หลู่เฉียนซานพูดเสริมออกมาว่า
"ฉันเองก็คิดว่ามันจะยังลดต่อไปอีกเรื่อยๆนะคะ ที่ดินหรือว่าอสังหาฯพวกนี้มันไม่ใช่สินค้าที่ซื้อขายกันได้ธรรมดาทั่วไป เวลาเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่แบบนี้แล้ว มันจะยิ่งตกต่ำไปเรื่อยๆค่ะ"
ที่ดินหรือว่าบ้านพวกนี้มันไม่ได้ซื้อง่ายขายคล่องเหมือนกันของในซุปเปอร์มาร์เก็ต การที่บ้านหลังหนึ่งกว่าจะขายออกอาจจะใช้เวลาเป็นเดือนจนถึงปีเลยทีเดียว
การล้มแบบของอสังหาริมทรัพย์ในเซียงเจียงครั้งนี้เหมือนกับการล้มแบบโดมิโน่นั่นแหละ มันค่อยๆพังต่อกันเป็นทอดๆจนล้มทั้งกระดาน
"อย่างน้อยก็ 4 ปี"
ซูข่านพูดเบาๆ
เมื่อได้คำพูดของซูข่าน จางหม่านและหลู่เฉียนซานก็หันหน้าไปทางซูข่านอย่างไม่เชื่อกับที่ตัวเองได้ยิน
"จริงเหรอคะเจ้านาย? มันนานมากเลยนะคะ"
จางหม่านถามด้วยความประหลาดใจ
หลู่เฉียนซานเองก็ตกตะลึงไปชั่วครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างประหลาดใจด้วยเช่นกัน
"4 ปี? เป็นแบบนี้อีก 4 ปีเลยเหรอคะ?"
ถ้าเป็นอย่างที่เจ้านายบอกจริงๆละก็ นี่จะต้องเป็นช่วงเวลาที่แย่มากๆสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเซียงเจียงแน่ๆ เป็นหายนะครั้งใหญ่ได้เลย
หลู่เฉียนซานไม่อยากจะนึกเลยว่าจะมีผู้คนที่ล้มละลายจากเหตุการณ์นี้จะมีสักกี่คน ที่เห็นๆได้ก็ครอบครัวตระกูลฮงแล้วหนึ่ง
ตอนนี้เพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ว่ามาได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่ผลประกอบการของเดือนที่ผ่านมาก็ล้วนแต่ขาดทุน
ถ้าบริษัทไหนที่ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนหรือว่าเงินสำรองในบริษัทละก็ พวกเขาก็จะถูกเขี่ยทิ้งออกจากตลาดหุ้นในเซียงเจียงทันที
และกว่าที่ตลาดอสังหาจะฟื้นอย่างที่เจ้านายบอกก็ 4 ปี จะมีบริษัทไหนที่สามารถหมุนเงินหรือว่าปรับตัวให้รอดได้ถึง 4 ปีได้? น่าจะมีหลายบริษัทประกาศล้มละลายอย่างมากในช่วงเวลานี้แหละ
บริษัทอสังหาริมทรัพย์หากว่าพวกเขาไม่สามารถทำธุรกิจเกี่ยวกับที่ดินได้ พวกเขาจะไปทำอะไร? หากว่าไม่มีการซื้อขายที่ดิน เงินสำรองในบริษัทพวกเขาก็จะค่อยๆลดลงเรื่อยๆจนหมด
หลู่เฉียนซานมองไม่เห็นวี่แววการเอาตัวรอดของบริษัทพวกนี้เลย อย่างกรณีเลวร้ายสุดของพวกเขาก็คือล้มละลายหรือไม่ก็ต้องเปลี่ยนไปทำธุรกิจรูปแบบอื่น
"เจ้านายคะ แล้วเราจะทำยังไงต่อการตลาดหุ้นของอสังหาตอนนี้?"
จางหม่านเองก็รู้สึกว่าเธอไม่อาจจะอยู่เฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เธอคิดว่าเธออาจจะสามารถทำอะไรบางอย่างในตอนนี้ได้บ้าง
"ทำอะไรงั้นเหรอ?"
ซูข่านพูดไปหัวเราะไป
"นี่ยังเป็นแค่ช่วงแรกๆเท่านั้น ใครก็ตามที่ใจร้อนรีบซื้อหุ้นของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้เพื่อหวังจะรวยในระยะเวลาอันสั้น บอกเลยว่าว่าคนพวกนั้นจะขาดทุนอย่างมหาศาล"
แน่นอนในแง่ของบริษัทขนาดเล็กที่มีเงินทุนหมุนเวียนไม่ได้เยอะ บริษัทพวกนี้เทียบไม่ได้กับบริษัทว่านเซี่ยงเลยสักนิด
กระแสเงินสดของบริษัทว่านเซี่ยงนั้นมีอยู่เกือบ 1 หมื่นล้าน แถมยังไม่มีหนี้สินหรือเงินกู้อะไรอีกด้วย
ถ้าซูข่านเองจะเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้แย่สักทีเดียว แต่การลงทุนลงในตลาดอสังหาริมทรัพย์สัก 1 หมื่นล้านก็ไม่ได้ช่วยอะไรไรตลาดนี้ได้
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเซียงเจียงรวมไปถึงฮ่องกงเนี่ย มูลค่าของพวกเขามันสูงเป็นแสนๆล้านเลยทีเดียว
แต่ในเรื่องร้ายก็มักจะมีเรื่องดีๆซ่อนอยู่เสมอ
หลังจากที่ตลาดอสังหาฯฟิ้นตัวจากเหตุการณ์นี้ มูลค่าที่ดินต่างๆจะสูงเพิ่มมากจนเป็นปรากฏการณ์
จะมีใครบ้างที่จะคว้าโอกาสนี้มาไว้กับตัวได้
"3 เดือน"
ซูข่านหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม
"ถึงตอนนั้นตลาดก็เริ่มน่าจะนิ่งแล้ว อีกประมาณ 3 เดือน"
ซูข่านพอจำตัวเลขของการพังทลายในตลาดหุ้นได้คร่าวๆ ถึงตอนนั้นแล้วราคาของตลาดหุ้นอสังหาฯก็จะเริ่มนิ่ง
หากว่าจะฉวยโอกาสจากจุดๆนี้ ตอนนั้นนี่แหละน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
การเข้าลงทุนในตลาดอสังหาริมฯในเวลาที่วิกฤตแบบนี้ จะเป็นการสร้างเกราะป้องกันอย่างดีให้กับบริษัทว่านเซี่ยงเลยทีเดียว
ในตอนที่เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในภาวะที่เลวร้าย อยู่ๆจะมีประกาศจากทางบริษัทว่านเซี่ยงว่าจะเข้ามาลงทุน
ถึงเวลานั้นผู้คนก็จะให้ความสนใจกับบริษัทว่านเซี่ยงอย่างมาก
และด้วยการลงทุนในตลาดอสังหาฯเอง บางทีจางหม่านอาจจะได้รับสถานะอะไรบางอย่างจากรัฐบาลก็ได้
ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เพิ่มมูลค่าเงินให้กับบริษัทว่านเซี่ยงก็เถอะ แต่มันก็ยังพอใช้ชื่อเสียงพวกนี้เวลาไปคุยกับนักธุรกิจในยุโรปได้อยู่
ไม่นานรถก็ได้เดินทางเข้าตัวเมืองเซียงเจียงช้าๆ บรรยากาศภายในเมืองเองก็แทบจะไม่ต่างไปจากเดิมสักเท่าไหร่
ท้ายที่สุดแล้วรถยนต์ทั้งสามคันก็ได้มาจอดที่โรงแรมสุดหรูอย่างโรงแรมเพนนินซูล่า
ซูข่านและจางหม่านได้ลงจากรถก่อนจะเดินเข้าไปที่ล็อบบี้โรงแรม ซูข่านได้เอาสัมภาระที่ติดตัวมาด้วยให้กับพนักงานต้อนรับ หลังจากที่เช็คอินเสร็จแล้วทั้งสามคนก็ได้มาที่ชั้นห้องอาหารของโรงแรม
ในครั้งก่อนที่จางหม่านได้มาที่นี่ ตอนนั้นเธอได้รับรางวัลจากที่ทำงานหนักให้กับซูข่านเป็นบ้าน แต่เธอก็ได้ปฏิเสธซูข่านไปเพราะตอนนี้ราคาบ้านมันยังลดลงอย่างต่อเนื่อง
หากว่าอดทนรออีกสักหน่อยบางทีเธออาจจะได้บ้านหลังใหญ่กว่าเดิมก็ได้
ในห้องอาหารของโรงแรมเพนนินซูล่าครั้งนี้ ซูข่านรู้สึกว่าเจอแขกที่มาพักน้อยกว่าครั้งก่อน คนที่มีชื่อเสียงหรือคุ้นๆหน้าบางคนก็ได้หายไป
"พวกเขาน่าจะได้รับผลกระทบจากตลาดหุ้นอสังหาฯที่ตกลงไปค่ะ น่าจะมีหลายคนขาดทุนจากหุ้นตรงนี้เยอะอยู่"
จางหม่านมองไปรอบๆก็พูดอธิบายให้ซูข่านฟัง
ซูข่านเองก็พยักหน้า นี่เป็นไปอย่างที่เขาคิดไว้อยู่แล้ว
"งั้นก็สั่งอะไรมากินกันเถอะ"
ซูข่านนั่งลงที่โต๊ะก่อนจะมองไปยังร้านรอบๆและสั่งอาหารจากพนักงาน 2-3 อย่าง
จากนั้นเขาก็ได้มองไปยังทั้งสองสาวและพูดช้าๆ
"หลังจากที่ตลาดอสังหาได้พังทลายลง เราต้องจับตาดูพวกหลี่กรุ๊ปให้ดีเลย"
"พวกเขานี่แหละน่าจะเป็นคู่แข่งอันดับหนึ่งของพวกเรา"
ซูข่านเอนหลังไปกับเก้าอี้
"อะไรนะคะ? หลี่กรุ๊ปนะเหรอ?"
จางหม่านตกใจเล็กน้อยก่อนจะทวนคำถามกับซูข่าน
หลู่เฉียนซานเองก็ขมวดคิ้ว
ทั้งสองสาวมองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่งุนงง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved