ตอนที่ 400

เผิงเฉิงตั้งอยู่ใกล้กับเซียงเจียงมากที่สุด ไม่แปลกที่พวกเราจะได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมจากเซียงเจียงมา โดยเฉพาะเรื่องด้านการแต่งกาย

ยุคนี้แฟชั่นในประเทศจีนยังไม่ค่อยหลากหลายสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่แล้วเสื้อผ้ามักจะเป็นสีเข้มสุภาพ

ลวดลายอะไรก็แทบจะไม่มี เป็นสไตล์การแต่งกายที่ดูเรียบง่ายและสุภาพไปพร้อมกัน

แต่เซียงเจียงนั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แฟชั่นสำหรับเซียงเจียงนั้นจะดูทันสมัยกว่า เรียบร้อยกว่า และดูสุภาพมากกว่า

ลู่กั๋วเฉียงเองก็ได้รับอิทธิพลการแต่งตัวจากเซียงเจียงมากเต็มๆ เขาใส่ชุดสูทผูกเนคไทพร้อมกันรองเท้าหนังที่ดูเป็นนักธุรกิจมากขึ้น

ซูข่านพอใจกับชุดของลู่กั๋วเฉียงมากจึงเอ่ยปากชมด้วยรอยยิ้ม

"ใส่สูทแล้วดูดีขึ้นเยอะเลย"

ต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะในโอกาสไหน ผู้ชายหรือแม้กระทั่งผู้หญิงก็ตาม ชุดที่นิยมใส่กันมากที่สุดก็คือสูทกับรองเท้าหนัง

ยิ่งแต่งตัวได้ดีเท่าไหร่ โอกาสก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เครื่องแต่งกายเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงความน่าเชื่อถือในตัวของผู้ใส่มัน อย่างจางหม่านก็ใส่สูทผูกไทมาโดยตลอด จนกลายเป็นภาพจำแม่มดในชุดสูทไปซะแล้ว

"ขอบคุณมากครับพี่สาม"

ลู่กั๋วเฉียงตอบรับด้วยรอยยิ้ม

ตอนแรกลู่กั๋วเฉียงกลัวว่าซูข่านจะดุเขาเนื่องจากได้ทิ้งวัฒนธรรมการแต่งตัวของหนานจิงไป แต่กลับกันซูข่านไม่ได้ดุแถมยังชมลู่กั๋วเฉียงอีกด้วย

"เหลาสู ช่วงที่ผ่านมานายคงทำงานหนักมากสินะ"

ซูข่านเอามือออกจากไหล่ของลู่กั๋วเฉียงและหันไปมองที่สูเจิ้งเหมาที่ยืนอยู่ข้างหลัง

แม้ว่าซูข่านจะอายุน้อยกว่าสูเจิ้งเหมาก็ตาม แต่สูเจิ้งเหมาก็เคารพและวางตัวให้ต่ำกว่าซูข่านเสมอ

ก่อนหน้านี้ที่คุณซูได้มอบหมายให้ลู่กั๋วเฉียงมาเปิดโรงงานที่เผิงเฉิง ตอนนั้นเขาใช้ทุนแค่ไม่เท่าไหร่เอง ในปีแรกโรงงานกั๋วเฉียงของคุณซูก็สามารถทำเงินไปได้แล้วกว่าหนึ่งล้านหยวน

หลังจากนั้นมูลค่าโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงก็ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดอีก จากปีแรกที่โรงงานมีมูลค่าล้านหยวน ปัจจุบันตอนนี้อาจจะสูงถึง 10 ล้านหยวนเข้าไปแล้ว

การที่มูลค่าของโรงงานเติบโตได้เร็วขนาดนี้ ก็เป็นเพราะชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขา

ถ้าหากยอดขายรายเดือนของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ถึงเดือนละ 10 ล้านเมื่อไหร่ อีกไม่นานมูลค่าโรงงานกั๋วเฉียงก็จะกลายเป็น 100 ล้านแน่ๆ

นี่เป็นการเติบโตอย่างรวดเร็วที่น่าทึ่งมาก

และในตอนนี้ที่ตึกซิงซีกำลังจะเปิดตัว ยอดขายของโรงงานอาจจะทวีคูณเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวก็ได้ใครจะไปรู้

"ผมหวังว่าจะได้ทำงานหนักแบบนี้ให้กับคุณซูอีกครับ"

สูเจิ้งเหมาพูดด้วยรอยยิ้ม

"ฮ่าๆๆๆ"

ซูข่านหัวเราะเสียงดัง

"ได้สิเหลาสู"

แน่นอนว่าในอนาคตจะต้องมีงานหนักแบบนี้ให้สูเจิ้งเหมาทำอีกมาก ถ้าซิงซีกรุ๊ปสามารถผลิตเสื้อผ้าส่งออกให้กับแบรนด์ระดับกลางไปจนถึงสูงได้ละก็

แบรนด์เสื้อผ้าอื่นๆในโลกใบนี้ก็จะต้องการโรงงานของทางซิงซีกรุ๊ปอย่างแน่นอน ซึ่งตลาดระดับกลางเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย เท่านี้สูเจิ้งเหมาก็จะไม่มีเวลาว่างเลยสักวันเดียว

"ไปจากที่นี่กันเถอะ"

จากนั้นซูข่านก็สังเกตเห็นผู้คนโดยรอบเริ่มหันมามองพวกเขามากขึ้นแล้ว ซูข่านเลยพูดกับทั้งสองคน

โชคดีที่ในยุคนี้ยังไม่มีโทรศัพท์ที่ถ่ายรูปได้ ไม่อย่างงั้นคงจะมีรูปของเขากับสูเจิ้งเหมาและลู่กั๋วเฉียงในอินเตอร์เน็ตแน่นอน

และอาจจะเป็นประเด็นในเมืองขึ้นมาเลยก็ได้ คนระดับลู่กั๋วเฉียงกับสูเจิ้งเหมาต้องมารอรับใครสักคนที่สถานนีรถไฟเนี่ย คนๆนั้นจะต้องเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน

"ครับคุณซู ผมได้เตรียมโรงแรมไว้ให้คุณแล้ว"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้าและพูดอย่างรวดเร็ว

ไม่ช้าทุกคนก็ขึ้นรถและมุ่งหน้าไปยังโรงแรมทันที เมืองเผิงเฉิงเองก็มีเศรษฐกิจที่ไม่ได้แย่ จึงไม่แปลกที่จะมีโรงแรมดีๆเปิดให้บริการในเมืองนี้

อย่างไรก็ตามซูข่านจำเป็นต้องไปพักอยู่ที่โรงแรม เพราะทั้งสูเจิ้งเหมาและลู่กั๋วเฉียงต่างเป็นคนที่มีชื่อเสียงในเมืองแห่งนี้ การไปที่บ้านของพวกทั้งสองจะไม่เป็นการดีเท่าไหร่

หากว่าตึกซิงซีสร้างเสร็จ บนชั้นสูงๆสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงแรมหรูได้

การทำโรงแรมควบคู่ไปกับการสร้างตึกสูงนั้น ยังไงก็ไม่ขาดทุนแน่ๆ แม้ขนาดโรงแรมที่อยู่ในตึกสูงตึกอื่นที่ไม่ใช่ตึกซิงซี พวกเขายังไม่เคยประสบภาวะขาดทุนเลยสักปีเดียว

ธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมนั้นเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจเลยล่ะ

โดยเฉพาะโรงแรมที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในประเทศจีน โรงแรมพวกนี้ส่วนใหญ่มักจะโดนจองอย่างต่อเนื่องไปตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

ขนาดเป็นโรงแรมที่มีดาวเพียง 2-3 ดาวก็ตาม นักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามามันเยอะจนห้องพักในโรงแรมหรูๆไม่สามารถรองรับพวกเขาได้

โรงแรมที่นักท่องเที่ยวมาเยอะก็ต้องพัฒนาโรงแรมตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากโรงแรมที่มีแค่ 2-3 ดาวก็ได้เติบโตจนกลายเป็นโรงแรมสุดหรูก็มี

เห็นได้ชัดว่าธุรกิจโรงแรมนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหนในประเทศจีน ส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจนี้ก็เยอะมากๆเช่นกัน

การเติบโตที่เห็นได้ชัดที่สุดเลยก็อยู่ในช่วงปี 1990-2000 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่โรงแรมหรูๆได้เกิดขึ้นมากมายในประเทศจีน

นอกจากนี้ยังมีโรงแรมจำนวนมากถูกสร้างขึ้นในช่วงนั้นอีกด้วย หากว่าทำโรงแรมหรูๆเป็นเครือก็ยังจะยิ่งทำให้มูลค่าของโรงแรมเพิ่มสูงไปอีก

ดังนั้นหากว่าเปิดโรงแรมบนตึกซิงซีได้ละก็ มูลค่าของโรงแรมที่อยู่ในตึกซิงซีก็จะไม่น้อยหน้าโรงแรมหรูๆพวกนั้น

แล้วถ้าหากว่าทำโรงแรมให้เป็นเครือได้อีก มูลค่าทางการตลาดของโรงแรมก็จะยิ่งสูงมากขึ้น

เหมือนกับโรงแรมชื่อดังป่ายเทียนเอ๋อที่อยู่ในกว่างโจว โรงแรมแห่งนั้นเป็นโรงแรมที่ยอดเยี่ยมมากๆ ถึงแม้ว่าโรงแรมที่จะสร้างขึ้นในตึกซิงซีจะมีขนาดเล็กกว่า แต่เรื่องคุณภาพละก็ไม่ด้อยไปกว่าแน่นอน

ซูข่านจำได้ว่าสถานที่ตรงนั้นจะเปิดทำการอย่างเป็นทางการในปีหน้า แต่ตอนนี้ตึกซิงซีได้สร้างเสร็จแล้ว หากใช้เวลาตกแต่งอีกสักหน่อย บางทีอาจจะเปิดก่อนโรงแรมป่ายเทียนเอ๋อก็ได้

หลังจากนั้นซูข่านก็นั่งรถไปเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงด้วยกัน แล้วรถก็ได้มาจอดที่ตึกสูงแห่งหนึ่ง ซูข่านเงยหน้ามองก็เห็นความสูงของตึกนี้สูงกว่า 10 ชั้น การตกแต่งของมันก็สวยงามมากๆ

"ถึงแล้วครับ นี่เป็นโรงแรมเปิดใหม่ที่ร่วมทุนสร้างระหว่างนักลงทุนจากเผิงเฉิงและเซียงเจียงครับ เพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่กี่เดือนก่อนคุณซูมาเอง"

สูเจิ้งเหมาได้อธิบาย

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

จากนั้นก็มีคนมาเปิดประตูให้ซูข่าน ทั้งหมดจึงได้ลงจากรถและเข้าไปในโรงแรม สูเจิ้งเหมาได้จองห้องพักให้แล้ว เขาจึงไปที่แผนกต้อนรับเพื่อทำการเช็คอินให้กับซูข่าน

จากนั้นเขาก็มาเดินนำซูข่านไปยังลิฟต์ของโรงแรม

"ชั้นแรกของที่นี่เป็นห้องโถงสำหรับแขกที่มาติดต่อเช็คอิน-เช็คเอาท์โรงแรมครับ จะมีส่วนของที่นั่งพัก และแผนกต้อนรับไว้ด้วย"

"ส่วนชั้นสองของโรงแรมเป็นห้องอาหาร ซึ่งจะรวบรวมร้านอาหารจีนกวางตุ้งชื่อดังมากมายหมุนเปลี่ยนไปไม่ซ้ำแต่ละวันครับ"

ระหว่างที่เดินสูเจิ้งเหมาก็ได้อธิบายกับซูข่าน

ซูข่านได้ยินก็หัวเราะออกมาและพูดด้วยรอยยิ้ม

"ดูเหมือนว่านักลงทุนจากเซียงเจียงจะเอารูปแบบของโรงแรมเพนนินซูล่ามาใช้กับโรงแรมแห่งนี้นะ"

"ผมก็ว่างั้นแหละครับ"

แล้วสูเจิ้งเหมาหัวเราะเสียงดัง

จากนั้นก็มาถึงยังห้องพักของซูข่าน สูเจิ้งเหมาได้เปิดประตูและยืนรออยู่ที่ข้างนอก ซูข่านเดินผ่านสูเจิ้งเหมาเข้าไปก็พบกับห้องที่ตกแต่งไว้อย่างดี

มีการแยกสัดส่วนของห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นไว้อย่างเป็นระเบียบ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆก็เลือกได้เข้ากับขนาดของห้องพัก ดูรวมๆแล้วเหมือนกับห้องพักโรงแรมเพนนินซูล่ามาก

ถึงแม้ว่าโรงแรมนี้จะไม่ได้สูงมาก แต่วิวข้างนอกก็ยังสามารถมองเห็นเผิงเฉิงได้ทั้งเมือง

ซูข่านมองไปรอบๆห้องและยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อย