ตอนที่ 244

"ดื่มชาก่อนสิ"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้มและเทชาให้จ้าวชิงชิงถ้วยหนึ่ง

จ้าวชิงชิงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆแล้วก็หยิบถ้วยจากซูข่านมา ชาของพี่สามมีกลิ่นที่หอมมาก ฉันไม่เคยเจออันไหนมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เท่าชาของพี่สามเลย

"ขอบคุณค่ะ"

เธอได้จิบชาช้าๆ รสชาติของชาอันนี้คือชาที่ดีที่สุดที่เธอเคยได้กินมาในชีวิต ความรู้สึกผ่อนคลายได้ค่อยๆเอ่อล้นออกมาจากภายในตัวของเธอ

จ้าวชิงชิงพูดกับซูข่านด้วยรอยยิ้มที่สดใส

"อาจารย์ในภาควิชาฟิสิกส์มหาวิทยาลัยของฉัน เขาเพิ่งพัฒนาจักรยานตัวหนึ่งค่ะ เขาอยากรู้ว่ามันสามารถจดสิทธิบัตรอะไรพวกนี้ได้ไหมคะ?"

"จักรยาน?"

ซูข่านมองไปที่จ้าวชิงชิงพร้อมกับครุ่นคิดก่อนจะพูดขึ้นมาช้าๆ

"ในแง่การอุปกรณ์ธรรมดาเนี่ย มันเป็นสิ่งที่คนอื่นยังไม่เคยจดกันเท่าไหร่แม้แต่ในต่างประเทศเองก็ตาม"

จากนั้นซูข่านก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"การขอสิทธิบัตรพวกนี้มันจะมีขั้นตอนที่วุ่นวายเล็กน้อย"

จ้าวชิงชิงตั้งใจฟังซูข่านอย่างมาก เธอกระพริบตาโตๆของเธอก่อนจะพูดต่อ

"อาจารย์คนนี้ได้เสนอไปให้กับโรงงานผลิตรถจักรยานแต่ก็ถูกปฏิเสธทั้งหมด เมื่อวันก่อนเขาได้มาปรึกษากับฉันว่าพอมีทางช่วยเขาได้ไหม? เขาอยากจะไปเสนอให้กับคนที่เซียงเจียงมาก"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

โดยทั่วไปแล้วโรงงานที่ผลิตจักรยานในประเทศจีนยังคงผลิตจักรยานรูปแบบดั้งเดิมอยู่ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้กันมาเป็นเวลาหลายต่อหลายยุคแล้ว

รูปแบบจักรยานแบบใหม่ไม่มีโรงงานไหนกล้าผลิตออกมา พวกเขากลัวที่จะขายไม่ออกกัน

ในยุคนี้สิ่งประดิษฐ์ต่างๆอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งเพ้อฝันของคนในประเทศนี้

ดังนั้นการที่จะมีคนสนใจมาลงทุนผลิตให้หรือว่าส่งเสริมสิ่งประดิษฐ์พวกนี้จึงหาได้ยากมาก

สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์นี่ยิ่งแล้วใหญ่แล้ว ไม่มีใครหน้าไหนกล้าขอให้กับของเพ้อฝันพวกนี้

ถ้าจำไม่ผิดในชาติก่อน บริษัทญี่ปุ่นจะเป็นชาติแรกๆที่เดินทางเข้าสู่ประเทศจีนเพื่อร่วมมือลงทุนต่างๆ

นอกจากนี้พวกเขาได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำและซื้อสิทธิบัตรทั้งหมดที่คิดค้นโดยอาจารย์ หรือว่านักศึกษาของมหาวิทยาลัยนั้นด้วย แต่พวกเขาก็ไม่ได้ส่งเสริมให้มีการผลิตออกมาขายแต่อย่างใด

และเมื่อถึงในอนาคตสิทธิบัตรที่คนจีนเป็นคนคิดค้นขึ้นก็ตกไปอยู่ในมือของชาวต่างชาติทั้งสิ้น คนจีนที่ต้องการใช้ของที่พวกเขาคิดจำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้มา

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆในประเทศจีน มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมาก บริษัทของซูข่านเองก็เคยใช้สิทธิบัตรพวกนี้เช่นกัน และแน่นอนต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรให้กับบริษัทต่างชาติจำนวนมาก

แล้วเรื่องจักรยานประดิษฐ์ของอาจารย์ฟิสิกส์เนี่ย หากพวกคนญึ่ปุ่นรู้พวกเขาคงจะรีบซื้อสิทธิบัตรพวกนี้ทันที

สำหรับประเทศจีนแล้ว มันคือการสูญเสียทรัพย์สินทางปัญญาที่ยิ่งใหญ่มาก

ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 1990 จักรยานที่ผลิตโดยประเทศจีนจะมีจำนวนมากพอๆกับดวงดาวบนท้องฟ้า

และสิทธิบัตรที่กำลังจะจดนี้มันสามารถใช้ได้ทั้งจักรยานประเภทใหม่ทั้งหมด รวมถึงประเภทที่เป็นรถแข่งด้วย

อาจารย์ของจ้าวชิงชิงนี่เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ต่ออะไรง่ายๆเลยจริงๆ ขนาดโดนปฏิเสธมาหลายที่แล้ว แต่เขาก็ยังหาหนทางอยู่ และเขาก็ต้องพึ่งจ้าวชิงชิงคนที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย

สำหรับมหาวิทยาลัยชิงหวาแล้ว จ้าวชิงชิงตอนนี้เป็นคนที่พิเศษสุดๆ อาจารย์ต่างๆรวมถึงคณะบดีของบางคณะได้ให้เกียรติต่อจ้าวชิงชิงอย่างมาก

พวกเขารู้เพียงแต่ว่า การที่มหาวิทยาลัยได้เงินสนันสนุน รวมถึงงานประกวดออกแบบตึกที่สูงที่สุด เป็นผลงานที่ทำโดยจ้าวชิงชิง ถึงแม้ว่าเธอไม่ได้เป็นคนทำแต่เธอก็เป็นคนที่นำพาสิ่งเหล่านี้มาสู่มหาวิยาลัย

จริงๆตัวตนของจ้าวชิงชิงอาจจะไม่มีใครรู้เลยก็ได้ ขนาดเพื่อนของเธอบางคนยังแอบอิจฉาเธอเลย ด้วยภูมิหลังแบบนี้แล้ว ไม่แปลกที่อาจารย์จะต้องเข้าหาจ้าวชิงชิงเพื่อหวังเส้นสายของเธอที่อยู่ในเซียเจียง

และเขาเองก็คิดไม่ผิดด้วย ถึงแม้จะเป็นความหวังสุดท้ายของเขาก็ตาม

ซูข่านเองก็สนใจอย่างมากเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงนี้ มันสำคัญอย่างมากในการที่ต้องจดสิทธิบัตร การใช้ชีวิตมาสองชาติของซูข่านทำให้เขารับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของสิทธิบัตรได้อย่างดี

เมื่อมองย้อนกลับไปในชาติก่อน สิทธิบัตรที่มีคนใช้มากที่สุด พวกเขาได้เงินมหาศาลโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ทุกๆปีจะมีเงินไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

"ไม่มีปัญญา"

ซูข่านพูดหลังจากพยักหน้าเสร็จ

"เย้!! พี่สามช่วยได้จริงๆด้วย"

เมื่อจ้าวชิงชิงได้ยินสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่มีความสุขสุดๆ ใบหน้าที่สวยงามบวกกับรอยยิ้มนั้น มันทำให้จ้าวชิงชิงดูสวยขึ้นอย่างมาก

จากนั้นเธอเองก็สังเกตเห็นว่าซูข่านมองเธออยู่ เธอจึงค่อยๆยิ้มอย่างเขินอาย แก้มของเธอก็เริ่มมีสีแดงขึ้นเล็กน้อย

ซูข่านเห็นก็ยิ้มและส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา

"ฉันพอมีคนรู้จักที่นั่นอยู่ มันสอดคล้องกับสิ่งประดิษฐ์ของอาจารย์อย่างมาก พวกเขาน่าจะซื้อสิทธิบัตรแล้วร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมสิ่งประดิษฐ์อันนี้"

"จริงเหรอคะ?"

จ้าวชิวชิงพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

หากเป็นอย่างที่พี่สามพูดขึ้นมาจริงๆ อาจารย์ก็จะมีเงินไปพัฒนาต่อยอดจักรยานของเขาต่อ และคนที่ซื้อสิทธิบัตรไปก็จะได้รับเงินในการขายสิ่งประดิษฐ์ตัวนี้

ยิ่งจ้าวชิงชิงคิดเธอก็รู้สึกซาบซึ้งในตัวซูข่านเรื่อยๆจนเกือบร้องไห้ออกมา

"ฮ่ะๆๆ"

ซูข่านหัวเราะเบาๆที่เห็นจ้าวชิงชิงเป็นแบบนี้

ถึงจ้าวชิงชิงไม่พูดเรื่องนี้ ตัวซูข่านเองก็วางแผนเกี่ยวกับตัวสิทธิบัตรไว้อยู่แล้ว

แต่เดิมเขาวางแผนที่จะจัดตั้งบริษัทเพื่อสิทธิบัตรโดยเฉพาะเลย เป็นบริษัทที่รับซื้อสิทธิบัตรทุกประเภทในโลกนี้ แม้สิทธิบัตรที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ก็ตาม

ในยุคของสมาร์ทโฟนนั้น สิทธิบัตรจำนวนมากได้ถูกนำไปใช้กับสมาร์ทโฟน แม้แต่สิทธิบัตรที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ขยะยังถูกนำไปใช้เลย

ดังนั้นสิทธิบัตรขยะพวกนี้ซูข่านไม่อยากจะปล่อยทิ้งไป อย่างน้อยก็ต้องมีสักคนแหละที่จำเป็นต้องใช้มัน ไม่มากก็น้อย

ด้วยการถือครองสิทธิบัตรต่างๆมากมาย รายได้ตอบแทนต่อปีนั้นไม่สามารถจะจินตนาการได้เลย

และสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของอาจารย์จ้าวชิงชิง ถือเป็นการเริ่มต้นเกี่ยวกับกระบวนการนี้ได้อย่างนี้ ถึงแม้ว่าซูข่านจะยังไม่มีคนที่เชี่ยวชาญด้านนี้ก็ตาม

ซูข่านสามารถโทรบอกจางหม่านที่อยู่ที่เซียงเจียงให้จัดตั้งบริษัทนี้ได้ขึ้นมาทันที จากนั้นก็ให้จางหม่านไปติดต่อกับอาจารย์คนนี้เอาทีหลัง

การร่วมมือกับอาจารย์นี้เป็นคนแรกก็ถือเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน ได้คนใกล้ตัวมาหน่อย

"เรื่องง่ายๆแค่นี้เอง"

ซูข่านพูดกับจ้าวชิงชิง

"จริงๆมันก็คือเป็นการได้ผลประโยชน์ร่วมกันนั่นแหละ"

หลังจากซูข่านพูดจบ ดวงตาของจ้าวชิงชิงก็เป็นประกายมากขึ้น

พี่สามเป็นคนที่ช่วยเหลือเธอได้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรพี่สามก็สามารถแก้ปัญหาได้หมดลย

เขาเป็นเหมือนกับสายลมอุ่นในฤดูใบไม้ผลิที่พัดมาให้ความอบอุ่นแก่โลกใบนี้เลย

จ้าวชิงชิงอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ใบหน้าอันหล่อหลาของซูข่าน เธออดไม่ได้ที่จะหยุดกระพริบตา