ตอนที่ 424

ในชาติที่แล้วของซูข่าน หลังจากที่ธนาคารวิงออนถูกเข้าซื้อกิจการโดยเจ้าของคนอื่น ทางธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดก็เจอกับปัญหาโดนกีดกันจากคู่แข่งเช่นเดียวกัน

มีการจับมืออย่างไม่เป็นทางการของยักษ์ใหญ่ 3 ตนในเซียงเจียง เพื่อร่วมมือกันในการไม่ให้ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดครอบครองตลาดเซียงเจียงไปมากกว่านี้

หากว่าการเข้าซื้อธนาคารวิงออนของว่านเซี่ยงกรุ๊ปประสบความสำเร็จ และรวมกับแผนการที่ทางธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดต้องเจอ

มูลค่าของตลาดของธนาคารวิงออนจะต้องสูงกว่า 2 หมื่นล้านแน่นอน ซึ่งในแต่ละปีก็จะมึกำไรต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ

แล้วนี่ก็เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ของแผนการของซูข่านด้วยอีก เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งเลยก็ว่าได้

แม้ว่าทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปจะเข้ามาช่วยเหลือตลาดอสังหาฯ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตลาดอสังหาฯจะฟื้นคืนกลับมาสมบูรณ์แบบหรือทันท่วงที

สิ่งเหล่านี้ทำให้ธนาคารหลายแห่งเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤตกันโดยเริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว ผลกระทบนี้จะกินอยู่ต่ออีกเป็นเวลาหลายปีหากธนาคารไม่สามารถจัดการวิกฤตตรงนี้

นี่คือเหตุผลที่ทำไมทางธนาคารวิงออนถึงต้องการที่จะขายกิจการพวกเขา

ในชาติที่แล้วธนาคารวิงออนถูกซื้อโดยธนาคารฮั่งเส็ง และไม่กี่ปีต่อมาธนาคารก็ได้เปลี่ยนเจ้าของคนใหม่อีก โดยเจ้าของคนใหม่ซื้อไปในราคาเกือบ 500 ล้านดอลล่าห์ฮ่องกง

จากธนาคารที่ประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องมานานหลายปี สามารถขายได้เป็นจำนวนเงินกว่า 500 ล้าน

"ใครคือคู่แข่งหลักของเรา?"

ซูข่านเอาหลังพิงกับโซฟาหนังและพูดกับหลู่เฉียนซานด้วยน้ำเสียงสบายๆ

"เอ๊ะ?"

หลู่เฉียนซานมองไปที่ซูข่านก็เห็นรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากของเขา จากนั้นหลู่เฉียนซานก็เผลอเอามือขึ้นมากุมปากและหันหน้าไปมองที่อื่นทันที

ซูข่านขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะเห็นหลู่เฉียนซานหลบหน้าเขา

เขาสังเกตเห็นหูของหลู่เฉียนซานเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย จากนั้นหลู่เฉียนซานก็แสดงความเป็นมืออาชีพด้วยการหันกลับมาและพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า

"ฉันคิดว่าพวกบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นน่าจะมีโอกาสน้อยที่สุดค่ะ พวกมหาเศรษฐีในเซียงเจียงคงไม่อยากให้คนญี่ปุ่นเข้ามาหรอกค่ะ"

ซูข่านได้ยินการวิเคราะห์ของหลู่เฉียนซาน เขาก็คิดว่าเธอนี่แหละคือมืออาชีพของจริงแน่นอน นี่เป็นทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่ามาก

ส่วนใหญ่แล้วในแง่ของทางธุรกิจ หากว่ามีใครก็ตามที่กำลังมองหาคนมาซื้อกิจการของตัวเอง เกือบทั้งหมดก็มักจะเลือกคนที่เสนอราคาสูงที่สุด

แต่มันไม่สามารถใช้ได้เลยในประเทศจีน ชาวจีนของเราจะให้ความสำคัญกับคนในประเทศตัวเองก่อน อย่างหลายธุรกิจชั้นนำในต่างประเทศ ก็มักจะเห็นบริษัทสัญชาติจีนกับบริษัทสัญชาติจีนร่วมมือกันบ่อยๆ

การวิเคราะห์ของหลู่เฉียนซานนั้นแม่นยำมาก ซูข่านอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเธอผ่านสายตาของเธอ นี่สินะนักเรียนระดับหัวกะทิของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล

"เธอพูดถูก"

ซูข่านพยักหน้าเห็นด้วย

"ชาวเซียงเจียงเกลียดพวกต่างชาติจะตาย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น พวกเขาแทบจะไม่มีโอกาสซื้อธนาคารวิงออนได้เลย"

เมื่อหลู่เฉียนซานได้รับคำชม เธอก็แอบยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มต่อว่า

"ตระกูลใหญ่หรือบริษัทต่างๆในเซียงเจียงจะเป็นคู่แข่งของพวกเราอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ฉันคิดว่าธนาคารฮั่งเส็งและธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดน่าจะมีโอกาสมากกว่าค่ะ"

"ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้น?"

ซูข่านถามแทรกหลู่เฉียนซานทันที หลู่เฉียนซานจึงหายใจเข้าลึกๆและอธิบายว่า

"ธนาคารทั้งสองเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่ทั้งคู่ พวกเขานั้นอยู่ในธุรกิจธนาคารมาอย่างยาวนาน ภายใต้วิกฤตที่ธนาคารทั่วเซียงเจียงได้เจอกัน ธนาคารทั้งสองนี้ก็สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้อย่างสบายๆ"

"นอกจากนี้ก็เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นที่อยู่ภายในธนาคารวิงออนด้วย พวกเขาคงจะเห็นว่าการขายธนาคารให้กับธุรกิจธนาคารด้วยกันเองนั้น มันจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าขายให้กับธุรกิจอย่างอื่น"

"แถมธุรกิจดั่งเดิมของพวกเขาก็เป็นธนาคารอีก พวกเขานั้นรู้วิธีที่จะเอาตัวรอดจากวิกฤตธนาคารที่เจอกันอยู่ในตอนนี้ หากว่าหนึ่งในธนาคารทั้งสองได้มาบริหารธนาคารวิงออน ฉันเชื่อว่าธนาคารวิงออนจะต้องผ่านวิกฤตครั้งนี้และเติบโตขึ้นได้ค่ะ"

"ดังนั้นฉันคิดว่าธนาคารฮั่งเส็งกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดจึงมีสิทธิเป็นเจ้าของธนาคารวิงออนมากกว่าคู่แข่งคนอื่นหลายเท่า"

หลังจากที่เธอพูดจบ หลู่เฉียนซานก็ได้กระพริบพร้อมมองที่ซูข่านด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น เธออยากรู้ว่าซูข่านรู้สึกยังไงกับทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลในครั้งนี้ของเธอ

ข้อมูลทุกอย่างที่พูดไปนั้น หลู่เฉียนซานได้ทำการบ้านและเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี

"เธอพูดถูก"

ซูข่านมองไปที่หลู่เฉียนซานด้วยสายตาที่ชื่นชม พร้อมกับยกนิ้วให้กับทักษะการวิเคราะห์ของเธอ

หลู่เฉียนซานไม่ได้มีแค่ความขยันแต่เพียงอย่างเดียว แต่ทั้งหน้าและความสามารถของเธอนั้นก็ดีมากๆด้วย สมแล้วที่เป็นรองประธานว่านเซี่ยงกรุ๊ป

"ถึงแม้ว่าธนาคารวิงออนจะมีวิกฤตแค่ไหน แต่พวกเขาก็ยังสามารถประครองธนาคารไปได้อยู่ มูลค่าตลาดเองก็ไม่ได้ลดลงไปมาก ผู้ถือหุ้นรายย่อยเองก็ยังไม่ได้รีบขายหุ้นของพวกเขาแต่อย่างใด"

"ดังนั้นธนาคารวิงออนจึงน่าจะมองหาธนาคารด้วยกันเพื่อทำให้ธนาคารวิงออนรอดพ้นจากวิกฤตการเงินในช่วงนี้ได้ และแน่นอนธนาคารที่สนใจพวกเขาก็เป็นธนาคารยักษใหญ่ทั้งสองแห่งเซียงเจียง"

"สรุปแล้ว ไม่ว่าจะว่านเซี่ยงกรุ๊ป ตระกูลหลี่ ฯลฯ พวกเราเป็นแค่ตัวเลือกรองของธนาคารวิงออนเท่านั้น แต้มต่อของพวกเราน้อยกว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ทั้งสองมาก"

ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสในการเป็นเจ้าของธนาคารวิงออน แต่ทั้งว่านเซี่ยงกรุ๊ป ตระกูลหลี่ หรือบริษัทอื่นๆ จะต้องเสนอเงินที่เยอะกว่าธนาคารฮั่งเส็งและธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด

ชาติที่แล้วตอนที่ธนาคารวิงออนได้ขายธุรกิจของพวกเขานั้น ตอนนั้นเกิดเรื่องอื้อฉาวในบริษัทโดยมีผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวข้องด้วย

ตอนนั้นมูลค่าของธนาคารมีได้ลดลงไปเหลือแค่เพียง 170 ล้านเท่านั้น มูลค่าหุ้นกว่า 50% ก็ถูกซื้อโดยธนาคารฮั่งเส็ง

เพราะเรื่องอื้อฉาวที่ทำให้มูลค่าของธนาคารวิงออนได้ลดลง แต่ในเวลาแค่เพียงแค่ไม่เท่าไหร่ มูลค่าของธนาคารวิงออนก็กลับมาอยู่ในจุดที่มันควรจะเป็น

ซูข่านจำได้ดีกว่าเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในธนาคารวิงออนนั้นคืออะไร และก็รู้ด้วยว่าใครเป็นคนทำ

เขาได้แต่ถอนหายใจภายในใจเบาๆ

"ใช่ค่ะเจ้านาย"

หลู่เฉียนซานพยักหน้า

"ฉันคิดว่าคู่แข่งที่สำคัญที่สุดก็คือธนาคารฮั่งเส็งกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเหมือนกันค่ะ"

"หากว่าว่านเซี่ยงกรุ๊ปหรือคนอื่นต้องการจะเสนอราคา ฉันเกรงว่าจะต้องเสนอราคาเยอะกว่าสองธนาคารที่ว่ามาแน่นอนค่ะ"

ซูข่านยิ้มอย่างชั่วร้ายละพูดเบาๆ

"ดังนั้นเราต้องใช้วิธีการพิเศษหน่อย"

"วิธีการพิเศษ?"

หลู่เฉียนซานอ้าปากเล็กน้อยด้วยความงุนงง