"เราจะได้กินเนื้องั้นเหรอ?"
น้องคนสุดท้องยกมือถามด้วยความไร้เดียงสา
"ผมชอบกินเนื้อที่สุดเลย"
"อึ้ก"
น้องสาวทั้งสองคนกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก ด้วยความที่เป็นพี่ พวกเธอทั้งสองจึงจำเป็นต้องเก็บอาการเล็กน้อย ถึงแม้ว่าอยากจะกินเนื้ออย่างที่น้องชายพูดก็ตาม
เจิงฮัวเฉียงมองน้องๆทั้งสามคนด้วยความเอ็นดู
"ใช่แล้ว เราจะได้กินเนื้อกัน"
เจิงฮัวเฉียงพูดด้วยรอยยิ้ม
ทุกวันนี้หมูตัวหนึ่งมีค่าเท่าไหร่รู้ไหม? หมูที่มีเนื้อเยอะๆและน้ำหนักมาก ส่วนใหญ่ก็จะขายกันอยู่ที่ประมาณตัวละ 100 หยวน
เจิงฮัวเฉียงทำงานไม่ถึงเดือนก็สามารถหาเงินขนาดนี้ได้แล้ว
ช่วงที่เจิงฮัวเฉียงไม่ได้อยู่บ้านนั้น คนที่บ้านก็ยังเลี้ยงหมูไปขายอยู่เสมอ น้องสาวทั้งสองคนจะช่วยกันเลี้ยงในวันที่ไม่ต้องไปโรงเรียน ส่วนน้องชายก็มักจะออกไปวิ่งเล่นตามภาษาเด็ก
แต่ที่ดูจากพ่อต้องเอาหมูไปขายแล้ว ดูท่าทางพวกเขาคงจะกินข้าวกับผักไม่ก็เครื่องในทุกมื้อแน่ๆ เมื่อคิดได้แบบนี้เจิงฮัวเฉียงจึงได้พูดขึ้นมา
"ตอนนี้พี่มีเงินซื้อเนื้อให้พวกเรากินแล้ว ต่อไปพวกเราไม่จำเป็นต้องกินข้าวกับผักดองทุกมื้ออีกแล้วนะ"
เจิงฮัวเฉียงพูดด้วยความมั่นใจ น้ำเสียงนี้มันแสดงออกได้ถึงพลังที่อยากจะให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น
ครอบครัวของเขาจะต้องใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข พ่อแม่จะต้องไม่สนใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการซื้อของดีๆมาทำอาหารให้น้องๆได้กิน เด็กๆจะต้องได้ไปโรงเรียนทุกวัน
เจิงฮัวเฉียงที่ออกจากบ้านไปแค่หนึ่งปี บัดนี้เขาได้กลับมาพร้อมกับสร้างบ้านหลังใหญ่โตให้กับครอบครัวของเขา ชาวบ้านทุกคนต่างพากันอิจฉาพ่อแม่ของเขาอย่างมาก
หนำซ้ำตัวของเขาได้ใช้หมูหนึ่งตัวในการกินเลี้ยงฉลองเทศกาลตรุษจีนกับครอบครัวอีก
เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไปจากหมู่บ้าน คนทั่วทั้งเมืองต่างอิจฉาและอยากจะให้ลูกสาวพวกเขาแต่งงานกับเจิงฮัวเฉียงทันที
…
ณ เมืองหนานจิง
ซูข่านได้อยู่ในสวนหลังบ้านในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เขาติดตามการซ่อมแซมของเก่าประเภทไม้อย่างใกล้ติด
ก่อนหน้านี้มีเก้าอี้ไม้จันทร์แดงตัวหนึ่งซึ่งขาของมันนั้นชำรุดจนเรียกว่าหักได้เลย
ตอนแรกซูข่านจะไม่เก็บเก้าอี้ตัวนี้ไว้อยู่แล้ว แต่เขายังไม่มีเวลาจัดการเลยปล่อยให้อยู่ที่สวนหลังบ้านกับเฒ่าหลี่ไปก่อน
ด้วยการซ่อมแซมของเจิงฮัวเฉียง เก้าอี้ไม้จันทร์แดงตัวนี้กลับมาอยู่ในสภาพเหมือนใหม่อีกครั้ง
ฝีมือการช่างของเจิงฮัวเฉียงนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ ซูข่านอดไม่ได้ที่จะชื่นชมฝีมือของเจิงฮัวเฉียง
เฒ่าหลี่เห็นก็อดหัวเราไม่ได้และพูดขึ้นมา
"อย่ามองว่าผมจะเก่งแต่เรื่องของเก่าอย่างเดียวนะ ฮี่ๆๆๆ"
"ถ้าผมยังหนุ่มกว่านี้ ผมซ่อมของเก่าพวกนี้เองหมดแล้ว"
"ฮ่าๆๆๆ"
เมื่อเห็นท่าทางที่ภูมิอกภูมิใจของเฒ่าหลี่ ซูข่านก็หัวเราะออกมา
การซ่อมแซมของเก่าพวกนี้ มันไม่ต่างอะไรไปจากการชุบชีวิตให้กับพวกของเก่าเลย เฟอร์นิเจอร์ประเภทไม้ต่างๆดูสวยงามมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตราบใดที่ใช้งานของมันถูกต้องและเก็บรักษาเป็นอย่างดี เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้พวกนี้ก็จะไม่มีวันพัง
วัสดุที่เฒ่าหลี่และเจิงฮัวเฉียงช่วยกันซ่อมนั้น ส่วนใหญ่แล้วเฒ่าหลี่จะเลือกวัสดุด้วยตัวเองทั้งหมด ทำให้วางใจได้เลยว่างานที่ซ่อมไปนั้นเลือกวัสดุที่ดีและเหมาสมที่สุดมาแล้ว
"น่าเสียดาย..."
เฒ่าหลี่ถอนหายใจเล็กน้อยและบ่นอุบอิบกับตัวเอง
"เกิดอะไรขึ้น?"
ซูข่านถามด้วยความสงสัย
"วัสดุที่ซ่อมแซมไปนั้น ส่วนใหญ่จะใช้ได้กับแค่เนื้อไม้ประบางเภทเท่านั้น ลองดูเนื้อไม้อีกประเภทหนึ่งดูสิ เราไม่มีวัสดุที่จะซ่อมพวกนี้ได้เลย"
เฒ่าหลี่ได้ชี้ไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่
ตู้เสื้อผ้านี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยคนจีนโบราณ ประตูของมันชำรุดและเสียหายหนักมาก หากว่าจะซ่อมแซมประตูจำเป็นต้องใช้ไม้ที่มีเนื้อสัมผัสและสีเดียวกัน
หากว่าใช้วัสดุอื่น เนื้อไม้ที่มีมูลค่าก็จะตกทันที
ซูข่านมองไปที่ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่นั้น หากว่าประตูของมันไม่พัง คงน่าจะขายเข้าตลาดประมูลได้สัก 50 ล้านหยวน
ถ้าโชคดีหน่อยเจอคนรวยใจปล้ำ ตู้เสื้อผ้านี้อาจจะขายได้ถึง 100 ล้านหยวนเลยก็เป็นได้
ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เช่นนี้ ถ้ายิ่งสภาพสมบูรณ์เท่าไหร่ก็จะยิ่งขายได้ราคามากเท่านั้น อย่างต่ำๆเลยก็เพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่า
"วัสดุเหรอ?"
ดวงตาของซูข่านเป็นประกาย รอยยิ้มอันชั่วร้ายก็ได้ปรากฏขึ้นบนในหน้าของเขา ซูข่านเห็นว่าตู้เสื้อผ้าอันนี้มันทำจากไม้พะยูง
เขาจำได้ว่ามณฑลไหหลำนั้นขึ้นชื่อเรื่องการปลูกไม้พะยูงจำนวนมาก ตอนนี้ที่นั่นเต็มไปด้วยบ้านที่ทำจากไม้พะยูงทั้งหมด ภูเขาแถวนั้นก็มีแต่ไม้พะยูงทั้งนั้น
ซูข่านมักจะมีธุระต้องไปที่มณฑลไหหลำอยู่บ่อยๆ คนที่นั่นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกับว่า สิ่งที่พวกเขาเสียดายที่สุดไม่ใช่การไม่ซื้อบ้านเก็บเอาไว้
แต่สิ่งที่พวกเขาเสียดายคือการยอมขายไม้พะยูงที่อยู่ในบ้านในราคาที่แสนถูก
รู้อะไรไหมไม้พะยูงเนี่ยซื้อขายกันราคาหลักล้านหยวนเลยนะ
หากว่ามีไม้พะยูงอยู่ในสวนสัก 10-20 ต้น บอกได้เลยว่ามีเงินใช้ไปยันลูกยันหลานได้สบาย
แต่ก็มีเพียงคนรวยๆเท่านั้นที่จะปลูกไม้ประเภทนี้
ที่สำคัญเลยคือคนที่ไหหลำตอนนี้ นอกจากเอาไม้พะยูงมาสร้างบ้านแล้ว พวกเขาได้เอาไม้พะยูงไปทำเป็นฟืนอีกด้วย มันเสียของสุดๆ
ซูข่านเอามือขึ้นมากุมที่ปากของเขาและครุ่นคิดทันที
บางทีถ้าส่งคนไปที่นั่นตอนนี้ แล้วเริ่มซื้อที่ดินที่ไว้ปลูกไม้พะยูง อาจะ…
"เฒ่าหลี่ไม่ต้องห่วง ปีหน้าฉันจะเอาวัสดุเกี่ยวกับตู้เสื้อผ้าอันนี้มาให้กับเฒ่าหลี่เอง เฒ่าหลี่เตรียมตัวซ่อมมันได้เลย"
ซูข่านพูดพร้อมหัวเราะเล็กน้อย
"จริงเหรอ?"
เฒ่าหลี่ถามด้วยความตื่นเต้น
"แน่นอน"
ซูข่านแสดงท่าทางที่มั่นใจก่อนจะพูดต่อว่า
"ก็แค่ไม้พะยูงไม่ใช่เหรอ? มันไม่ได้หายากเย็นอะไรเลย"
"แล้วคุณจะไม้พะยูงพวกนี้จากที่ไหน?"
เฒ่าหลี่ถามต่ออย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาก็เหมือนกับคิดอะไรออกแล้วตบโต๊ะก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม
"เกือบลืมไปแล้วนะว่าคุณมีเงินยอะจนขึ้นรา นี่คุณกำลังวางแผนให้คนไปที่มณฑลไหหลำเพื่อที่จะซื้อไม้พะยูงนี่ใช่ไหม"
ซูข่านไม่แปลกใจเลยที่ทำไมเฒ่าหลี่ถึงเดาถูก
ที่มณฑลไหหลำนั้น ที่นั่นเต็มไปด้วยไม้พะยูงจำนวนมาก
ซูข่านคิดว่าหลังจากที่เจิงฮัวเฉียงกลับมา ซูข่านจะให้เจิงฮัวเฉียงเดินทางไปที่นั่นเพื่อหาไม้พะยูงเหมาะๆ
เมื่อคิดถึงการครอบครองไม้พะยูงจำนวนมากแล้ว ภายในใจของซูข่านก็เบิกบานขึ้นมาทันที
เขากำลังคิดถึงห้องภายในบ้าน ซึ่งห้องนั้นจะเป็นห้องที่ทำขึ้นจากไม้พะยูงทั้งหมด แถมเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นก็ทำจากไม้พะยูงอีกด้วย
นี่จะต้องเป็นห้องที่มีมูลค่าไม่น้อยไปกว่าห้องเก็บสมบัติเลย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved