"นายอาจจะโดนใครบางคนจ้องเล่นงานอยู่ก็ได้"
ซูข่านพูดพร้อมกับมองไปที่ลู่กั๋วเฉียง
"อะไรนะครับ"
แม้ว่าลู่กั๋วเฉียงจะแก่กว่าซูข่าน แต่สายตาที่ซูข่านมองมาที่เขา ทำให้สันหลังของลู่กั๋วเฉียงเย็นวาบ
"คุณซูหมายความว่ามีคนคิดร้ายกับน้องลู่เหรอครับ"
สูเจิ้งเหมาถามด้วยความประหลาดใจ
"ให้ตายเถอะ มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ"
ลู่กั๋วเฉียงตกตะลึงและพูดด้วยความประหลาดใจเช่นเดียวกัน
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า
"คนโง่ที่ไม่ยอมตรวจสอบตู้เย็นจนวางขายแล้วมีปัญหาแบบนี้ ไม่แปลกหรอกที่จะมีคนรอซ้ำเติมอยู่ เรื่องนี้แค่แต่งเรื่องเข้าไปเพิ่ม เดี๋ยวเรื่องก็บานปลายเพิ่มแล้ว"
"มันเป็นใคร? ผมจะไปจัดการมัน"
ลู่กั๋วเฉียงโกรธมาก เขารู้สึกเหมือนกับโดนเย้ยหยันอยู่
"นายจะไปจัดการใคร?"
ซูข่านจ้องมองที่ลู่กั๋วเฉียงทันทีแล้วถาม ลู่กั๋วเฉียงรีบหดคอของเขาลงและรีบหลบสายตาซูข่าน
แค่สายตาที่ซูข่านมองมา ลู่กั๋วเฉียงก็เกรงกลัวแล้ว มันเหมือนกับคุณครูที่จ้องมองเด็กที่กำลังมีความผิดอยู่
"นายยังไม่รู้ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในโรงงานของนายได้เลย แล้วนายจะไปรู้ไหมว่าใครที่จ้องเล่นงานนายอยู่?"
ซูข่านพูดด้วยความเหนื่อยใจ
"พี่สามครับ ผมไม่รู้จริงๆว่ามันเกิดเรื่องนี้ได้ยังไง?"
ลู่กั๋วเฉียงส่ายหน้าด้วยความสับสน
"เฮ้อ"
ซูข่านถอนหายใจออกมาอย่างเย็นชาก่อนจะพูดว่า
"เรื่องตู้เย็นเป็นเรื่องระหว่างคนซื้อกับคนขายเท่านั้น นายคิดเหรอว่าหนังสือพิมพ์พวกนั้นมันจะเอาเรื่องราวพวกนี้มาด้วยตัวเองได้?"
สูเจิ้งเหมาจึงพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
"แสดงว่าต้องมีคนส่งเรื่องให้กับหนังสือพิมพ์พวกนั้นใช่ไหมครับ?"
"ใช่"
ซูข่านพยักหน้า
"วิธีนี้ที่เหลาสูบอกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมากในเซียงเจียง"
"ผมขอโทษด้วยครับคุณซู ผมไม่คิดเลยว่าจะมีคนนำวิธีนั้นจากเซียงเจียงมาใช้ในฝั่งแผ่นดินใหญ่ด้วย ผมประมาทเกินไปจริงๆ"
สูเจิ้งเหมารีบพูดขอโทษอย่างรวดเร็ว
"มันไม่ใช่ความผิดของเหลาสูหรอกที่ไม่ได้เตือนกั๋วเฉียง"
ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
"การทำธุรกิจจำเป็นต้องมีความละเอียดละอ่อนมากว่านี้ พวกนายต้องรู้เอาไว้ว่าในวงการนี้ยังมีคนที่รอเล่นงานพวกนายอยู่ การกำจัดคู่แข่งออกไปจากธุรกิจเป็นหนึ่งในวิธีที่พวกสกปรกนิยมทำกัน"
"หากว่ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในธุรกิจของพวกนายแล้วไม่มีคนคอยช่วยเหลือ ธุรกิจที่รุ่งเรืองก็สามารถพานายล้มละลายได้"
"ฉันกล้าพูดได้เลยว่าหากกั๋วเฉียงซ่อมตู้เย็นพวกนั้นแล้วเอากลับไปวางขายเหมือนเดิม พวกนั้นจะต้องเอาข่าวเรื่องนี้ไปส่งให้กับหนังสือพิมพ์อีกแน่"
"แล้วพอข่าวด้านไม่ดีของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ได้แพร่กระจายออกไป ถึงตอนนั้นผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่ได้ขึ้นชื่อว่าผลิตที่โรงงานแห่งนี้ก็จะขายไม่ออก"
ลู่กั๋วเฉียงได้แต่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ดวงตาของเขาเบิกกว้างออกด้วยความหวาดกลัว เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบร้ายแรงแบบนี้
คนที่คิดจะจัดการเขาช่างเป็นคนที่โหดร้ายมาก หากทำตามใจโดยไม่ได้ปรึกษากับพี่สามก่อน นี่เท่ากับว่าเป็นการฆ่าตัวตายอย่างช้าๆเลย
ถ้าเรื่องตู้เย็นถูกทำเป็นข่าวแล้วเสนอทั่วประเทศละก็ ยอดขายพัดลมไฟฟ้าก็จะพังทลายลงเช่นเดียวกัน
ผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มาจ้างให้โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ผลิตให้ก็จะเลิกจ้าง แค่นี้โรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงก็จบสิ้นแล้ว
"ช่วยผมด้วยครับพี่สาม"
ลู่กั๋วเฉียงคุกเข่าลงพื้นพร้อมกับก้มหัวลง
"ผมผิดไปแล้วครับพี่สาม ได้โปรดพี่สามช่วยผมด้วยครับ"
"ลุกขึ้น"
ซูข่านขมวดคิ้วและพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
"นายจะคุกเข่ากับเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ? ลุกขึ้น!!"
"ครับพี่สาม"
ลู่กั๋วเฉียงค่อยๆยืนขึ้นช้าๆ เขารู้สึกว่ามันค่อนข้างมีความหวังอยู่ น้ำเสียงที่พี่สามได้พูดกับเขานั้นเป็นน้ำเสียงที่ฟังดูโกรธก็จริง แต่ลึกๆแล้วมันยังสัมผัสได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพี่สามสามารถแก้ปัญหานี้ได้
ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่พี่สามไม่สามารถทำได้จริงๆ
สูเจิ้งเหมามองไปที่ทั้งสองคนด้วยความงุนงงเล็กน้อย ตู้เย็นจำนวน 500 เครื่องถูกส่งคืนมา นี่เท่ากับว่าโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ของกั๋วเฉียงจะต้องขาดทุนแล้วอย่างต่ำ 1 ล้านหยวน
นับเป็นเงินมหาศาลมาก หากว่าขาดทุนเยอะขนาดนี้ในช่วงต้นปีแบบนี้ ปลายปีจะขาดทุนหนักขนาดไหน
สูเจิ้งเหมาหันไปมองที่ซูข่านก่อนจะพูดช้าๆ
"คุณซูครับ ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะทำได้ ช่วยบอกผมหน่อยนะครับ ผมอยากจะช่วยเหลือน้องลู่ให้หลุดพ้นจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้"
ซูข่านสูดหายใจเข้าลึกๆและหันไปพูดกับสูเจิ้งเหมา
"อีกไม่กี่วันจะถึงพิธีเปิดตึกซิงซีแล้ว"
"จะมีนักข่าวจากทั่วประเทศจะมารวมตัวกันที่พิธีเปิดแห่งนี้รวมไปถึงนักข่าวจากเซียงเจียง ไต้หวัน และในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยใช่ไหม?"
"ใช่ครับ"
สูเจิ้งเหมาพยักหน้า
ซูข่านเลยพูดน้ำเสียงที่ทุ้มว่า
"ฉันจะให้นักข่าวเล่นข่าวเกี่ยวกับตึกซิงซีของนายอีกแค่ 2 วันละกัน จากนั้นค่อยเป็นของฉัน"
"อะไร 2 วันนะครับ"
สูเจิ้งเหมารู้สึกประหลาดใจและงุนงงกับคำพูดของซูข่าน
วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงคือ ห้ามให้นักข่าวรู้เกี่ยวกับเรื่องราวพวกนี้ แล้วทำไมคุณซูถึงต้องทำแบบนั้นด้วย"
สูเจิ้งเหมารู้สึกสับสนขึ้นไปอีกเมื่อคิดถึงเรื่องที่ซูข่านกำลังจะจัดการ
"ใช่ 2 วัน"
ซูข่านพยักหน้า
"ฉันให้เวลาแค่ 2 วันเท่านั้น"
ตอนนี้นักข่าวทั่วทั้งประเทศต่างต้องการที่จะมาทำข่าวตึกซิงซีแห่งนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชื่อเสียงของตึกซิงซีกำลังจะก้าวไปอยู่ในจุดสูงสุด แล้วหลังจากนั้นข่าวของตึกซิงซีก็จะค่อยๆลดหายไปตามกาลเวลา
ซูข่านจะไม่พลาดโอกาสในครั้งนี้แน่นอน
"แล้วผมล่ะครับพี่สาม? ผมต้องทำยังไงบ้าง?"
ลู๋กั๋วเฉียงพูดอย่างกระวนกระวายทันที หากว่าพี่สามไม่หาอะไรให้เขาทำในการแก้วิกฤตในครั้งนี้ เขาอาจจะถูกพี่สามเขี่ยทิ้งเพื่อชดเชยความผิดที่เขาทำก็ได้
กว่าที่เขาจะฝ่าฟันอุปสรรคและไต่เต้ามาจนถึงจุดนี้ได้ เขาจะไม่ยอมเสียมันไปง่ายๆหรอก
ซูข่านมองไปก็เห็นลู่กั๋วเฉียงมีแววที่มุ่งมั่นมากขึ้น แต่ตัวกับคอของเขานั้นหดราวกับเป็นเต่าในกระดอง
"นายเตรียมตัวให้พร้อมในอีกสองวันก็พอ"
"พี่สามจะไม่ให้ผมทำอะไรระหว่างนี้เลยเหรอครับ?"
ลู่กั๋วเฉียงถามด้วยความสงสัย
"ไม่แน่นอน"
ซูข่านส่ายหัวทันที
"ถ้าฉันบอกนายตอนนี้ ฉันคิดว่ามันจะไม่ได้ผลแน่ๆ"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved