ตอนที่ 249

ด้วยส่วนแบ่งที่จะได้รับถึงแม้จะน้อยก็ตาม แต่อย่างน้อยก็น่าจะทำให้คนที่ช่วยเหลือได้มีคุณภาพชีวิตดีไม่มากก็น้อย แถมมันยังช่วยเรื่องกำลังใจอีกด้วย

หากว่าทำงานให้กับคนอื่นฟรีๆ นานวันไปกำลังใจของคนๆนั้นก็จะต้องเริ่มลดลงอย่างแน่นอน จะมีสักกี่คนที่สามารถทำเพื่อคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนได้นานๆ

การที่จะไปเห็นอกเห็นใจคนอื่นนั้น ตัวเองก็สมควรที่จะอยู่ในจุดที่สบายก่อน ไม่ใช่ว่าตัวเองก็เดือดร้อนแต่จะไปช่วยเหลือคนอื่น

เรือเรากำลังจะจมแต่กลับไปรับคนอื่นขึ้นเรือมา มันไม่ได้ช่วยให้เรือตัวเองหายจมได้หรอก มันจะยิ่งพากันไปสู่หายนะเปล่าๆ

ก็จริงอยู่ที่คนที่เราช่วยนั้นจะรอด แต่อนาคตอีกไม่นานเราก็จะจมเช่นเดียวกับคนที่เราช่วย

"พี่สามมันจะดีจริงๆเหรอคะ?"

จ้าวชิงชิงมองไปยังซูข่านด้วยดวงตาที่สวยงามของเธอ

"ฉันว่ามันดีสำหรับเธอและอาจารย์ฮู่มากๆเลยนะ"

ซูข่านพยักหน้า

"ฉันเชื่อพี่สามค่ะ"

จ้าวชิงชิงพูดด้วยรอยยิ้มที่สดใส

สำหรับจ้าวชิงชิงและอาจารย์ฮู่นั้นพวกเขาอยู่ในมหาวิทยาลัย พวกเขาทั้งคู่จะสามารถติดต่อกับคนในมหาวิทยาลัยต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

หากว่าให้ซูข่านหรือคนของเขาหาเองนั้น กว่าจะหาสิ่งประดิษฐ์ที่จะนำมาจดสิทธิบัตรได้ อาจจะโดนคนญี่ปุ่นซื้อไปหมดแล้ว

สำหรับจ้าวชิงชิงแล้ว เธอเองก็เป็นคนดังในมหาวิทยาลัยชิงหวามาก ในมหาวิทยาลัยอื่นก็อาจจะรู้จักกับเธอด้วยเช่นกัน

ชื่อเสียงของเธอได้ดังกว่านักศึกษาดีเด่นหรือว่าคนดังในเมืองหนานจิงซะอีก และล่าสุดข่าวที่เธอนำเรื่องการประกวดออกแบบตึกมาให้กับคณะสถาปัตย์นั้น ทำให้ชื่อเสียงของเธอกลับมาดังอีกครั้ง

ด้วยชื่อเสียงของเธอมันจะดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยรอบได้อย่างง่ายๆเลย

อาจารย์ฮู่ก็เช่นกัน เขาเองก็อยู่ในวงการสิ่งประดิษฐ์และวิจัย

ตัวของอาจารย์เองก็ต้องมีเพื่อนที่อยู่ต่างมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน และพวกเขาเองก็สามารถประดิษฐ์ของได้เหมือนกับอาจารย์

หากว่าอาจารย์ฮู่ได้บอกข่าวเรื่องนี้ให้กับเพื่อนๆของเขารู้ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆก็จะนำมาจดสิทธิบัตรได้ทันทีโดยมีอาจารย์ฮู่เป็นคนกลาง

"ถ้าอย่างงั้นพวกผมขอตัวไปเตรียมตัวเรื่องนี้ก่อนนะครับ"

อาจารย์ฮู่พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้น ดูเขามีไฟในการทำเรื่องนี้อย่างมาก

"ใช่ค่ะ เราจะรีบไปดูสิ่งประดิษฐ์ในมหาวิทยาลัยชิงหวาก่อนว่าชิ้นไหนสามารถนำมาจดสิทธิบัตรได้"

จ้าวชิงชิงพูดเสริมเช่นกัน

"ไปเถอะ"

ซูข่ายพยักหน้า

จ้าวชิงชิงกับอาจารย์ฮู๋จึงรีบออกมาจากบ้านของซูข่านอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เหลือเพียงจางหม่านกับหยางไท่เฉียนที่อยู่ที่ซูข่าน

"เจ้านายคะ"

จางหม่านพูดกับซูข่านด้วยรอยยิ้มที่สดใสกว่าก่อนหน้านี้

"หยางไท่เฉียนเป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรมากเลยค่ะ ที่เซียงเจียงไม่มีใครไม่รู้จักเขาเลย"

"ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะเชี่ยวชาญเมื่อสักครู่นี่เองนะ"

ซูข่านมองไปยังหยางไท่เฉียน

"เมื่อก่อนผมก็เชี่ยวชาญแหละครับ"

หยางไท่เฉียนได้เอามือมาเกาที่หัวด้วยความเขินอาย

"แต่ศาลก็ได้ตัดสินผมโดยไม่ฟังความฝั่งผมเลย"

"เชื่อในตัวหยางไท่เฉียนได้ค่ะ"

จางหม่านพูดเสริมด้วยรอยยิ้ม

ซูข่านเองก็มองไปยังหยางไท่เฉียนหัวจรดเท้า ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้ว การแต่งตัวของเขาดูกระฉับกระเฉงก็จริงแต่ภายใต้รูปลักษณ์นั้นมันดูมีบางอย่างปิดปังอยู่

ที่หยางไท่เฉียนบอกว่าเขาถูกห้ามไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซูข่านเองก็อยากจะรู้รายละเอียดเช่นกัน

ถึงแม้ว่าซูข่านเองจะเชื่อคนที่จางหม่านหามาก็จริง แต่การที่เขาจะเป็นประธานของบริษัทฮั่วถง ซูข่านก็อยากจะรู้ว่าทำไมเขาถึงได้เป็นแบบนี้ ซูข่านจึงได้ถามกับจางหม่านว่า

"ถึงเธอจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้วเขาจะรับผิดชอบไหวไหม? เขาสามารถจัดการเรื่องสิทธิบัตรต่างๆได้ใช่ไหม?"

จางหม่านได้มองไปที่หยางไท่เฉียนก่อนจะหันกลับมามองซูข่านและพูดว่า

"เมื่อ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ ไท่เฉียนได้โดนจ้างให้ว่าความคดีหนึ่งที่เกี่ยวกับสิทธิบัตร ในชั้นศาลทุกคนมองว่ายังไงคดีไท่เฉียนก็ชนะได้อย่างง่ายดาย"

"แต่แล้วทนายของฝั่งตรงข้ามก็ได้นำภาพขึ้นมาภาพหนึ่ง เป็นภาพของไท่เฉียนที่กำลังถือเงินสดพร้อมกับเอกสารคดีของเขาอยู่"

"อยู่ๆศาลก็ได้ลงความเห็นว่าพวกเขาว่าที่ไท่เฉียนนั้นรับสินบนจากเจ้าพนักงาน ทำให้การว่าความของเขานั้นถือเป็นโฆฆะทั้งหมด"

"เห็นได้ชัดว่าไท่เฉียนโดนจัดฉาก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงินจำนวนนั้นมาอยู่ในห้องของเขาได้ยังไง"

"แต่ด้วยภาพหลักฐานที่มีทำให้คดีของไท่เฉียนนั้นถูกยกฟ้องไปแล้วตัวเขาเองก็โดนคู่กรณีฟ้องกลับ"

หลังจากฟังการอธิบายของจางหม่าน ซูข่านเองก็เข้าใจได้ทันทีเลย

เป็นเรื่องที่ต้องระวังสำหรับคนที่เป็นทนายในยุคนี้ อีกฝ่ายสามารถใส่ร้ายคุณได้ทุกทางหากว่าไม่ระวังตัว แล้วหยางไท่เฉียนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่โชคร้ายคนนั้น

การที่ทนายหนุ่มที่กำลังไปได้ดีเกี่ยวกับสิทธิบัตรที่เขาเชี่ยวชาญต้องมาจบเส้นทางอาชีพลง มันเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดอย่างมาก

ทางศาลที่หยางไท่เฉียนไปว่าความด้วย จริงๆพวกเขาก็น่าจะถูกซื้อตัวไปหมดแล้ว ไม่อย่างงั้นก็คงต้องยอมรับฟังทางหยางไท่เฉียนด้วย

หยางไท่เฉียนเองได้ยินที่จางหม่านอธิบายให้เจ้านายฟัง ตัวของเขาเองก็รู้สึกประหม่ามาก ดวงตาของเขาเริ่มเป็นกังวลเล็กน้อย

เป็นเรื่องแย่ที่เจ้านายได้ยินภูมิหลังของเขา ประวัติไม่ดีแบบนี้อาจจะโดนปลดจากตำแหน่งได้ทุกเมื่อ

"แต่มันก็เป็นเพียงอดีต นายจะต้องจำเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียนขึ้นใจเลย ต่อไปนายจะทำอะไรก็หัดระมัดระวังตัวให้มากขึ้นด้วยล่ะ ยังต้องเจออะไรอีกมากในอนาคต"

ซูข่านไม่ได้สนใจอดีตเท่าไหร่นัก ตัวของเฒ่าหลี่เองก็มีอดีตที่ขมขื่นเช่นกัน แต่ซูข่านก็ได้มองข้ามอดีตของเขาไป

ทักษะความสามารถที่ทำงานให้กับซูข่านตอนนี้สำคัญกว่ามาก

นอกจากนี้แล้วอีกฝ่ายก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านสิทธิบัตรเลย หากว่าปล่อยไปจะหาใครมาแทนก็คงหาได้ยาก