของตลาดสมาร์ทโฟนมันใหญ่แค่ไหน หากว่าถือครองคนเดียวทั้งหมดจะได้เงินต่อปีไม่รู้กี่ล้านต่อกี่ล้าน
ไม่เพียงแต่สมาร์ทโฟนอย่างเดียวที่มีเรื่องประเภทนี้
ขนาดบริษัทอย่างแอปเปิ้ลหรือไมโครซอร์ฟเองก็เป็นเหมือนกัน
ต่อหน้าผู้คนแล้วทั้งสองบริษัทก็ดูเหมือนจะเป็นมิตรกันดีหรอก แต่ลับหลังนี่พวกเขาใช้กลยุทธทุกรูปแบบเพื่อโค่นล้มอีกฝ่าย
การทำธุรกิจเองก็เหมือนกับการทำสงครามนั่นแหละ ไม่มีการเลือกวิธีการเท่าไหร่ในการเอาชนะศัตรูหรอก ที่เห็นว่าต้องสู้กันอย่างยุติธรรมก็มีแค่ในละครหลังข่าวเท่านั้น
คนที่ทำธุรกิจส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาไม่ค่อยจะขาวสะอาดกันสักเท่าไหร่หรอก พวกใจดีมีเมตตาอย่างลู่กั๋วเฉียงยังเอาตัวไม่รอดเลยถ้าไม่ได้ซูข่านช่วยเอาไว้
ซูข่านรู้ดีว่าตลาดเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในอนาคตนั้นมันจะใหญ่แค่ไหน และยิ่งในยุคของสมาร์ทโฮมแล้วด้วยละก็
ดังนั้นจำเป็นต้องวางรากฐานเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ดีเสียก่อน พวกถึงในยุคที่สมาร์ทโฟน ตอนนั้นซูข่านก็สามารถเป็นผู้นำในเรื่องสมาร์ทโฮมได้ทันที
แต่การจะไปถึงจุดหมายตรงนั้นได้ จำเป็นต้องกำจัดเสี้ยนหนามที่ขวางทางอยู่ก่อน
"เอ่อ…"
สูเจิ้งเหมาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เขามองไปที่ซูข่านอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เขามีเวลาตั้งหลายวันในการสืบหาคนที่คิดร้ายต่อโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียง แต่สูเจิ้งเหมาก็ยังไม่สามารถสืบได้แม้กระทั่งเงา
แต่คุณซูใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีกับข้อมูลเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสืบเรื่องราวได้แล้ว
สูเจิ้งเหมาได้ย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ได้เจอกันซูข่านครั้งแรก ตอนนั้นหากว่าเขานำหยกจักรพรรดิ์ที่ซูข่านฝากขายเอาไปขายซะเอง ตอนนี้เขาคงจะกลายเป็นอาหารปลาในแม่น้ำเซียงเจียงแล้วก็ได้
แถมเงินที่ได้จากการขายหยกจักรพรรดิ์ก็ได้เปลี่ยนการเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่นล้านไปแล้ว
มันสมองของสูเจิ้งเหมานั้นไม่สามารถเทียบกับซูข่านได้เลย สูเจิ้งเหมารู้สึกว่าเขานั้นเป็นเหมือนกับก้อนเต้าหู้เน่าๆก้อนหนึ่งเท่านั้นถ้าเทียบกับซูข่าน
"ผมจะรีบหาช่างภาพมาจัดการเรื่องนี้ทันทีครับ เท่านี้ก็สามารถหาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว และผมจะไม่ยอมปล่อยมันไปเด็ดขาดครับ"
สูเจิ้งเหมาพูดด้วยความมั่นใจ
"ดีมาก"
ซูข่านพยักหน้าให้กับสูเจิ้งเหมา
สถานะของสูเจิ้งเหมาในเผิงเฉิงนั้น ดีกว่าของลู่กั๋วเฉียงมาก
ตอนนี้คนทั่วไปรู้จักกับเขาในฐานะของ เศรษฐีจากเซียงเจียงผู้สร้างตึกที่สูงที่สุดในประเทศ หากว่าเขาไม่สามารถหาตัวคนที่คิดร้ายกับเจ้านายใหญ่ได้
ตัวของเขานั้นก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหนแล้ว
"คุณซูครับ"
สูเจิ้งเหมายังไม่ลุกขึ้น เขายังคงนั่งเหมือนเดิมและพูดกับซูข่านต่อ
"นอกเรื่องที่ผมไปสืบมาแล้ว ผมก็ยังมีอีกเรื่องที่จะบอกคุณซูด้วยครับ"
"เรื่องอะไร?"
ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองไปที่สูเจิ้งเหมา
"คุณจางหลังรู้ว่าคุณซูมาที่เผิงเฉิง เธอจึงได้ฝากข่าวมาบอกครับ"
สูเจิ้งเหมาพูดช้าๆ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved