"ทางธนาคารวิงออนตอนนี้กำลังประสบกับภาวะวิกฤตทางการเงินและมีแผนที่จะขาย จางหม่านเธอเลยฝากผมมาถามกับคุณซูว่าสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการธนาคารวิงออนไหมครับ?"
สูเจิ้งเหมาได้สรุปให้ซูข่านอย่างช้าๆ
"พวกเขาส่งคนมาเป็นการส่วนตัวใช่ไหม?"
ซูข่านถามด้วยรอยยิ้ม
"ใช่ครับ"
สูเจิ้งเหมาพยักหน้าและอธิบายช้าๆ
"จางหม่านได้บอกว่า ธนาคารวิงออนได้ส่งคนติดต่อเธอเป็นการส่วนตัวครับ"
ตั้งแต่ที่ว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้ประกาศจะลงทุนช่วยเหลือตลาดอสังหาฯด้วยเงิน 5,000 ล้าน ตอนนั้นว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็ถูกมองว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่แล้ว
สำหรับธนาคารวิงออน ถ้าพวกเขาต้องการหาใครสักคนที่จะเข้ามาซื้อกิจการหรือบริษัทของพวกเขา บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็จะต้องตกเป็นตัวเลือกอย่างแน่นอน
ไม่แปลกหรอกที่จางหม่านจะไม่สามารถตัดสินใจเรื่องพวกนี้เองได้ ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวของเธอคงจะปฏิเสธข้อเสนอจากธนาคารไปแล้ว แต่ว่านเซี่ยงกรุ๊ปเองก็ยังไม่มีธุรกิจประเภทนี้ เธอจึงอยากได้ความเห็นของเจ้านายมากกว่า
สถานะของธนาคารวิงออนในเซียงเจียงเองก็ไม่ธรรมดา ถึงแม้ว่าจะเป็นธนาคารขนาดเล็ก แต่ก็ยังเป็นธนาคารท้องถิ่นที่คนทั่วเซียงเจียงรู้จัก
ซึ่งการที่ธนาคารท้องถิ่นถูกเข้าควบคุมโดยคนต่างชาติ มันน่าจะเสียดายอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
"น่าสนใจ"
ซูข่านพูดอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อว่า
"บางทีผมควรจะไปที่เซียงเจียงเพื่อจัดการเรื่องพวกนี้เป็นการส่วนตัว"
"คุณซูต้องการจะไปเซียงเจียงเหรอครับ?"
สูเจิ้งเหมาถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่"
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย
"การซื้อธนาคารวิงออนนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ดังนั้นผมว่าผมควรจะไปที่นั่นเพื่อจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"
"ได้ครับคุณซู ผมจะรีบเตรียมการให้คุณซูโดยเร็วที่สุดครับ"
สูเจิ้งเหมาพูดอย่างรวดเร็ว
เขายังรู้สึกงุนงงอยู่เล็กๆภายในใจ ธนาคารเล็กๆอย่างธนาคารวิงออนเนี่ยนะทำให้คุณซูต้องไปที่นั่นด้วยตัวเอง
ขนาดคำเชิญของคุณหวางหมันหยูที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของ HSBC ที่เชิญให้คุณซูมาเยี่ยมชมการร่วมมือระหว่างว่านเซี่ยงกรุ๊ปกับ HSBC คุณซูยังปฏิเสธเลย
ธนาคารใหญ่อย่าง HSBC ยังอยู่นอกสายตาแบบนี้ แล้วทำไมคุณซูถึงสนใจธนาคารเล็กๆอย่างธนาคารวิงออนด้วย
สูเจิ้งเหมาได้แค่คิดเรื่องราวพวกนี้ในใจของเขา
"โอเค"
ซูข่านพยักหน้าและพูดอย่างรวดเร็ว
"ผมต้องรีบไปที่นั่นอย่างเร็วที่สุด เหลาสูช่วยจัดการให้ด้วยนะ"
ซูข่านรู้สึกกังวลเล็กน้อย เขากลัวว่าจะถูกคนอื่นแซงหน้าในการซื้อธนาคารวิงออน แม้ว่าธนาคารวิงออนจะอยู่ในสภาพที่ขาดทุน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากตลาดอสังหาฯที่ได้พังทลายลง
ถ้าหากว่าสามารถซื้อธนาคารวิงออนได้ นอกจากธุรกิจธนาคารกับใบอนุญาติต่างๆแล้ว
ตัวธนาคารวิงออนก็สามารถพัฒนาและเติบโตได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี
ถึงตอนนั้นก็จะมีเหตุการณ์เกี่ยวกับธนาคารที่เกิดขึ้นในเซียงเจียงอีกด้วย ถ้าธนาคารวิงออนสามารถเอาผลประโยชน์จากตรงนี้ได้ อาจจะได้ร่วมงานกับธนาคารใหญ่อย่างธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด
ความยิ่งใหญ่ของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนั้น ธนาคารวิงออนเทียบไม่คิดเลยสักนิดเดียว ถ้าธนาคารวิงออนสามารถไปอยู่ในจุดเดียวกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้
ว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็จะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่แน่ๆ แล้วว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็จะได้เข้าไปอยู่ในอันดับ 1 ใน 500 บริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
แน่นอนว่าซูข่านจะไม่ยอมพลาดโอกาสนั้น ซึ่งแผนการที่ว่ามานั้น การที่สำเร็จได้จะต้องได้ธนาคารวิงออนมาอยู่ในมือเสียก่อน
จากนั้นก็พัฒนาธนาคารวิงออนให้เติบโตเพื่อรอเหตุการณ์ธนาคารที่จะเกิดขึ้น
ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งสองตัว ใครล่ะจะไม่เอา
"ครับคุณซู ผมจะรีบติดต่อจางหม่านให้จัดคนมารับคุณทันทีที่ข้ามฝั่งไปครับ"
สูเจิ้งเหมาพยักหน้าและพูดอย่างรวดเร็ว
"อืม"
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย
ในสามวันต่อมาหลังจากที่เตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้น ซูข่าน ซงหมิงเจียงและบอดี้การ์ดคนอื่นก็ได้กลับมาที่เซียงเจียงอีกครั้ง
ที่ท่าเรือเองก็เปลี่ยนไปมาก ซูข่านสังเกตได้เลยว่ามันพัฒนามากกว่าก่อนหน้านี้
ไม่แปลกหรอกที่ท่าเรือจะเปลี่ยนไป เพราะคนที่ไปมาระหว่างเผิงเฉิงกับเซียงเจียงเองก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่ร่ำรวยเองก็ต้องเดินทางด้วยท่าเรือนี้เหมือนกัน
เมื่อมาออกจากท่าเรือเซียงเจียง ซูข่านก็เห็นหลู่เฉียนซานได้ยืนรอพวกเขาอยู่ ข้างๆเธอก็มีรถหรูหลายคันจอดเรียงรายกัน มีทั้งรถเบทลีย์ เมอรเซเดส-เบนซ์ ฯลฯ
รอบๆตัวเธอก็มีคนติดตามอยู่เหมือนกัน หลู่เฉียนซานเองก็เป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงในว่านเซี่ยงกรุ๊ป ดังนั้นการไปไหนมาไหนอย่างเป็นทางการเธอจำเป็นต้องมีคนติดตามไปด้วย
โชคดียังที่เป็นแค่หลู่เฉียนซาน ถ้าเป็นจางหม่านละก็ บางทีที่ท่าเรือจะเต็มไปด้วยช่างภาพที่รอถ่ายรูปแล้วก็เป็นได้
แล้วการที่จางหม่านมารอรับผู้ชายถึงที่ท่าเรือ พวกนักข่าวคงจะเอาไปเขียนข่าวเล่นกันสนุกแน่ สำหรับชาวเซียงเจียงต่างอยากรู้อยากเห็นอะไรกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว
ช่างภาพที่แอบถ่ายรูปคนดังหรือที่เรียกว่าปาปารัซซี่นั้น งานของพวกเขาคือการติดตามคนดังหรือมีชื่อเสียงต่างๆแล้วถ่ายรูป จากนั้นพวกเขาก็ส่งรูปไปที่สื่อต่างๆแล้วก็รอรับเงิน
ยิ่งรูปภาพมีโอกาสจะเขียนข่าวได้ดังแค่ไหน รูปใบนั้นก็จะมีมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น
งานปาปารัซซี่เองก็ได้รับการขยายไปยังฝั่งแผ่นดินใหญ่อีกด้วย เรียกได้ว่าเซียงเจียงอาจจเป็นบรรพบุรุษหรือต้นกำเนิดปาปารัซซี่ในประเทศจีน
เมื่อหลู่เฉียนซานเห็นซูข่านที่กำลังเดินมา ใบหน้าที่สวยงามของเธอก็เต็มไปด้วยความสุขพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าที่เย็นชาของเธอ
รอยยิ้มของเธอนั้นพบเห็นได้ยากมาก ใครก็ตามที่เข้าใกล้เธอในระยะ 100 เมตร คนพวกนั้นจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่เยือกเย็นราวถูกหิมะปกคลุมอยู่
แต่ต่อให้เธอจะเย็นชาจนได้ฉายาว่าเป็นเจ้าหญิงหิมะแค่ไหน เวลาอยู่ต่อหน้าซูข่านแล้ว เธอกลับไม่มีความเย็นชานั้นหลงเหลืออยู่เลย หลู่เฉียนซานกลายเป็นผู้หญิงน่ารักที่ยิ้มง่ายขึ้นมาทันที
ถ้าคนทั่วไปในบริษัทมาเห็น พวกเขาจะต้องประหลาดใจกันแน่ๆ
ซูข่านมองไปยังหลู่เฉียนซานแล้วก็พยักหน้าให้เล็กน้อย
หลู่เฉียนซานได้อธิบายสั้นๆว่า
"ต้องขออภัยแทนท่านประธานจางที่ไม่สามารถมารับเจ้านายด้วยตัวเองได้ด้วยนะคะ ช่วงนี้เวลาที่ท่านประธานจางไปไหนก็มักจะมีปาปารัซซี่ตามไปด้วยเสมอ เกรงว่าจะดีกว่าหากว่าเปลี่ยนเป็นฉันมารับเจ้านายแทน"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved