ซูข่านให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่จะออกจากห้องวิจัยนี้อย่างมากในอนาคต นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายหลักของโลก
ความสำคัญของโทรศัพท์มือถือนั้นที่นี่ไม่ได้น้อยไปกว่ารถยนต์เลย
แค่มือถือเครื่องเดียวก็สามารถทำได้ทุกอย่างที่ต้องการ ถึงแม้จะจำเป็นต้องมีเครือข่ายสื่อสารอย่าง 4G หรือ 5G ด้วย
ในต่างประเทศบางคนอาจจะรู้สึกมันค่อนข้างเกินจริงไปหน่อยมั้งที่บอกว่ามือถือเครื่องเดียวสามารถทำได้ทุกอย่าง
แต่สำหรับประเทศจีนแล้ว แค่มือถือเครื่องเดียวก็สามารถทำได้ทุกอย่างจริงๆ คุณสามารถเดินทางไปทั่วทั้งประเทศจีนได้โดยพกแค่โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
"อีริคสันจะจัดตั้งทีมวิจัยและส่งทีมมายังเซียงเจียงให้เร็วที่สุดครับ อาจจะถึงประมาณเดือนหน้า"
หยางไท่เฉียนพูดช้าๆ
"ผมรู้ข้อมูลบางส่วนของนักวิจัยมาแล้วครับ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการสื่อสารไร้สาย และยังมีคนจีนอยู่ในกลุ่มนักวิจัยด้วยครับ"
"นอกจากจะมีคนจีนแล้วยังมีคนผิวสีอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย"
เซียงเจียงเป็นเมืองที่มีคนต่างชาติมากมาย สำหรับคนผิวสีแล้ว พวกเขาก็ไม่ใช่ตัวประหลาดที่นี่
"ถ้าจะมาตั้งห้องวิจัยที่เซียงเจียงจำเป็นต้องใช้สถานที่ด้วยสินะ ฉันเพิ่งซื้อตึกใหม่ที่เพิ่งสร้างได้ไม่นานนี้เอง นายลองไปดูและประเมินเอาว่าจะทำห้องวิจัยได้ไหม เดี๋ยวฉันให้ซงหมิงเจียงบอกที่ตั้งตึกนั้นให้"
ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม
"ขอบคุณครับเจ้านาย"
หยางไท่เฉียนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
เขารู้จักกับตึกที่ซูข่านบอกเป็นอย่างดี ข่าวในหนังสือพิมพ์เพิ่งลงไปวันก่อนว่าทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้ซื้อตึกที่เพิ่งสร้างเสร็จแห่งหนึ่ง
โดยตึกนั้นมีสภาพแวดล้อมรอบๆดีมาก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆก็ครบ แถมยังอยู่ใจกลางเมืองที่สามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้สะดวกอีก ถ้าอยู่บนชั้นสูงก็จะเห็นวิวที่ดีอีก
การได้ห้องวิจัยที่ทุกอย่างพร้อมแบบนี้ มันเป็นอะไรที่ทำให้นักวิจัยมีกำลังใจในการมาทำงานทุกวันแน่ๆ ใครจะอยากไปทำงานในสถานที่ลำบากมั่งล่ะ
"นอกจากสถานที่ตั้งห้องวิจัยแล้ว นายต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับการทำวิจัยด้วยนะ รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ทำเสมือนให้ห้องวิจัยเป็นบ้าน"
ซูข่านพูดพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ไม่ต้องสนว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ ตราบใดที่มันสามารถอำนวยความสะดวกให้กับนักวิจัยได้ ซื้อมันซะ"
"และก็จำไว้ให้ขึ้นใจเลยว่า บริษัทของเราไม่ได้ขาดแคลนเงิน อย่าให้ฉันได้ยินว่างานวิจัยต้องล้มเหลวเพราะเหตุผลเงินทุนไม่เพียงพอนะ"
"ครับ"
หยางไท่เฉียนตอบรับเสียงเข้ม
บริษัทของเราไม่ได้ขาดแคลนเงิน ประโยคนี้จะควรจะทำให้เป็นคติประจำใจของบริษัทได้เลย มันควรถูกทำคล้ายๆกับศิลาจารึกและตั้งไว้ในบริษัท
หยางไท่เฉียนมีแผนว่าจะทำอย่างลับๆ วันไหนที่เจ้านายไปเยี่ยมที่บริษัทเขาจะต้องมีความสุขที่ได้เห็นข้อความนี้
"แล้วนอกจากเรื่องของอีริคสันแล้ว สิทธิบัตรอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคเฉพาะทางเป็นยังไงบ้าง?"
ซูข่านถามหยางไท่เฉียนต่อ
ในช่วงเวลานี้ของปีที่แล้วบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงได้ซื้อสิทธิบัตรมากมายหลายพันรายการในประเทศจีน สิทธิบัตรพวกนี้บางอันก็เป็นที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งบางส่วนก็ได้ถูกนำไปใช้ต่อยอด
"ดีมากครับเจ้านาย"
หยางไท่เฉียนตอบด้วยรอยยิ้ม
"ในบรรดาสิทธิบัตรที่ซื้อมาทั้งหมดแล้วได้นำไปพัฒนาต่อยอดนะครับ อันที่ดีที่สุดคือเทคโนโลยีของอาจารย์ฮู่ครับ ตอนนี้เขาได้ร่วมมือกับทางโรงงานจักรยานสัญญาณยุโรปในการผลิตรถจักรยานสำหรับแข่งขันแล้ว"
"และทางนักแข่งที่คว้าแชมป์ต่างๆมากมายก็ได้ให้การยอมรับจักรยานของอาจารย์ฮู่ด้วยครับ"
"โดยทางเราจะได้ค่าสิทธิบัตร 2% จากยอดขายจักรยานด้วยครับ"
"ใช้ได้"
ดวงตาของซูข่านเบิกกว้างออกทันที นี่คือก้าวเล็กๆที่สำคัญมากสำหรับบริษัทสิทธิบัตร ต่อไปเมื่อบริษัทมีขนาดใหญ่มากขึ้นสิทธิบัตรมากขึ้น จำนวน % ที่จะได้ต่อปีก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
ซูข่านรู้สึว่า 2% ที่ได้รับจากยอดขายจักรยานนั้นมันน้อยเกินไปหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับตัวเลขอะไรพวกนี้มากมาย ยังไงถ้าขายจักรยานได้สัก 10 ล้านคัน เดี๋ยวตอนนั้นส่วนแบ่งก็เยอะตามเอง
เมื่อเห็นว่าเจ้านายพึงพอใจกับงานที่เขาได้ทำ หยางไท่เฉียนก็รู้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
นี่เป็นสิทธิบัตรที่มีประโยชน์ที่สุดในบรรดาทั้งหมดแล้ว ส่วนสิทธิบัตรอื่นๆบางส่วนก็ได้นำไปต่อยอด บางส่วนก็ได้นำไปผลิตแล้ววางขายเช่นกัน
ซึ่งแน่นอนยอดขายมันไม่ได้เท่ากับจักรยาน แต่รวมๆแล้วทุกประเภทก็เริ่มทำเงินได้บ้าง
"เอ่อครับ"
หยางไท่เฉียนได้พูดต่อ
"นอกเหนือจากเรื่องสิทธิบัตรแล้ว โรงเรียนประถมได้สร้างเสร็จไปกว่า 15 แห่งแล้วครับ ในปีการศึกษาหน้าที่จะถึงก็พร้อมที่จะเปิดรับนักเรียนใหม่ครับ"
ซูข่านพยักหน้า
เขาได้สั่งสร้างโรงเรียนประถม 20 แห่งเมื่อปีที่แล้ว โรงเรียนประถมบางส่วนที่สร้างเสร็จเร็วกว่ากำหนดก็ได้เปิดรับสมัครนักเรียนในปีการศึกษานั้นทันพอดี
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยชิงหวายังให้ความสำคัญกับโครงการนี้อย่างมาก ทำให้มีชาวบ้านและชาวเมืองบางคนให้การสนับสนุนสร้างโรงเรียนในครั้งนี้
เมื่อไม่กี่วันก่อนซูข่านได้รับข้อความจากจ้าวชิงชิงว่าเขาถูกรับเชิญให้เข้าร่วมพิธีเปิดโรงเรียนประถมหลายสิบแห่ง
แต่ตัวของซูข่านนั้นอยู่ที่เซียงเจียงเลยต้องปฏิเสธคำเชิญของจ้าวชิงชิงไป
"5 โรงเรียนที่เหลือรีบจัดการให้เร็วที่สุด"
ซูข่านพูดกับหยางไท่เฉียนเสียงเข้ม
"ครับเจ้านาย ผมจะติดต่อไปยังผู้รับเหมาให้รีบดำเนินการสร้างให้เร็วที่สุดครับ ผมจะให้พวกเขาทำโอทีเพื่อเร่งเวลาให้เร็วขึ้นด้วย"
หยางไท่เฉียนตอบซูข่านด้วยความเคารพ
ซูข่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ในยุคนี้การก่อสร้างนั้นเต็มไปด้วยความลำบากอย่างมาก อุปกรณ์อะไรต่างๆก็ต้องใช้มือทั้งหมด การสร้างโรงเรียนทั้ง 20 แห่งจึงเต็มไปด้วยความล่าช้า
แต่ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบัน แค่สองเดือนก็สามารถสร้างโรงเรียนทั้งหมดได้แล้ว แล้วถ้ายิ่งมีเงินสนันสนุนจ่ายค่าโอทีก็อาจจะเสร็จเร็วขึ้นอีก
แรงงานคนไม่ได้ขาดเลย แต่ที่ขาดจริงๆคือเทคโนโลยีการก่อสร้างต่างหาก เครื่องจักรบางอย่างสามารถทำงานได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แต่ถ้าเป็นแรงงานคนอาจจะใช้เวลาถึง 2-3 วันเลยทีเดียว
สำหรับโรงเรียนประถมที่สร้างไว้ให้เด็กๆนั้น สามารถรองรับนักเรียนน่าจะได้ถึงประมาณ 10,000 คนเลยทีเดียว เด็กๆหลายคนจะได้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น
โรงเรียนประถม 20 แห่งที่ซูข่านก่อตั้งขึ้นนั้นมันเพื่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเอง หากว่าผลลัพธ์ของมันดีซูข่านก็วางแผนที่จะสร้างเพิ่มอีกทุกๆปี
สำหรับซูข่านแล้วเรื่องเงินก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยสักนิด
ผ่านไปประมาณ 20-30 ปี โรงเรียนประถมที่สร้างก็อาจจะมีจำนวนถึงหลักพันโรงเรียนก็เป็นได้
"หรือว่าบางทีเราควรจะใช้บริษัทอสังหาฯจงฮงทำโครงการนี้ด้วย"
ซูข่านคิดกับตัวเองในใจ
บริษัทอสังหาฯจงฮงก็เริ่มจะตีตลาดไปยังจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว จะเป็นยังไงถ้าพวกเขามีโครงการโรงเรียน 20 แห่ง
ชื่อเสียงที่จะได้รับมันจะมากขนาดไหน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved