ตอนที่ 321

ตำแหน่งและอำนาจที่ซูเจียงกัวได้มา เป็นเพราะเอกสารที่ซูข่านได้ทิ้งไว้ให้ในเย็นวันนั้น

โครงการรถไฟครั้งนั้นทำให้ตำแหน่งของซูเจียงกัวเองได้ก้าวกระโดดและมีหน้ามีตาในสังคมมากขั้น แถมโครงการนี้ยังเป็นแค่ขั้นแรกเท่านั้นอีกด้วย

ระหว่างที่ซูเจียงกัวได้มองที่ซูข่าน แม่ของซูข่านก็ได้ยกอาหารมาจัดเตรียมที่โต๊ะ ส่วนลี่ซีเองก็ถือชามกับตะเกียบตามมาติดๆ

ซูข่านมองไปที่โต๊ะอาหารก็เห็นซุปรากบัวซี่โครงหมู ข้างๆนั้นมีอาหารสไตล์เสฉวนอีกหนึ่งจาน

ลี่ซีมองอาหารบนโต๊ะและก็หันไปมองแม่ซูข่านก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

"คุณป้าทำอาหารเสฉวนน่าทานมากเลยค่ะ"

ลี่ซีรู้สึกดีใจมากที่บ้านหลังนี้ต้อนรับเธออย่างอบอุ่นเสมือนเป็นลูกอีกหนึ่งคน

แม่ของซูข่านมองก็มองลี่ซีด้วยรอยยิ้ม เผลอแปปเดียวเด็กน้อยคนนั้นได้โตมาเป็นสาวสวยซะแล้ว เวลาได้ผ่านไปเร็วจริงๆ

จากนั้นทั้งสี่คนก็นั่งทานอาหารฝีมือแม่ของซูข่านด้วยความเอร็ดอร่อย

หลังจากกินไปได้สักพักซูเจียงกัวก็ได้มองไปทางลี่ซีและพูดขึ้นมาว่า

"ลี่ซี…หลานมั่นใจแล้วใช่ไหมว่าต้องการจะไปเรียนต่อเมืองนอกจริงๆ?"

ลี่ซีได้ยินก็หยุดกินอาหารแล้วมองไปที่ซูข่านแว่บหนึ่ง จากนั้นเธอก็หันหน้ามาที่ซูเจียงกัวก่อนจะหายใจเข้าลึกๆและตอบว่า

"ใช่ะคุณลุง หนูอยากไปเรียนต่อเมืองนอก"

"มหาวิทยาลัยในจีนเองก็ไม่ได้แย่นะ"

แม่ซูข่านพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

"ไม่ค่ะ!! หนูอยากออกไปดูโลกกว้างมั่ง หนูต้องการจะไปเรียนต่อที่อเมริกา"

ลี่ซูพูดอย่างหนักแน่นโดยไม่มีความหวั่นไหวเลยสักนิดในเสียงของเธอ

พ่อและแม่ของซูข่านได้ชำเลืองมองหน้ากันเล็กน้อย

พวกเขาทั้งสองรู้อยู่แล้วเพราะซูข่านได้เล่าให้ฟังผ่านทางโทรศัพท์ สำหรับพ่อแม่ของซูข่านนั้น พวกเขาทั้งสองก็เคยมีประสบการณ์เช่นนี้เหมือนกัน

มีรุ่นน้องหรือคนรู้จักหลายคนได้ปรึกษาพวกเขาและเดินทางไปเรียนต่อที่เมืองนอก

หลายคนเลยเลือกที่จะไปเรียนต่อที่อเมริกา แต่คนที่เรียนจบแล้วกลับมาประเทศจีนนั้นน้อยจนใช้มือข้างเดียวนับได้เลย

แต่ซูข่านก็ได้พูดอีกว่าเขามีเพื่อนที่นั่นอยู่ เพื่ที่นั่นอนของเขาจะดูแลลี่ซีได้ ข้อนี้ทำให้พ่อแม่ของซูข่านคลายกังวลไปได้เล็กน้อย

จริงๆแล้วพวกเขาทั้งสองก็ไม่อยากให้ลี่ซีไปเรียนต่อเมืองนอกเหมือนกัน มันเหมือนกับการให้ลูกออกไปเผชิญโลกกว้างโดยไม่มีอะไรรับประกันความปลอดภัยให้

ครอบครัวของลี่ซีเองก็ทำงานในประเทศจีนทั้งหมด แต่ตัวของลูกสาวนั้นอยู่ที่อเมริกา หากว่าเกิดอะไรขึ้นจะทำการช่วยเหลือลูกสาวคนนี้ได้ยังไง?

สมัยนี้มันไม่ใช่ยุคที่จะต้องไปตายเอาดาบหน้าแล้ว

ต่อให้เป็นที่หนานจิงกับเสฉวน หากเกิดอะไรขึ้นก็ยังสามารถเดินทางไปหาได้ทันที แต่ระยะทางระหว่างเสฉวนกับอเมริกานั้นไม่ใช่น้อยๆเลย

ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น มันไม่มีทางที่จะช่วยลี่ซีได้ทันเวลาเลย

"ในเมื่อหนูตัดสินใจแล้ว งั้นเรามาช่วยกันเกลี้ยกล่อมพ่อแม่ของหนูกันดีกว่า"

ซูเจียงกัวพูดกับลี่ซีช้าๆ ตอนนี้แววตาของลี่ซีนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

"ขอบคุณมากนะคะคุณลุง"

ลี่ซียิ้มจนแก้มแทบปริออกมาด้วยความสุข

"ถ้าคุณลุงช่วยพูด หนูว่าพ่อแม่หนูจะต้องใจอ่อนและยอมให้หนูไปเรียนต่อเมืองนอกแน่ๆ"

"หลานของฉันมองโลกในแง่ดีจริงๆ"

แม่ของซูข่านเองก็พูดด้วยรอยยิ้ม

"ฮี่ๆ"

ลี่ซีหัวเราะอย่างมีความสุข

ซูข่านที่เห็นภาพทั้งหมดนั้น เขาก็ยิ้มที่มุมปากออกมา ถ้าทั้งสองคนบอกว่าจะช่วยเหลือลี่ซีแสดงว่าเรื่องนี้ก็แทบไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว

"จริงสิซูข่าน"

หลังจากจบเรื่องของลี่ซีแล้ว ซูเจียงกัวก็ได้หันไปทางซูข่านและพูดกับเขาต่อ

"ถ้าพรุ่งนี้ลูกว่าง ลูกไปพบคุณปู่หน่อยสิ เขามีอะไรอยากจะคุยกับลูกสักหน่อย"

"แต่ถ้าลูกไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ไปจัดการธุระของลูกเถอะ"

เมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อของเขาบอก ซูข่านก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่าจะยังมีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นซะแล้ว

"ลูกไม่ว่างก็ไม่ต้องไปก็ได้นะ"

แม่ของซูข่านพูดด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

"เดี๋ยวให้พ่อไปแทนก็ได้ ตอนนี้พ่อเองก็มีตำแหน่งที่ใหญ่โตไม่ใช่น้อย คุณปู่คงไม่ว่าอะไรลูกหรอก"

ซูข่านส่ายหัวและพูดกับแม่ด้วยรอยยิ้ม

"ผมว่าน่าจะมีคนจากบ้านเกิดของคุณปู่มาหาแน่ๆเลย"

ซูข่านจำได้อย่างดี ตาเฒ่าแห่งตระกูลซูนั้นอยู่ในตำแหน่งที่สูงใหญ่ ในช่วงเวลานี้ของทุกปีก็มักจะมีคนมาเยี่ยมอยู่เสมอ

แม่ของซูข่านได้ยินก็พูดด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข

"แสดงว่าคุณปู่เขาคิดว่าลูกจะต้องให้ความช่วยเหลือเขาได้ไงล่ะเลยเรียกลูกไป"

ซูข่านได้ยินก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง บ้านเกิดของตาเฒ่านั่นอยู่ในกิ่วหลู่ พื้นที่ตรงนั้นก็เต็มไปด้วยที่ราบซะส่วนใหญ่

อะไรที่จะช่วยได้อย่างงั้นเหรอ?

อยู่ดีๆซูข่านก็ยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

"ผมว่าผมพอจะเดาออกแล้วว่าคุณปู่ต้องการอะไร"

ผมคิดว่าผมสามารถช่วยเหลือผู้คนในบ้านเกิดของคุณปู่ได้ มันจะทำเงินได้อย่างดีเลยด้วย"

ซูข่านนึกถึงอุตสาหกรรมไม่กี่อย่างที่สามารถทำที่นั่นได้ อุตสาหกรรมที่ซูข่านคิดออกนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นอุตสาหกรรมแบบง่ายๆ

จริงๆแล้วมันก็เหมาะกับสถานที่ตรงนั้นมากเลย มันไม่มีเทคนิคอะไรที่ซับซ้อนหรือต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมากมาย แถมยังเติบโตเป็นธุรกิจได้อย่างดีเลยในอนาคต

ขนาดผ่านไปหลาย 10 ปี ธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับอุตสาหกรรมนั้นก็ยังอยู่ มันไม่ได้ถูกลบหายไปตามกาลเวลา แต่มันกลับตรงกันข้ามด้วยซ้ำ

ซูข่านเองก็ชอบอุตสาหกรรมนี้มากเช่นกัน เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมาก ทรัพยากรที่จะทำอุตสาหกรรมนี้ก็มากไปด้วยเช่นกัน

เขาคิดว่าตัวเขาเองจะช่วยเหลือให้ผลิตภัณฑ์นี้ขายในต่างประเทศได้อีกด้วย

"มันคืออะไร?"

ซูเจียงกัวแสดงท่าทางอยากรู้อยากเห็น เขาสงสัยจริงๆว่าลูกชายของเขาจะเปลี่ยนหินตรงนั้นให้กลายเป็นทองได้ยังไง

"ฮ่าๆๆๆ"

ซูข่านหัวเราะและมองไปที่พ่อของเขาก่อนจะพูดว่า

"วิกผมครับ"

"วิก? มันคืออะไร?"

ซูเจียงกัวถามด้วยความสงสัย

"นั่นสิ มันคืออะไรเหรอ?"

ลี่ซีเองก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ และพูดขึ้นมาว่า

"พี่ซูข่านหมายถึงวิกที่เป็นผมปลอมใช่ไหมคะ?"

"ใช่แล้ว"

ซูข่านมองไปที่ลี่ซีและตอบด้วยรอยยิ้ม