ตอนที่ 237

ซูข่านไม่สามารถรู้ข่าวพวกนี้ได้เลย ในหนานจิงไม่มีทั้งโทรศัพท์มือถือหรือว่าอีเมล์เลย

การรับรู้ข่าวสารที่หนานจิงทำได้เพียงโทรศัพท์บ้านเท่านั้น ซึ่งมันก็ทำการติดตั้งยากและวุ่นวายเหลือเกิน

เมื่อจางหม่านกลับมาที่เซียงเจียง เธอก็รีบส่งโทรเลขมาให้ซูข่านทันที

"หุ้นไมโครซอร์ฟ 15%!!"

ซูข่านเกือบจะกระโดดด้วยความดีใจ หุ้น 15% ของไมโครซอร์ฟเชียวนะ

นั่นทำให้เขามีหนทางที่จะถือหุ้นใหญ่ในบริษัทนี้ ถ้าทางไมโครซอร์ฟมีการระดมทุนเพิ่มอีก ตอนนั้นซูข่านก็สามารถอัดฉีดเงินทุนเพื่อถือหุ้นเพิ่มได้

"เฮ้อ"

ซูข่านพยายามหายใจเพื่อระงับความตื่นเต้น เขาได้คิดถึงเหตุการณ์ฟองสบู่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตอนนั้นจะทำให้มูลค่าของไมโครซอร์ฟสูงถึง 5 แสนล้าน

และแน่นอนไม่ใช่ 5 แสนล้านหยวน แต่เป็น 5 แสนล้านดอลล่าห์ ซึ่งมันจะได้ส่วนแบ่งมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์

ซูข่านได้อ่านข้อความที่เหลือต่อ ครั้งนี้จางหม่านได้ใช้วิธีการส่งโทรเลขมาแทนการโทรศัพท์ เนื่องจากเนื้อหาและรายละเอียดค่อนข้างเยอะ

"หุ้น 500,000 ดอลล่าห์"

ซูข่านอ่านข้อความอื่นที่เกี่ยวกับบริษัทแอปเปิ้ล ตอนนี้บริษัทแอปเปิ้ลเริ่มที่จะเข้าสู่ตลาดแล้ว

การลงทุนของบริษัทเฉียนฟ่านที่จะถือหุ้นดั้งเดิมจึงเป็นเรื่องที่ยาก พวกเขาสามารถซื้อหุ้นใหม่ของแอปเปิ้ลได้เท่านั้น

ตอนนี้หุ้นของบริษัทแอปเปิ้ลมีเกือบหมื่นหุ้นเท่านั้นเอง โอกาสดีๆแบบนี้มาถึงอีกแล้ว

"น่าเสียดายแต่ก็ต้องอดใจไว้ก่อนแหละ"

ซูข่านส่ายหัว ต้องรอเวลาอีกสักหน่อยถึงจะซื้อหุ้นของแอปเปิ้ลเพิ่มได้ ถ้าตอนนี้ซื้อปริมาณมากเกินไปมันจะดึงดูดความสนใจของยักษ์ใหญ่มาได้

ซูข่านเคยผ่านเหตุการ์ณนั้นมาก่อน เขาจึงไม่อยากจะซ้ำรอยเดิมสักเท่าไหร่

"ซุนเจิ้งยี่!!"

ซูข่านอ่านข้อความต่อไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าซุนเจิ้งยี่จะอยู่ที่สหรัฐอเมริกาด้วย และเขากำลังมองหาคนร่วมลงทุนด้วยกันอีก

"ข้อตกลงแบบไม่ปรับลด โดยจะถือหุ้นที่ ….."

สัดส่วนการถือหุ้น 10% ไม่ว่าจะระดมทุนเพิ่มแค่ไหน เป็นเงื่อนไขที่ซูข่านต้องปรบมือให้กับจางหม่านเลย เงื่อนไขนี้เป็นเงื่อนไขที่ดีมากจริงๆ

ซูข่านรู้สึกประหลาดใจมาก

เขารู้ว่าซุนเจิ้งยี่เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากในอนาคต เจ้าของอาลีบาบาได้เป็นพูดเองกับปากของเขาด้วย

เมื่อเดือนที่แล้วตอนที่ซูข่านอยู่ที่เซียงเจียง เขาก็ได้คิดถึงคนๆนี้ด้วยซ้ำ เขาเป็นหนึ่งในคนที่ซูข่านต้องการลงทุนมากที่สุดอย่างแน่นอน

วิสัยทัศน์ทางธุรกิจของเขานั้นไม่มีใครเหมือน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสได้พบกับเขา ซูข่านจึงได้มองหาโอกาสอื่นๆในเซียงเจียงที่สามารถทำได้ในยุคนี้

ซูข่านไม่คิดเลยว่าชายคนนั้นจะมาหาเขาเองโดยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แล้วเขาไปทำอะไรที่นั่น? ทำไมเขาถึงต้องไปติดต่อลงทุนกับบริษัทเฉียนฟ่านด้วย?

แต่ถึงอย่างไรก็เถอะ พวกเราทั้งสองได้ลงทุนร่วมกันแล้ว มันคงเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต

"ฮ่าๆๆ"

ซูข่านหัวเราะออกมาหลังอ่านข้อความทั้งหมด

ซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิงที่อยู่ในบ้าน พวกเขาทั้งคู่มองไปยังซูข่านที่หัวเราะอยู่คนเดียว

เกิดอะไรขึ้นกับพี่สาม?

ทำไมพี่สามถึงได้มีความสุขมากขนาดนั้น?

ทั้งสองคนหันหน้ามามองกันด้วยความงุนงงก่อนจะไปหาอะไรทำในบ้านต่อ

"ข้อกำจัดในการถือหุ้นสูงสุดจะอยู่ที่ 30% อย่างงั้นเหรอ?"

ซูข่านได้คิดถึงใบหน้าของจางหม่านที่กำลังพูดประโยคนี้อยู่ ก็จริงแหละที่ถือหุ้น 30% จะไม่สามารถเป็นหุ้นใหญ่ในบริษัทได้

แต่มันก็ในชื่อของบริษัทเฉียนฟ่านเท่านั้น แต่ถ้าว่านเซี่ยงถือหุ้นสัก 21% ละก็….

ต้องบอกว่ากับดักของจางหม่านที่วางเอาไว้นั้นดีจริงๆ และพวกเราก็จะได้ส่วนแบ่งของกำไรที่จะได้ในอนาคตอีกด้วย

ยิ่งผ่านไปเรื่อยๆมูลค่าของส่วนแบ่งนี้ก็จะสูงขึ้นอีก

"การเดินทางไปอเมริกาของเธอครั้งนี้ดูเหมือนจะประสบผลสำเร็จทุกอย่างเลยนะ แถมยังดีเกินคาดไว้อีกด้วย"

ซูข่านยังคงหัวเราะต่อ

ถ้าเขาอยู่ที่เซียงเจียงตอนนี้ เขาคงเดินไปหาจางหม่านและมอบรางวัลให้กับเธอไปแล้ว

แต่รางวัลอันเก่าที่เธอสมควรจะได้รับเธอยังไม่ได้รับเลย สัญญาตั้งแต่ซื้อขายหุ้นครั้งแรกๆที่เธอได้เป็นคนมาบริหารพอร์ตของซูข่านช่วงที่เขาไม่อยู่ เธอได้พักสัญญานี้ไว้ก่อน

แล้วยังครั้งนี้อีก เธอคงไม่รู้ตัวเลยว่าจะทำกำไรให้กับบริษัทมหาศาลขนาดไหน มีเพียงซูข่านคนเดียวที่รู้

ซูข่านวางโทรเลขในมือลงและสูดหายใจเข้าเต็มปอด

ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ถ้ามีโอกาสอีกซูข่านก็ต้องการครอบครองหุ้นทั้งหมดในมือของซุนเจิ้งยี่

นี่ยังไม่รวมซอร์ฟแบงค์(Softbank)อีกนะ ไม่ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟแค่ไหนก็ต้องได้หุ้นตัวนี้มาครอบครอง

ในอนาคตซอร์ฟแบงค์จะลงทุนไปทั่วทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศจีน หรือประเทศสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

นี้ถือเป็นข่าวดีที่เขาได้รับหลังจากฟิวเจอร์น้ำมันครั้งล่าสุด

ซูข่านรู้สึกมีความสุขมาก

"พี่สามครับ"

หลังจากที่ซูข่านได้ลงโทรเลขในมือลง ซงหมิงเจียงก็ได้เดินออกจากบ้านมาหาและพูดกับซูข่าน

"ใกล้ถึงเวลาแล้วครับ"

"เที่ยงแล้วเหรอ?"

ซูข่านรู้สึกว่าเวลาได้ผ่านไปเร็วมากขณะที่เขาได้อ่านข้อความของจางหม่าน เขาได้ลุกขึ้นพูดกับซงหมิงเจียงด้วยรอยยิ้ม

"ไปกันเถอะ"

ซูข่านเดินออกจากสวนไปยังหน้าบ้าน ซึ่งตอนนี้มีรถตู้มือสองจอดรอซูข่านอยู่

มันดูค่อนข้างเก่าเล็กน้อย มันไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปเลย

ซอยบ้านที่ซูข่านอยู่ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนสนใจรถคันนี้เท่าไหร่ และยิ่งเป็นรถเก่าๆอีกด้วยทำให้ผู้คนเลือกที่จะเดินผ่านโดยไม่มองสักนิด

รถได้ขับออกจากซอยไปอย่างช้าๆ ต้องบอกสภาพของรถทำได้เท่านี้ก็เต็มที่ของมันแล้ว

ซูข่านมีนัดจะไปหาตาเฒ่าคนหนึ่งในตอนเที่ยง วันนี้ตาเฒ่าคนนั้นได้มีคำสั่งเรียกให้ซูข่านไปกินข้าวด้วย

ซูข่านต้องไปกินข้าวกลางวันกับตาเฒ่านั่น

"เฮ้อ"

เขาไม่มีทางเลือกเลย ที่ซูข่านจำเป็นต้องไปเพราะเหตุผลเดียวเท่านั้น

ใบชาของเขากำลังจะหมดลง ซูข่านต้องการใบชาเพิ่มอีก เขาอยากได้เพิ่มกว่าครั้งก่อนสองเท่า

นี่คือเหตุผลหลักที่ซูข่านไปพบกับตาเฒ่านั่น ใบชาล้วนๆ