ตอนที่ 225

แม้ว่าที่นั่นจะค่อนข้างวุ่นวาย แต่ทั้ง 7 นี้ก็พร้อมจะรับมือทุกสถานการณ์อยู่แล้ว พวกเขาไม่ใช่เป็นเพียงคนธรรมดา

พวกเขาทั้งหมดเคยผ่านสงครามและมือเปื้อนเลือดกันมาทั้งสิ้น

"ฉันบอกให้จางเฉียงเตรียมสินค้าไว้ให้แล้ว เมื่อพวกนายไปถึงพรมแดนระหว่างประเทศ พวกนายก็จัดการเอาสินค้าไปได้เลย"

ซูข่านอธิบายให้กับทั้ง 7 คนฟัง

ตอนนี้จางเฉียงได้ทำสิ่งต่างๆมากมายในหนานจิง รวมถึงในทางตอนเหนือและทางตะวันออกอีกด้วย ขนาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ติดกับรัฐเซีย ยังมีคนของจางเฉียงที่รับสินค้าไปเลย

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องกระแสเงินที่หมุนเวียนในแต่ละเดือนของจางเฉียง มันมากมายมหาศาลแล้วตอนนี้

ซูข่านได้บอกให้จางเฉียงส่งสินค้าบางส่วนไปยังบริเวณพรมแดน ก่อนคนของซูข่านจะเดินทางไปถึง เมื่อพวกเขาไปถึงที่นั่นก็จะได้ข้ามพรหมแดนได้เลยโดยไม่ต้องรอสินค้า

"ครับพี่สาม"

ไทเกอร์ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

"เราจะทำให้ดีที่สุดครับ"

เสี่ยวจุนพูดเสริม

ซูข่านได้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสั่งงานใหม่พวกเขา

"ใช่สิ ระหว่างนี้พวกนายก็พักกันไปก่อน"

"ซุปเปอร์มาร์เก็ตของเสี่ยวเว่ยและซู่เฟิงกำลังจะเปิดในอีก 2-3 วัน พวกนายช่วยไปดูแลความเรียบร้อยหน่อย"

ในเวลาอีกไม่กี่วันก็จะเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้ว ซูข่านจำไม่ได้ว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกที่มาเปิดตัวในหนานจิงมันสร้างความวุ่นวายขนาดไหน

ซูข่านจึงอยากเตรียมพร้อมรับมือมากกว่า การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุมันไม่ใช่วิธีของซูข่านอยู่แล้ว

ตอนนี้ค่าครองชีพของคนในหนานจิงได้เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง บางคนต้องการซื้อของจำเป็นต่อการใช้ชีวิตแต่พวกเขากลับหาของพวกนั้นไม่ได้

การเปิดห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตจะช่วยอำนวยความสะดวกให้คนเหล่านี้ได้ ที่นี่ไม่ต้องมีกฏเกณฑ์อะไรมากมาย เพียงแค่หยิบสินค้าแล้วก็สามารถเดินไปจ่ายเงินได้เลย มีสินค้าที่ไม่ต้องรอห้างจากรัฐอีกด้วย

ลองคิดดูสิในหนานจิงจะมีคนที่ต้องรอรัฐบาลนานแค่ไหน แต่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้สามารถกำเงินและเดินเข้าไปซื้อได้เลย

โชคดีที่ซูข่านได้ให้ลู่กั๋วเฉียงผลิตสินค้าและส่งมาที่หนานจิงและใช้ที่นี่ในการกระจายสินค้าไปยังบริเวณรอบๆ มันทำให้มีสินค้าอยู่ในสต็อกเยอะมาก

หากว่าเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตขึ้นมา สถานที่แห่งนี้ก็จะเป็นจุดศูนย์รวมของสินค้าที่นำเข้ามาเผิงเฉิง สามารถขายให้กับคนในพื้นที่ได้ และยังให้คนอื่นมารับสินค้าจากจุดนี้กระจายไปยังที่อื่นได้ด้วย

"ครับพี่สาม"

ไทเกอร์และเสี่ยวจุนพยักหน้า

ใกล้จะถึงเวลาที่คาร์ฟูร์จะเปิดแล้ว ซูข่านกำลังคิดถึงเรื่องที่จะไปที่เป็นตัวแทนในการเปิดร้าน แต่คงต้องให้หวางเอ๋อทำหน้าที่แทนเขาซะแล้ว

ตอนนี้สถานะภาพของหวางเอ๋อดีขึ้นมากในเมืองหนานจิง ผู้คนในเมืองส่วนใหญ่รู้จักหวางเอ๋ออยู่แล้ว

การที่เขาเป็นตัวแทนซูข่านในการเปิดร้านคาร์ฟูร์ก็ไม่เป็นเรื่องที่แย่ ซูข่านก็จะได้ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนตอนนี้

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เช้าวันหนึ่งเวลา 9 โมงเช้า ซูข่านได้ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนจะเอาไปอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่น

ไม่นานเขาก็ได้ลงมานั่งที่โต๊ะรับประทานอาหาร เสี่ยวผิงก็ได้ไปเรียกเฒ่าหลี่ให้มากินข้าวพร้อมกัน

เฒ่าหลี่ได้เดินมาหลังบ้านด้วยสีหน้าที่ไม่เต็มใจเท่าไหร่

"เฒ่าหลี่ เดี๋ยววันนี้ฉันจะพาไปดูอะไรสนุกๆ"

ซูข่านมองไปยังเฒ่าหลี่และพูดด้วยรอยยิ้ม

"มีอะไรใหม่อีกแล้วรึไง"

เฒ่าหลี่ขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจที่ซูข่านได้ชวนออกไปข้างนอกอีกแล้ว เฒ่าหลี่ไม่อยากจะอยู่ไกลจากของเก่าที่อยู่ในบ้านมาก มูลค่าของที่อยู่ในห้องลับนั้นประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะไข่มุกราตรีที่มีเพียงสองอันบนโลกใบนี้

"ไปเถอะ"

ซูข่านยิ้มเล็กน้อยให้กับเฒ่าหลี่ สถานที่แห่งนี้ซูข่านอยากให้ทุกคนไปเห็นกับตาด้วยตัวเอง

สำหรับซงหมิงเจียงเขาเคยไปที่เซียงเจียงมาแล้ว นอกจากซงหมิงเจียงก็ไม่มีใครเคยเห็นซุปเปอร์มาร์เก็ตมาก่อน

หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ พวกซูข่านทั้ง 5 คนได้เดินออกจากบ้าน การไม่มีรถยนต์ส่วนตัวมันค่อนข้างจะเป็นอะไรที่ยุ่งยากเล็กน้อย

ต้องพึ่งรถโดยสารสาธารณะอย่างรถเมล์ไปก่อน

"หรือว่าซื้อรถยนต์สักคันดี"

อยู่ๆความคิดนี้ก็ได้ผุดขึ้นในหัวของซูข่าน หลังจากนั้นเขาก็เบิกตากว้างกว่าเดิมเล็กน้อย

ซูข่านได้รีบหันไปพูดกับซงหมิงเจียง

"หมิงเจียง"

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงรีบพูดอย่างรวดเร็วด้วยความเคารพ

"พรุ่งนี้นายไปหาจางเฉียง บอกให้เขาส่งรถตู้ที่เขาขับอยู่มาให้กับฉัน ถ้าเขาบอกว่ารถนี่เป็นเงินส่วนตัวของเขา ก็ให้จางเฉียงหักเงินจากของฉันได้เลย"

"แล้วรถของพี่จางเฉียงละครับ"

"ให้เขาหารถใหม่เอง"

ซงหมิงเจียงไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี พี่สามเอารถของพี่จางเฉียงมาดื้อๆแบบนี้เลย ในหนานจิงคงจะมีแค่พี่สามเท่านั้นที่กล้าทำแบบนี้กลับพี่จางเฉียง

หลี่เจียงเฝิงได้ยินการสนทนาของทั้งสองเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ พี่จางเฉียงที่ยิ่งใหญ่แห่งเมืองหนานจิงต้องยอมสยบให้กับพี่สามคนนี้ พี่สามจะน่ากลัวเกินไปแล้ว

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซงหมิงเจียงก็ได้ฝึกฝนหลี่เจียงเฝิงเกี่ยวกับทักษะการรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญ เป็นหลักสูตรที่ซงหมิงเจียงเรียนมาจากที่เซียงเจียง แต่ก็สอนได้ประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้น

ซูข่านพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

"ใบขับขี่ของนายที่เซียงเจียงใช้ไม่ได้ที่นี่ด้วย หลังจากได้รถมาแล้วนายก็ไปทำใบขับขี่ซะ"

"ใช่สิ"

"เจียงเฝิงนายขับรถเป็นไหม?"

ซูข่านได้หันมามองหลี่เจียงเฝิง

"ขับได้ครับ"

หลี่เจียงเฝิงพยักหน้าและตอบกลับซูข่านด้วยความเคารพ

"ดีมาก งั้นพรุ่งนี้นายไปกับหมิงเจียงเลย จะได้ทำใบขับขี่พร้อมกันทีเดียว"

ซูข่านพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปทางซงหมิงเจียง

ถ้าทั้งสองคนมีใบขับขี่มันจะสะดวกขึ้นมามาก สามารถสลับกันขับรถได้ด้วย

"เอารถตู้มือสองเท่านั้นนะ"

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

ที่หนานจิงตอนนี้ไม่ได้มีรถยนต์สภาพใหม่ขับอยู่มากนัก ซูข่านไม่ต้องการเป็นที่สนใจของผู้คนในเมือง หากว่ามีรถใหม่มาผู้คนจะสนใจและแห่กันเดินผ่านบ้านของซูข่านมากขึ้น

ซูข่านไม่อยากให้บ้านของเขาเป็นเหมือนกับสวนสัตว์ ที่จะมีคนมาเดินผ่านละมองอย่างเดียว

หลังจากนี้อีกไม่กี่ปี อุตสาหกรรมในประเทศจีนก็จะเป็นที่รู้จักของคนทั่วทั้งโลก นี่เป็นเรื่องที่ดีมากในประเทศจีน จะมีเงินทุนเข้ามาตั้งโรงงานอยู่ที่ประเทศจีนจำนวนมาก

พวกเขาจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ การจ้างงาน และเม็ดเงินจากต่างประเทศ เงินภายในประเทศก็จะหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันก็จะเริ่มสูงขึ้นตาม

ซูข่านอยากจะมีส่วนร่วมในการแข่งขับระดับสูงที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ด้วย แต่การที่เขาต้องพัวพันกับชื่อเสียง มันอาจจะทำให้บางสิ่งบางอย่างอยู่เหนือการควบคุมของเขา

เพราะฉะนั้นแล้วซูข่านเลยต้องการปกปิดตัวตนของเขาก่อน

การที่ใช้รถใหม่เอี่ยมก็เป็นตัวเลือกที่แย่มากในการปกปิดตัวตน สำหรับผู้คนที่ทำงานเพื่อหาข้าวกินไปวันๆแล้ว รถยนต์นี่ไม่อยู่ในความคิดของพวกเขาเลย