ตอนที่ 202

"พี่สามครับ ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าสู"

ซงหมิงเจียงเขย่งมองและพูดด้วยความประหลาดใจ

"เป็นเขาจริงๆครับ"

ไทเกอร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เสี่ยวจุนที่มองไปยังฝูงคนก็ได้พูดขึ้นมา

"มีคนมากมายรอบๆหัวหน้าสูเลย พี่สามครับเราควรไปหาเขาไหม?"

"เอ่อ…"

ซูข่านทำอะไรไม่ถูก เขาไม่คิดเลยว่ามันจะชลมุนวุ่นวายขนาดนี้

คนทั้งหมดหลายร้อยที่ท่าเรือได้มองมาที่สูเจิ้งเหมา

ซูข่านเห็นว่าสูเจิ้งเหมาดูมีความสุข เขาน่าจะชอบที่มีคนรุมล้อมมากขนาดนี้ ซูข่านเลยขมวดคิ้วเล็กน้อย

"นั่นคือประธานสูอย่างงั้นเหรอ สูเจิ้งเหมาใช่ไหม"

"เขามาทำอะไรที่ท่าเรือเนี่ย?"

"ใครกันที่ต้องทำให้ประธานสูมารอได้ คนๆนั้นต้องเป็นเศรษฐีจากเซียงเจียงสินะ"

"มีคนรวยกว่าเขาเดินทางมาในเรืออย่างงั้นเหรอ?"

ซูข่านฟังเสียงที่พูดคุยอยู่รอบตัวเขา คนที่นี่ต่างกำลังพูดถึงสูเจิ้งเหมาอยู่ บางคนก็ดูถูก บางคนก็อิจฉา บางคนก็พูดด้วยความสงสัย

ระหว่างที่ซูข่านกำลังตัดสินใจว่าเอายังไงดี ซูข่านก็เห็นว่าสูเจิ้งเหมาได้มองมาทางเขาแล้ว

ผู้คนที่เหลือก็มองตามสูเจิ้งเหมามาเช่นกัน

"ประธานสูมารอคนนั่นอยู่รึเปล่า?"

"ไอ้หนุ่มนั่นเป็นใครกัน?"

"ประธานสูมองเด็กหนุ่มคนนั้นอยู่ เขาอาจมารอเด็กหนุ่มคนนี้ก็ได้"

"ตี๋น้อยคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมประธานสูต้องมารอไอ้หน้าเด็กนี่ด้วย"

"ประธานสูได้ออกแรงมารอชายคนนั้นเอง อย่าบอกนะว่าชายคนนี้เป็นเศรษฐีจากเซียงเจียง"

"มันก็มีสิทธิเป็นไปได้นะ"

"บางทีเขาอาจจะเป็นลูกชายของเศรษฐีคนไหนในเซียงเจียงก็ได้"

"ใช่ๆ ฉันเห็นด้วย"

สายตาของทุกคนได้จับจ้องไปที่ซูข่าน พวกเขาดูอยากรู้อยากเห็นมาก การที่สูเจิ้งเหมาได้ใช้เงิน 500 ล้านเพื่อสร้างตึกสูงกว่า 100 ชั้น หากว่าเป็นที่เซียงเจียงเขาก็แค่คนมีเงินคนหนึ่งเท่านั้น

แต่สำหรับเผิงเฉิงแล้วเขาเป็นคนที่รวยมาก ไม่แปลกที่คนจะรุมล้อมเยอะขนาดนี้

ซูข่านได้มองสูเจิ้งเหมาที่กำลังเดินเข้ามา สูเจิ้งเหมาเห็นใบหน้าที่ดูจริงจังของซูข่าน

รอยยิ้มบนใบหน้าของสูเจิ้งเหมาก็หุบลงไปทันที เหงื่อของเขาเริ่มออกที่หน้าผากเป็นจำนวนมาก

สำหรับซูข่านแล้วเขาไม่ชอบทำตัวโดดเด่นแบบนี้

วินาทีนั้นสูเจิ้งเหมารู้สึกเหมือนว่าวันนี้เป็นวันโลกแตกสำหรับเขา เขากำลังทำให้คุณซูโกรธ

การที่คนมองมาที่พวกเขาเยอะขนาดนี้ อาจทำให้คุณซูไม่ชอบก็ได้ เขาเป็นคนที่มีพรสรรค์จากฟากฟ้า

เขาสามารถหาเงินได้เป็นล้านๆในเวลาเพียงไม่กี่วัน เขาสามารถซื้อบ้านหรูๆได้สิบๆหลังในเซียงเจียง

แต่เขากลับไปอาศัยอยู่ที่หนานจิง แสดงว่าเขาไม่ชอบการชุลมุนวุ่นวายแบบนี้

ทันทีที่คิดจบ ขนแขนของสูเจิ้งเหมาก็ได้ตั้งขึ้น แผ่นหลังของเขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือก คุณซูไม่ชอบสถานการณ์ที่เป็นอยู่ต่อนี้!!

หากว่าเขาก้มหัวขอโทษซูข่านตอนนี้ คนที่นี่จะต้องจับตามองไปที่ซูข่านมากกว่านี้แน่ๆ มีแต่ทางเลือกแย่ๆในตอนนี้

สูเจิ้งเหมารู้สึกกลัว เขากลับมาที่เผิงเฉิงพร้อมกับเงิน 500 ล้านของซูข่าน หลังจากนั้นเขาก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ

ภายใต้คำพูดชื่นชมของทุกคน ดูเหมือนว่าสูเจิ้งเหมาจะเป็นนักธุรกิจที่รักประเทศชาติ เขาเป็นนายทุนที่ใจบุญที่สุด

แต่ต่อให้เขาจะมีชื่อเสียงดังขนาดไหน ชื่อเสียงของเขาใช้ไม่ได้เลยกับซูข่าน

ซูข่านมองเห็นเหงื่อเต็มหน้าผากของสูเจิ้งเหมา เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

สูเจิ้งเหมากลัวความเงียบที่เกิดขึ้นตอนนี้มาก หากว่าคุณซูพูดอะไรสักหน่อย เขาจะสบายใจมากกว่านี้

"ไปกันเถอะ"

ในที่สุดซูข่านก็พูดขึ้นมา การอยู่ที่นี่ต่อบางทีสูเจิ้งเหมาอาจจะคุกเข่ากราบแทบเท้าซูข่านก็ได้ ประธานที่ไหนต้องมากราบเท้าคนจากเซียงเจียง?

โชคดีนี่ไม่ใช่ยุคของสมาร์ทโฟน ไม่อย่างงั้นภาพของซูข่านกับสูเจิ้งเหมาต้องอยู่เต็มอินเตอร์เน็ตแน่นอน

การพาดหัวข่าวก็ต้องเป็นสิ่งดึงดูดให้คนเข้ามาอ่าน นี่เป็นเรื่องที่นิยมมากในยุคที่อินเตอร์เน็ตเฟื่องฟู

สูเจิ้งเหมาฟังคำพูดของซูข่านเสร็จ เขาก็ได้หันหลังและเดินฝ่าฝูงคนออกไป

เมื่อมาถึงที่รถ สูเจิ้งเหมาก็ได้เปิดประตูอย่างรวดเร็ว ซูข่านที่เดินตามไม่ห่างก็ขึ้นไปนั่งทันที

จากนั้นรถก็ได้ออกจากจุดนั้น รถหลายคันได้มุ่งหน้าเข้าเมือง

ทุกคนในที่เกิดเหตุตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า พวกเขาไม่คิดว่าคนระดับอย่างสูเจิ้งเหมาต้องมาเปิดประตูรถให้คนอื่นไปนั่ง

โดยส่วนใหญ่แล้ว การทำแบบนี้มักจะทำกับเจ้านายของตัวเอง มันเป็นการแสดงออกถึงความเคารพ

ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นกำลังคิดว่าชายหนุ่มที่เพิ่งขึ้นรถไป คนๆนี้แหละเป็นเจ้านายของสูเจิ้งเหมา เขาเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง

แน่นอนคนทั้งหมดที่นั่นได้คิดแบบนี้

"เขาเป็นใคร?"

"สูเจิ้งเหมาเป็นคนรับใช้ให้กับเด็กหนุ่มคนตะกี้เหรอ?"

"จะบ้าเหรอ เขาใช้เงินตั้ง 500 ล้านในการสร้างตึกสูงกว่า 100 ชั้นเลยนะ"

"มันก็ไม่แน่หรอก พ่อหนุ่มคนนั้นอาจจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังสูเจิ้งเหมาอีกทีก็ได้"

"เจ้านายของประธานสูอีกอย่างงั้นเหรอ?"

"ไอ้ตี๋คนตะกี้นี่นา"

"เป็นไปได้ไหมว่าเขาเป็นลูกชายของมหาเศรษฐีที่เซียงเจียง"

"เขาเป็นคนจากตระกูลเป่ารึเปล่า?"

"หรือว่าเป็นคนจากตระกูลหลี่?"

การกระทำของสูเจิ้งเหมา ได้แพร่กระจายไปทั่วเผิงเฉิง ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

"คนที่รวยระดับสุดยอดได้เดินทางมาที่เผิงเฉิงแล้ว สูเจิ้งเหมาถึงต้องออกไปรับเขาด้วยตัวเอง"

หลายต่อหลายคนสงสัยว่าคนที่รวยระดับสุดยอดคนนั้นเป็นใคร แต่ข่าวลือก็บอกเพียงว่าเป็นเด็กหนุ่มลึกลับเท่านั้น

ขณะเดียวกันบนรถ

"คุณซูครับ ผมขอโทษ ผมทำผิดไปแล้ว"

สูเจิ้งเหมาก้มหน้า ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความรู้สึกผิด ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กที่รู้ตัวว่าจะโดนพ่อแม่ดุ

สูเจิ้งเหมารีบยอมรับความผิดของเขา ต่อหน้าซูข่าน เจ้านายผู้มั่งคั่งและทรงพลังคนนี้ ชายคนนี้น่ายกย่องยิ่งกว่ายิ่งใดบนโลก

เขาเกือบจะฆ่าต่อตัวต่อหน้าชายคนนี้แล้ว

หากว่าไม่มีซูข่าน สูเจิ้งเหมาคงไม่มีวันได้มายืนที่จุดนี้ได้