ตอนที่ 310

ซูข่านมองไปยังลู่กั๋วเฉียงและพูดต่อ

"นอกจากโรงงานที่ผลิตพัดลมแล้ว นายต้องเตรียมโรงงานสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย"

ลู่กั๋วเฉียงทำหน้ามึนงงก่อนจะถามซูข่านด้วยความสงสัย

"ผลิตภัณฑ์ใหม่อะไรครับพี่สาม?"

"ตู้เย็น"

ซูข่านตอบอย่างรวดเร็ว

"ห๊าาา"

ลู่กั๋วเฉียงอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ จากนั้นเขาก็ได้พูดต่อด้วยความประหลาดใจ

"พี่สาม..โรงงานผมสามารถทำตู้เย็นได้ด้วยเหรอครับ? มันไม่ต้องใช้เทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ที่ดีกว่านี้เหรอครับ?"

ลู่กั๋วเฉียงทำงานที่โรงงานมาสักพักแล้ว เขาย่อมรู้ดีว่าเทคโนโลยีอะไรที่จำเป็นต่อการใช้ผลิตตู้เย็น

ขนาดในเผิงเฉิงเองยังมีไม่กี่โรงงานเท่านั้นที่สามารถผลิตตู้เย็นออกมาได้ ข่าวล่าสุดคือโรงงานที่พานาโซนิคกำลังจะเปิด ดูเหมือนว่าเขาจะเปิดโรงงานในการผลิตตู้เย็นโดยเฉพาะด้วย

ขนาดพานาโซนิคยังเปิดโรงงานตู้เย็นโดยเฉพาะ แล้วนับประสาอะไรกับโรงงานที่ผลิตพัดลม มันเทียบกันไม่ได้เลย

"ไม่ต้องห่วง"

ซูข่านส่ายหัวเล็กน้อย

"อย่าบอกนะพี่สามหมายถึง…"

ดวงตาของลู่กั๋วเฉียงเป็นประกายขึ้นมาทันที เขากำลังคิดถึงตอนที่ซูข่านได้สั่งให้เขาผลิตพัดลมไฟฟ้าขึ้นมาครั้งแรก ตอนนั้นมีช่างทำพัดลมโดยเฉพาะมาที่โรงงานของเขาเพื่อผลิตพัดลม

ซูข่านมองไปยังลู่กั๋วเฉียงและพูดอย่างใจเย็น

"เดี๋ยวฉันจะไปจัดการหาคนจากเซียงเจียงที่เชี่ยวชาญตู้เย็นมาที่นี่ เขาจะรับผิดชอบในการดูแลการผลิตตู้เย็นในโรงงานกั๋วเฉียงอิเล็กทรอนิกส์แห่งนี้"

บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงเองก็มีสิทธิบัตรมากมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับตู้เย็น มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะนำเทคโนโลยีพวกนี้มาใช้

ซูข่านเองไม่ได้คาดหวังว่าทางโรงงานกั๋วเฉียงอิเล็กทรอนิกส์จะต้องผลิตตู้เย็นโดยใช้เทคโนโยลีชั้นหนึ่งเหมือนกับโรงงานอื่นเขา

สิ่งที่เขาต้องการคือให้ลู่กั๋วเฉียงทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีพวกนี้แล้วนำไปต่อยอดสร้างสิ่งที่ยอดเยี่ยมออกมา เขาจำเป็นต้องมีสิ่งที่เรียนรู้อีกมาก

ตัวของลู่กั๋วเฉียงเองก็ต้องมีทักษะด้านนี้พอสมควร ซูข่านจำเป็นต้องสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับตัวของลู่กั๋วเฉียง

หลังจากที่ลู่กั๋วเฉียงเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและเข้าใจในระบบของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ตัวของลู่กั๋วเฉียงเองก็จะสามารถบริหารจัดการโรงงานได้อย่างง่ายดาย ต่อให้ขยายต่อไปสัก 10 โรงงานก็ตาม

เมื่อเขามีประสบการณ์ในการทำงานที่โรงงานตั้งแต่ก่อตั้งมาแล้ว มันก็ไม่ยากเย็นอะไรสำหรับเขา

ในตอนที่โรงงานจากประเทศญี่ปุ่นเริ่มประสบภาวะ ตอนนั้นแหละที่ทางกั๋วเฉียงอิเล็กทรอนิกส์จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ

สำหรับเทคโนโลยีจากสิทธิบัตรที่นำมา ก็แค่เรียกเจ้าของสิทธิบัตรมาอธิบายการทำงานให้ช่างที่เชี่ยวชาญก็พอแล้ว ฝีมือระดับช่างคงไม่น่าเข้าใจอะไรยาก

"ครับพี่สาม"

ลู่กั๋วเฉียงพยักหน้า

หลังจากที่คุยกับลู่กั๋วเฉียงจบ ซูข่านหันไปพูดกับเหลาหลี่ต่อ เขาได้เดินทางมารับซูข่านที่ท่าเรือเหมือนกัน

"พี่สามครับ"

"ต้าชุนต้องไปทำงานที่ตึกซิงซีวันนี้เขาจึงมารับพี่ด้วยไม่ได้ครับ"

เหลาหลี่รีบอธิบายแทนต้าชุน

เขาทั้งสองได้ตั้งบริษัทก่อสร้างขึ้นที่เผิงเฉิงแห่งนี้ตามคำสั่งซูข่านและซูข่านก็ได้บอกให้สูเจิ้งเหมาจัดการให้บริษัทที่ก่อตั้งไปทำงานที่ตึกซิงซีด้วยเพื่อเก็บประสบการณ์

ซูข่านพยักหน้าและพูด

"ไม่เป็นไร ที่บริษัทตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?"

เมื่อได้ยินคำถามของซูข่าน เหลาหลี่ก็แสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจออกมา

"พี่สามครับ ตอนนี้พนักงานในบริษัทมีประมาณ 200 กว่าคนแล้วครับ"

"หื้ม? เยอะจัง"

ซูข่านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ตอนแรกรู้สึกทีมก่อสร้างของต้าชุนกับเหลาหลี่จะมีประมาณ 30 คนนะ ตอนนี้เพิ่มเป็น 200 กว่าแล้วงั้นเหรอ

ลู่กั๋วเฉียงช่วยพูดเสริมด้วยรอยยิ้ม

"พี่สามครับ ตอนนี้บริษัทของต้าชุนกับเหลาหลี่ได้กลายเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในเผิงเฉิงแล้วครับ"

"โรงงานกั๋วเฉียงที่กำลังขยาย ก็ได้บริษัทของทั้งสองคนนี้มาช่วยในการก่อสร้างด้วยครับ"

"เป็นเพราะคำแนะนำของพี่สามเลยครับ"

เหลาหลี่พูดขึ้นมาด้วยความเคารพ

"ผมได้จ่ายเงินเป็นรายปีตามที่พี่สามได้บอกครับ พวกพนักงานต่างดีใจและขยันทำงานกันมากเลย แถมผลงานที่พวกเขาทำก็ออกมาดีสุดๆ"

"พวกเขาได้ชวนเพื่อนของพวกเขามาทำงานด้วยอีกหลายคนเลยครับ ตอนนั้นทางบริษัทเองก็มีงานจากที่อื่นเข้ามาพอดีผมก็เลยเปิดรับพนักงานมาเพิ่ม"

ถ้าไม่มีพี่สามให้คำแนะนำในการมัดใจพนักงานพวกนี้ บริษัทของเราคงไม่พัฒนาเร็วขนาดนั้นหรอก

ในเผิงเฉิงเองก็มีบริษัทที่รับเหมาก่อสร้างตั้งมากมาย หลังจากที่มีข่าวลือว่าบริษัทของเราได้ให้เงินเป็นรายปีกับเงินสำหรับเดินทางกลับบ้าน

พนักงานที่มีฝืมือเหล่านั้นต่างลาออกแล้วมาสมัครกับบริษัทเราตั้งมากมาย ตอนนั้นเองที่บริษัทของเราก็เริ่มรับงานที่ใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งหมดนี่เป็นเพราะคำแนะนำพี่สามแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้น

"ดีมาก"

ซูข่านพนักหน้าให้กับเหลาหลี่ เขาไม่คิดเลยว่าภายในหนึ่งปีที่ผ่านมา ผลงานของต้าชุนกับเหลาหลี่จะก้าวกระโดดได้ไกลอย่างนี้

"ขอบคุณมากครับพี่สาม"

เหลาหลี่ก้มหัวเล็กน้อยขอบคุณซูข่าน เขารู้สึกดีใจมากที่ได้รับคำชม แต่แล้วอยู่สีหน้าของเหลาหลี่ก็เริ่มเป็นกังวลเล็กน้อย สุดท้ายเขาก็กัดฟันและตัดสินใจพูดออกมา

"พี่สามครับผมมีอะไรอยากจะขอร้องพี่สามหน่อย"

"อะไร?"

ซูข่านมองไปที่เหลาหลี่ด้วยความสงสัย

ในเผิงเฉิงเอง ตัวของเหลาหลี่มีทั้งลู่กั๋วเฉียงและสูเจิ้งเหมาช่วยเหลืออยู่ ทำไมเขาต้องมาขอความช่วยเหลืออะไรกับเราด้วย

ซงหมิงเจียงเองก็มีสีหน้าที่เป็นกังวลเช่นเดียวกัน เขาไม่อยากให้เหลาหลี่ขอร้องอะไรที่ไม่เข้าท่ากับพี่สาม

ทุกสายตาในห้องตอนนี้มองไปที่เหลาหลี่เพื่อรอคำพูดจากเขา

เหลาหลี่เอามือขึ้นมาเกาแก้มเบาๆและพูดด้วยน้ำเสียงที่เขินอาย

"เรื่องนี้ผมคุยกับต้าชุนมาสักพักแล้วครับ"

"ผมได้ยินมาว่าหัวหน้าสูมีโครงการจะสร้างตึกอีกตึกหนึ่งที่เซี่ยงไฮ้ เห็นว่าความสูงของมันจะสูงกว่าตึกซิงซีที่พวกผมกำลังสร้างอยู่อีก"

"ถ้าหากตึกนั้นที่กำลังจะสร้าง เป็นไปได้ไหมที่จะให้พวกผมได้มีส่วนร่วมด้วย…"

"ฮ่าๆๆๆๆๆ"

ซูข่านหัวเราะออกมาเสียงดังและยาวนานกว่าปกติ เขาก็นึกว่าเหลาหลี่จะให้เขาช่วยเหลืออะไรอย่างอื่น

ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเหลาหลี่กับต้าชุนจะอยากไปมีส่วนร่วมในการสร้างตึกที่เซี่ยงไฮ้นี้ด้วย

ซูข่านชอบความทะเยอทะยานของทั้งสองคนนี้มาก

ในอนาคตบริษัทรับเหมาก่อสร้างจะไม่สามารถรับเหมาอยู่ได้แค่เมืองเดียวหรอก พวกเขาจำเป็นต้องเดินทางไปที่เมืองอื่นบ้าง

และตอนนี้เหลาหลี่กับต้าชุนดูเหมือนจะอยากเริ่มรับเหมานอกเมืองเผิงเฉิงบางแล้ว นี้เป็นความทะเยอทะยานที่ดีมากๆสำหรับพวกเขาทั้งสอง

ซูข่านหยุดหัวเราะและพูดกับเหลาหลี่ด้วยรอยยิ้ม

"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกนายทั้งสองจะมีความคิดแบบนี้ด้วย ฉันดีใจนะที่พวกนายคิดแบบนี้ได้"

"ไม่ต้องห่วง ในเมื่อนายกล้าขอฉันก็กล้าให้อยู่แล้ว แต่พวกนายห้ามทิ้งงานในเผิงเฉิงเด็ดงาน ไม่อย่างงั้นมันจะทำให้ชื่อเสียงของบริษัทติดลบได้"

"ขอบคุณมากครับพี่สามที่ให้โอกาสพวกผม พวกผมจะรีบจัดการงานในเผิงเฉิงให้เสร็จก่อนที่จะไปที่เซี่ยงไฮ้ครับ"

เหลาหลี่รู้สึกดีใจมากที่ได้โอกาสในการไปเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้