ตอนที่ 366

"ตอนนี้ไม้พะยูงยังไม่เป็นที่ต้องการของคนเท่าไหร่ ถ้าเก็บรวบรวมไว้ตอนนี้ อนาคตมันน่าจะทำเงินได้มหาศาล"

เฒ่าหลี่พูดเบาๆกับซูข่าน

ในอดีตกาลนั้นน คนที่ไปมณฑลไหหลำเพื่อหาไม้พะยูงเนี่ย พวกเขาต้องเดินทางออกจากบ้านเป็นเวลานานหลายเดือน ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลข้ามภูเขากว่าจะถึง

แล้วพอพวกเขามาถึงไหหลำ พวกเขาก็พบว่าไม่สามารถขนไม้พะยูงพวกนี้กลับไปทั้งต้นได้ ฉะนั้นไม้พะยูงจึงหาได้ยากมากในทางตอนเหนือของประเทศ

"ใช่"

ซูข่านพยักหน้า

นอกเหนือจากไม้พะยูงแล้ว ซูข่านยังต้องการที่จะลงทุนในมณฑลไหหลำสำหรับการท่องเที่ยวอีก ที่นั่นจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีเลย แต่เศรษฐกิจของไหหลำยังคงซบเซาอยู่ มันพัฒนาได้ยากมาก

ต้องใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งกว่าที่มณฑลไหหลำจะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้

หลังจากนั้นพื้นที่บริเวณชายหาดก็จะมีราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สภาพแวดล้อมของแถวนั้นก็เหมาะสมที่จะทำบ้านพักตากอากาศไว้สำหรับนักท่องเที่ยว

ราคาที่ดินที่ติดกับชายหาดจึงสูงมากๆ แต่ราคาที่ดินในเมืองจะสูงยิ่งกว่าซะอีก พื้นที่บริเวณในเมืองมีราคาต่อตารางเมตรไม่ด้อยไปกว่าที่เซียงเจียงเลย

ยิ่งอยู่ใจกลางเมืองเท่าไหร่ก็ยิ่งมีมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น

ราคาอสังหาฯในไหหลำใกล้เคียงกับเมืองใหญ่ๆอย่าง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเซินเจิ้น

แต่เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องรีบมากก็ได้ ซูข่านรู้ดีว่าผู้คนที่นั่นจะยังไม่พัฒนาเมืองของเขาในตอนนี้ พวกเขาจำเป็นต้องรอเหตุการณ์ราคาอสังหาฯก่อน

มณฑลไหหลำอาจจะต้องใช้เวลาเป็นสิบๆปีในการพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวได้

ซูข่านคิดว่าเขาน่าจะซื้อที่ดินบริเวณนั้นเก็บไว้สักหน่อย จากนั้นก็หาคนที่ไว้ใจได้สัก 2-3 คนเฝ้าสถานที่ตรงนั้นไว้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ปลูกไม้พะยูงไว้ด้วย

เขาครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งเกี่ยวกับแผนการที่จะทำที่มณทลไหหลำ

ฤดูใบไม้ผลิก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ บรรยากาศของเทศกาลตรุษจีนก็อบอวลไปทั่วทั้งหนานจิง ไปที่ไหนก็จะเต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนของการจุดประทัดไปทั่ว

หลายต่อหลายคนก็ได้จับจ่ายซื้อของในเทศกาลนี้

ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วในหนานจิง มีหลายครอบครัวที่มีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น การซื้อของในวันตรุษจีนปีนี้เลยมากกว่าปีก่อนหลายเท่า

ซูข่านยังคงได้ยินเสียงประทัดแถวบ้านอยู่เป็นพักๆ เหล่าเด็กๆในระแวกบ้านคงจะเอาเงินที่ได้มาในวันตรุษจีนไปซื้อมาประทัดเล่นกัน

ซูข่านมองไปที่เฒ่าหลี่พร้อมกับพูดว่า

"เฒ่าหลี่ ไปฉลองตรุษจีนกับฉันดีกว่า"

เทศกาลตรุษจีนมาถึงอีกปีหนึ่งแล้ว ปีนี้เสี่ยวผิงคงจะวุ่นวายอยู่กับบริษัทท่องเที่ยวของเธอ คงไม่มีใครมาฉลองตรุษจีนที่บ้านหลังนี้แน่ๆ

ซูข่านจึงชวนเฒ่าหลี่ไปยังบ้านของตาเฒ่าตระกูลซูเพื่อฉลองปีใหม่กับเขา

"ไม่!!"

เฒ่าหลี่ส่ายหัวพร้อมโบกมือปฏิเสธทันที ดูเหมือนว่าเขาจะมีอารมณ์แปรปรวนเล็กน้อย

ซูข่านเห็นแบบนั้นเลยพูดต่อ

"ถ้าฉันไม่อยู่ บ้านหลังนี้จะมีแค่เฒ่าหลี่คนเดียวแล้วนะ เฒ่าหลี่จะหาอะไรกินยังไง?"

"ไม่เป็นไร"

เฒ่าหลี่รีบเถียงกลับอย่างรวดเร็ว

"เสี่ยวผิงก็ไม่ได้กลับบ้าน ยังไงซะเดี๋ยวเธอก็ต้องมาที่นี่สักวันหนึ่งเพื่อฉลองวันตรุษจีน คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก"

เมื่อได้ยินคำพูดของเฒ่าหลี่ ซูข่านก็ยิ้มเล็กน้อย

ดูเหมือนเสี่ยวผิงจะยังไม่มีแผนกลับบ้านในเทศกาลตรุษจีนนี้นะ ซูข่านก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเสี่ยวผิงถึงไม่กลับบ้าน อาจเป็นเพียงพ่อลูกยอดเยี่ยมแห่งปีของเธอละมั้ง

ถ้าได้กลับไปแล้วต้องไปเจอกันพ่อลูกคู่นั้น…บางทีเสี่ยวผิงอาจจะคิดถูกแล้วก็ได้ที่เลือกอยู่ที่หนานจิงต่อ

แต่เฒ่าหลี่นี่น่ะสิ

แต่ยังไงซะเขาก็เป็นคนแก่ที่มาอายุอยู่พอสมควร จะให้ทิ้งไว้บ้านคนเดียวแบบนี้มันก็ยังไงๆอยู่

ถ้าอย่างน้อยมีลูกชายหรือหลานชายของเฒ่าหลี่มาเยี่ยมหน่อยก็คงจะดี อย่างงั้นซูข่านจะได้ไปอยู่ที่บ้านของตระกูลได้อย่างสบายใจหน่อย

เฒ่าจางเองก็ไม่รู้จะปิดร้านอาหารวังหลวงช่วงนี้ด้วยรึเปล่า? เห็นว่าลูกค้าจากต่างเมืองต้องการกินอาหารร้านวังหลวงตลอด ได้ข่าวว่าคิวจองช่วงวันตรุษจีนนี่เต็มตลอดทั้งวัน

"เฮ้อ"

ซูข่านถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า

"ถ้าอย่างน้อยมีเสี่ยวผิงมาก็วางใจได้ระดับหนึ่งล่ะ งั้นฉันจะไปที่บ้านของตระกูลโดยไม่ต้องห่วงทางนี้แล้ว"

"หื้ม?"

เฒ่าหลี่หรี่ตาลงเล็กน้อยและมองที่ซูข่าน

"คุณเป็นห่วงผมด้วยเหรอ?"

ภายในใจของเฒ่าหลี่รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอย่างมาก ทุกการกระทำที่เฒ่าหลี่ปฏิบัติต่อซูข่านทุกอย่าง เฒ่าหลี่ทำเหมือนกับซูข่านหลานชายแท้ๆของเขา

ซูข่านเองก็วางตัวกับเฒ่าหลี่ไว้เป็นอย่างดีตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน เขาให้เงินเดือนเฒ่าหลี่สูงกว่าเงินเดือนคนทั่วไปแถวนี้ แถมยังมีที่พัก อาหาร ฯลฯ ฟรีอีกด้วย

หากว่าเฒ่าหลี่ขอเงินซูข่านสัก 10,000 หยวน เฒ่าหลี่ก็เชื่อมั่นว่าซูข่านจะให้โดยไม่ท้วงติงอะไร

เฒ่าหลี่รู้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าตัวเขาจะทะเลาะกับซูข่านบ่อยๆและพบกับความพ่ายแพ้ แต่เฒ่าหลี่ก็รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานอยู่ในบ้านหลังนี้กับซูข่าน

นอกจากนี้ยังมีของเก่ามากมายให้เขาอีกด้วย

ซูข่านเองก็รู้ว่ามูลค่าของเก่าที่อยู่ในบ้านจะเยอะขึ้นถ้าเวลาผ่านไป เฒ่าหลี่เองก็เชื่อเช่นนั้นเหมือนกัน

การพบเจอกับเฒ่าหลี่นั้นนำไปสู่การค้นพบห้องลับของบ้านหลังนี้ ซึ่งมันมีไข่มุกราตรีในตำนานหลับไหลอยู่

ทั้งเฒ่าหลี่และซูข่านก็ได้พูดกันต่ออีกพักหนึ่ง จากนั้นซงหมิงเจียงก็ได้เดินเข้ามาและพูดกับซูข่าน

"พี่สามครับ มีตาเฒ่าคนหนึ่งเดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าบ้านครับ"

"เฒ่าไหนอีก?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาสงสัยว่ามีคนที่ซงหมิงเจียงไม่รู้จักอยู่ในระแวกบ้านแถวนี้ด้วยอย่างงั้นเหรอ? ช่วงที่ผ่านมาซงหมิงเจียงและพี่น้องของเขาก็ตะเวณทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านแถวนี้ไปทั่ว

เกือบทุกคนในระแวกบ้านต่างรู้จักกับซงหมิงเจียง แล้วตาเฒ่านี่เป็นใครกัน?

เฒ่าหลี่มองไปที่ซงหมิงเจียงและถามด้วยความสงสัย

"เขาเป็นคนแบบไหนเหรอ?"

ซงหมิงเจียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปตอบเฒ่าหลี่

"ก็เป็นคนแก่ๆธรรมดาคนหนึ่งแหละครับ แต่เขาพูดภาษาจีนกลางได้ชัดเจน สำเนียงของเขาจะออกไปทางปักกิ่งเล็กน้อย"

"เสื้อผ้าที่เขาสวมก็แตกต่างจากคนที่หนานจิงไม่มากแต่ก็อยู่ระดับที่ดูดีเลยทีเดียว"

"เขามาจากเซียงเจียงงั้นเหรอ?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย อายุเยอะขนาดนี้แล้วแต่เสื้อผ้าของเขาไม่เหมือนกับคนที่นี่

ในประเทศจีนฝั่งแผ่นดินใหญ่นั้นยังคงแต่งตัวกันธรรมดาอยู่ สไตล์การแต่งตัวของคนที่นี่กับคนที่เซียงเจียงสามารถเห็นได้ชัดเลยว่าแตกต่างกันขนาดไหน

แม้แต่คนเฒ่าคนแก่ในเซียงเจียงยังคงมีรสนิยมการแต่งตัวที่ดูดีพอสมควร

"ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ แล้วเขาก็ถามด้วยว่าคนของตระกูลจูกลับมาอยู่ที่คฤหาสน์จูนี้แล้วเหรอ?"

"คฤหาสน์จู!!"

ทันใดนั้นเองซูข่านก็เห็นไปมองที่เฒ่าหลี่อย่างรวดเร็ว