ตอนที่ 430

ซูข่านได้บอกให้หยางไท่เฉียนจัดการสืบหาข้อมูลของตระกูลชุ่น เขาจึงได้เดินทางไปที่ยุโรปเพื่อสืบหาเรื่องนี้ด้วยตัวเองเป็นเวลา 1-2 เดือน

การที่หยางไท่เฉียนเตรียมมาพบกับซูข่านแบบนี้ แสดงว่าเขาน่าจะมีข้อมูลของตระกูลชุ่นเรียบร้อย

"ตึกๆๆ"

จากนั้นก็มีเสียงเท้าของซงหมิงเจียงที่เดินออกจากศาลาไปแล้วก็มีเสียงของฝีเท้าอีกเสียงหนึ่งเดินเข้ามา เสียงนั้นมาหยุดอยู่ตรงที่ข้างซูข่านอย่างช้าๆ

"สวัสดีครับเจ้านาย"

ซูข่านหันหน้าไปช้าๆ เขาก็เห็นหยางไท่เฉียนยืนอยู่

"ผมกลับมาจากยุโรปแล้วครับเจ้านาย"

หยางไท่เฉียนได้มองไปที่ซูข่านพร้อมกับพูดด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย

ซูข่านชี้ไปยังเก้าอี้ตัวเล็กข้างๆและพูดอย่างใจเย็น

"นั่งลงก่อนสิ"

"ขอบคุณครับเจ้านาย"

หยางไท่เฉียนพูดขอบคุณเสร็จก็ขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆซูข่านพร้อมกับมองด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

"เรื่องที่ฉันให้นายไปตรวจสอบยังไงบ้าง?"

ซูข่านถามหยางไท่เฉียนด้วยน้ำเสียงสบายๆ

"เรียบร้อบแล้วครับเจ้านาย"

"ผมโชคดีอย่างเหลือเชื่อจริงๆครับ หลังจากที่ผมได้รับคำสั่งจากเจ้านายมา ผมก็รีบเดินทางไปยุโรปเพื่อตามหาธุรกิจที่มีคนเซียงเจียงเป็นเจ้าของทันทีและผมก็ได้พบครับ"

ซูข่านยังคงมองเบ็ดตกปลาที่อยู่ในแม่น้ำด้วยสายตาแน่นิ่งไม่ไหวติ่งต่อสิ่งใด เขาจ้องไปยังเอ็นของเบ็ดตกปลาที่อยู่ท่ามกลางแม่น้ำแห่งนี้

หยางไท่เฉียนยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

"มีบริษัทที่มีเจ้าของเป็นคนจีนบริษัทหนึ่งในฝรั่งเศสครับ ชื่อบริษัทว่าชุ่นกรุ๊ป เป็นบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่งที่มีมูลค่าในตลาดไม่ใช่ย่อยเลยครับ"

"ทางบริษัทจะเน้นไปทางเครื่องมือกลเป็นหลักครับ ธุรกิจของพวกเขาถูกประเมินในอัตราแลกเปลี่ยนของดอลล่าห์สหรัฐสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านดอลล่าห์ครับ"

ซูข่านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยินคำพูดของหยางไท่เฉียน

เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าตระกูลชุ่นจะมีธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ในประเทศยุโรปด้วย แถมยังมีมูลค่าตลาดสูงถึง 300 ล้านดอลล่าห์

ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมทางการประเทศจีนถึงได้เชิญชวนพวกเขากลับมาลงทุน

ตระกูลชุ่นเคยไม่มีชื่อมาก่อนในชีวิตก่อนหน้านี้ของซูข่าน การที่พวกเขากลับมาที่ประเทศจีนเพราะมีทางการชวนจึงทำให้ซูข่านต้องส่งหยางไท่เฉียนไปตรวจสอบพวกเขา

เนื่องจากการซื้อกิจการรถยนต์ของบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงในยุโรป และรวมกับความสัมพันธ์อันดีกับทางอีริคสัน ทำให้หยางไท่เฉียนสามารถตรวจสอบเรื่องพวกนี้โดยง่าย

ไม่อย่างงั้นอาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีๆเลยก็ได้ในยุคที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตแบบนี้

"บริษัทชุ่นกรุ๊ปเองก่อตั้งมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วครับ เดิมทีบริษัทพวกเขาก็เป็นเพียงบริษัทเล็กๆธรรมดาบริษัทหนึ่งเท่านั้น แต่ในช่วง 10 ที่ผ่านมาทางบริษัทก็ได้เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดที่ประมาณ 300 ล้านดอลล่าห์ครับ"

"สูงสุด?"

ดวงตาของซูข่านหรี่ลงเล็กน้อย เมื่อ 10 ปีก่อนตอนที่ผู้นำของตระกูลชุ่นได้เสียชีวิตลง ตระกูลชุ่นที่เหลือก็ได้เดินทางไปยังต่างประเทศ ซึ่งมันตรงกับช่วงเวลาที่บริษัทได้เติบโตพอดีเลย

แต่คำว่ามูลค่าสูงสุดอยู่ที่อยู่ประมาณ 300 ล้านดอลล่าห์ เรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่าช่วงนี้ไม่ใช่จุดสูงสุดที่บริษัทเคยทำได้ ดูเหมือนว่ามูลค่าของบริษัทกำลังลดลง

ภายในใจของซูข่านรู้สึกสว่างขึ้นทันทีที่เขาได้ยินช่องโหว่จากหยางไท่เฉียน

"ใช่ครับ"

หยางไท่เฉียนพยักหน้า

"เกิดอะไรขึ้น?"

ซูข่านถามต่อทันที

หยางไท่เฉียนจึงได้อธิบายช้าๆ

"มันเป็นราคาประเมินมูลค่าของบริษัทชุ่นกรุ๊ปของเมื่อ 3 ปีก่อนครับ ตอนนั้นมีบริษัทยักษ์ใหญ่ในยุโรปต้องการที่จะเข้าซื้อบริษัทชุ่นกรุ๊ปและมีการประเมินราคาสูงถึง 300 ล้านดอลล่าห์"

"ทางบริษัทชุ่นกรุ๊ปก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอพวกนั้นไป แต่ทางบริษัทยักษ์ใหญ่ยังไม่ยอมแพ้ จึงทำให้การแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจพวกเขาขึ้น"

"แม้ว่าทางบริษัทชุ่นกรุ๊ปจะอยู่รอด แต่พวกเขาก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักในการลงไปเล่นกับยักษ์ใหญ่ในวงการ"

ซูข่านได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

หากว่ามีบริษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาในธุรกิจแบบนี้ ถึงพวกเขาจะเริ่มต้นช้าพวกบริษัทอื่นที่อยู่ในวงการ แต่พวกเขาก็มีเงินทุนที่หนาพอจะอยู่ในวงการได้

แม้ว่าบริษัทชุ่นกรุ๊ปจะมีมูลค่าในตลาดสูงถึง 300 ล้านดอลล่าห์ แต่ก็รู้ได้เลยว่าไม่สามารถเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้านี้ได้เลย

ไม่แปลกหรอกที่ทางบริษัทชุ่นกรุ๊ปจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแข่งขันแย่งชิงตลาด

"หลังจากนั้นมูลค่าทางการตลาดของบริษัทชุ่นกรุ๊ปก็ได้ลดลงเกือบ 50% แถมส่วนแบ่งทางการตลาดของพวกเขาก็ถูกแย่งชิงไปด้วย"

หยางไท่เฉียนยังคงอธิบายต่อ

"และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้ลูกค้าเก่าของทางบริษัทชุ่นกรุ๊ปหันไปร่วมมือกับพวกบริษัทญี่ปุ่นแทน"

"เทคโนโลยีเครื่องมือและเครื่องจักรของประเทศญึ่ปุ่นนั้นก็พัฒนาจนไม่เป็นสองรองใคร และราคาก็ถูกกว่าในยุโรปมาก ประเทศญี่ปุ่นเลยกำลังจะครองตลาดนี้ครับ"

"หากมีการประเมินราคาของทางบริษัทชุ่นกรุ๊ปใหม่ ผมเกรงว่ามูลค่าของบริษัทพวกเขาอาจจะน้อยกว่า 100 ล้านดอลล่าห์ก็ได้ครับ"

เมื่อหยางไท่เฉียนอธิบายจบ ซูข่านก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในยุคนี้ โดยเฉพาะบริษัทในยุโรปและอเมริกา ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศญี่ปุ่นและราคาที่แสนถูก ทำให้พวกเขาสามารถแย่งชิงตลาดจากบริษัทในยุโรปและอเมริกาได้

ดังนั้นบริษัทในยุโรปและอเมริกาจำนวนมากจึงล้มละลายไปมากในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ทำเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์

เช่นเดียวกันกับบริษัทรถยนต์ในยุโรปที่ทางบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงได้ซื้อ พวกเขาก็ประสบภาวะเดียวกับทางบริษัทชุ่นกรุ๊ป จนทำให้บริษัทขาดทุนและต้องขายกิจการในที่สุด

หากไม่สามารถแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้ จึงไม่แปลกที่บริษัทจะขาดทุนจนต้องประกาศขาย

ผลกระทบในลักษณะนี้ไม่เพียงเกิดขึ้นในยุคนี้เท่านั้น แต่ในยุคสมาร์ทโฟนหรือในยุคอินเตอร์เน็ตเองก็มี

ซึ่งประเทศที่จะทำให้เกิดผลกระทบนี่ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกซะจากประเทศจีน ในภายหลังประเทศจีนจะมีโรงงานรถยนต์เป็นของตัวเองและผลิตรถยนต์เข้าสู่ตลาดโลก

มันทำให้มีบริษัทยุโรปรวมไปถึงอเมริกาบางแห่งต้องปิดตัวลงไปจนถึงล้มละลายเลยก็มี

ทางบริษัทชุ่นกรุ๊ปเองก็คงจะโดนผลกระทบแบบเดียวกันบริษัทอื่นๆในยุโรปและอเมริกา

"ผมได้ยินมาว่ามีชาวเซียงเจียงสนใจที่จะกลับไปลงทุนในประเทศจีนฝั่งแผ่นดินใหญ่ และพอตรวจสอบก็พบว่าชาวจีนที่ว่านั่นก็คือพวกชุ่นกรุ๊ปนั่นเอง พวกเขาคงได้รับเชิญจากรัฐบาลให้กลับไปลงทุนที่นั่น"

"สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมาตายรังที่ประเทศจีนอยู่ดี อยู่ที่นี่ดีๆไม่ชอบต้องถ่อไปถึงยุโรป และไหนจะยัง…"

หยางไท่เฉียนยังคงพูดต่อเกี่ยวกับเรื่องของชุ่นกรุ๊ปโดยไม่รู้ว่าซูข่านเองรู้จักกับทางชุ่นกรุ๊ปเป็นการส่วนตัว

"พวกเขาคงไม่มีทางเลือกแหละ"

ซูข่านหลับตาลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำ

เมื่อได้ยินคำพูดของซูข่าน หยางไท่เฉียนก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย

ทำไมเจ้านายถึงพูดแบบนั้นออกมา? เขาหมายความว่ายังไงกัน?

เมื่อเห็นว่าซูข่านกำลังหลับตาและคิดอะไรบางอย่างอยู่ หยางไท่เฉียนก็ได้หยุดพูดและนั่งนิ่งๆราวกับเขาไม่มีตัวตนอยู่

"นี่จะต้องเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่ได้กลับชาติมาเกิดแน่ๆ"

ซูข่านสูดหายใจเข้าลึกๆและพูดกับตัวเองในใจ

"ผลกระทบครั้งนี้จะเป็นการดึงดูดให้ตระกูลชุ่นกลับมาลงทุนที่ประเทศจีนอีกครั้ง"

"เดิมทีตระกูลชุ่นจะต้องไม่กลับมาลงทุนในประเทศจีนสิ แถมชาติที่แล้วก็ไม่มีข่าวอะไรเกี่ยวกับตระกูลชุ่นเลยสักนิด พวกเขาคงต้องปรับรูปแบบให้เป็นบริษัทขนาดเล็กแน่ๆ"

"หรือว่าจะตระกูลชุ่นจะมีโอกาสแก้ไขข้อผิดพลาดตัวเองเหมือนกันตระกูลซูของเรา?"